เอกนัฏยัน รทสช.ยังไม่แตก เผยคุย สส.ปมร่วมเฟรมสุชาติ แจงแค่ไปกินข้าว ปัดแก้ข้อบังคับขู่ย้ายออก พร้อมเล็งคุยกัน ย้ำพีระพันธ์ุพร้อมชี้แจงคดีถุงยังชีพ โยนปรับ ครม.เป็นอำนาจนายกฯ
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความแตกแยกภายในพรรคว่า เดี๋ยวต้องไปคุยกัน ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้ตนกับ สส.ส่วนใหญ่ก็คุยกันตลอดเวลา คิดว่าปัญหาทุกอย่างคุยกันได้
เมื่อถามย้ำว่าพรรครวมไทยสร้างชาติยังอยู่กันแน่นหรือแตกแล้ว นายเอกนัฏ กล่าวว่ายังอยู่กัน
ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพ สส.ร่วมทานข้าวกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น ทาง สส.ได้มาบอกกับตนว่าแค่ไปทานข้าวกันเฉย ๆ หรืออย่างก่อนหน้านี้ได้มีการปล่อยข่าวว่าจะมีคนย้ายออกจากพรรค หลายคนก็ออกมาปฏิเสธแล้ว คิดว่าเป็นการเข้าใจผิด เรื่องนี้ทุกพรรคการเมืองถือว่าเป็นเรื่องปกติ อาจมีสิ่งที่คาใจ หรือมีปัญหากันบ้าง แต่เราก็เปิดรับฟังอยู่แล้ว ซึ่งก่อนช่วงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ตนก็พูดคุยกับ สส.ตามปกติ
เมื่อถามถึงกระแสที่กดดันนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้ออกจากตำแหน่ง นายเอกนัฏกล่าวว่า ตนคิดว่าตำแหน่งของนายพีระพันธ์ุอยู่สูง จึงต้องมีแรงกดดันเป็นธรรมดา เพราะการทำงานต้องประสบกับความท้าทาย ซึ่งเชื่อว่านายพีระพันธ์ุเจอกับปัญหา แต่ท่านไม่ค่อยพูด เป็นคนที่สู้งานอย่างเดียว
นายเอกนัฏกล่าวว่า ในส่วนคดีถุงยังชีพของนายพีระพันธุ์ที่อยู่ในชั้นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เชื่อว่าท่านชี้แจงได้หมด และพร้อมไปชี้แจงกับ ป.ป.ช. และหน่วยงานอื่น ๆ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายเอกนัฏกล่าวว่าตอนนี้ตนยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ ตราบใดที่อยู่ตรงนี้ก็ทำงานเต็มที่ ส่วนการปรับ ครม.ก็เข้าใจกันดีว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ส่วนอนาคตเป็นอีกเรื่อง
เมื่อถามว่ามีการส่งสัญญาณมาจากนายกรัฐมนตรีบ้างหรือยัง นายเอกนัฏยิ้มพร้อมกล่าวว่าไม่มี ทั้งตนและนายพีระพันธ์ุก็ยังไม่ได้รับสัญญาณ และที่ผ่านมาตนก็ทำงานกับนายกรัฐมนตรีได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอดไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามถึงกรณีพรรครวมไทยสร้างชาติ มีการแก้ข้อบังคับเรื่องการพ้นสมาชิกภาพจากการสร้างความขัดแย้งหมายถึงนายสุชาติใช่หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า การแก้ข้อบังคับทำมาตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.แล้ว ตั้งแต่การประชุมใหญ่พรรค เป็นการปรับแก้ให้ตรงกับรัฐธรรมนูญ คงไม่ได้ไปแก้เพราะรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อถามว่าเป็นการแก้เพื่อขู่อีกฝ่ายหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่าไม่ ยืนยันว่าไม่ได้มีนัยอะไรทั้งสิ้น เพราะการประชุมใหญ่ทุกปีก็มีการแก้ข้อบังคับพรรค เพราะข้อบังคับบางตัวยังไม่มีความชัดเจน
เมื่อถามว่าได้มีการเคลียร์ใจกับนายสุชาติแล้วหรือยัง นายเอกนัฏกล่าวว่ายังเลยครับ แต่วันนี้ไม่แน่ เพราะอาจจะได้เจอ