คอลัมน์ : Market Move
ทรัพย์สินทางปัญญายังคงเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรของธุรกิจญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกประสบปัญหาเศรษฐกิจ หลัง เฮลโล คิตตี้ แผ่อานิสงส์หนุนให้ซานริโอ มี ROE หรือผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูงติดท็อป 3 ของบริษัทญี่ปุ่นในปีงบฯ 2024
สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานว่า ในปีงบประมาณที่ผ่านมาซึ่งสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2025 นั้น บรรดาบริษัทญี่ปุ่นในตลาดหลักทรัพย์นิกเคอิ ต่างประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินทุน สะท้อนจากระดับ ROE ของหลายบริษัทที่ขยับขึ้นมาอยู่ในระดับมากกว่า 30%
สะท้อนจากข้อมูล ROE ที่รวบรวมจากบริษัทประมาณ 310 แห่งในกลุ่ม Nikkei 500 ยกเว้นกลุ่มธุรกิจการเงิน, ไปรษณีย์ญี่ปุ่น และบริษัทที่ไม่ได้ปิดบัญชีในเดือนมีนาคม โดยในปีงบฯที่ผ่านมา มีประมาณ 150 บริษัทที่สามารถทำ ROE ได้ถึง หรือเกิน 10% ซึ่งเป็นระดับที่บริษัทญี่ปุ่นมักตั้งเป็นเป้าหมายเอาไว้
โดยหนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นคือ “ซานริโอ” (Sanrio) ยักษ์ธุรกิจบันเทิงสัญชาติญี่ปุ่นเจ้าของลิขสิทธิ์แคแร็กเตอร์ดังหลายตัว อาทิ เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty), ซินนามอนโรล (Cinnamon Roll), มายเมโลดี้ (My Melody) และอื่น ๆ ซึ่งสามารถทำ ROE ได้สูงถึง 48.6% สูงเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ขณะที่กลุ่มบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ อย่างแอดแวนเทสต์ (Advantest) ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบอัตโนมัติ (ATE) สำหรับการออกแบบ การผลิต และการบำรุงรักษาระบบอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของญี่ปุ่นมี ROE ที่ประมาณ 30%
ทั้งนี้ เดิมเมื่อปี 2018 ซานริโอเคยมี ROE เพียง 7% ก่อนจะขยับมาอยู่ที่มากกว่า 16% ในปี 2022 และพุ่งเป็นกว่า 29% ในปี 2023 ก่อนที่ ROE จะกระโดดขึ้นไปอีก 19 จุด ในปี 2024 ขึ้นมาอยู่ในระดับ 48.6% สูงเป็นอันดับ 3 ของบริษัทญี่ปุ่น
การเติบโตของ ROE แบบก้าวกระโดดของซานริโอในช่วงเวลา 6 ปีนี้ เป็นผลจากกลยุทธ์การทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดียทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา เช่น เฮลโล คิตตี้ และแคแร็กเตอร์อื่น ๆ มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้กำไรสุทธิของบริษัทพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนศักยภาพของทรัพย์สินทางปัญญาของซานริโอ ในฐานะเครื่องมือที่ประสิทธิภาพสูงสำหรับสร้างผลกำไร
ล่าสุด เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2025 ซานริโอแสดงท่าทีสนใจอัพเกรดธีมปาร์ก ฮาร์โมนีแลนด์ (Harmonyland) ในจังหวัดโออิตะ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ด้วยการเพิ่มรีสอร์ตเข้าไป หวังเป็นแม็กเนตดึงดูดนักท่องเที่ยวจากแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง อาทิ เมืองบ่อน้ำร้อนเบ็ปปุ (Beppu) และยูฟูอิน (Yufuin) พร้อมวางกำหนดให้แล้วเสร็จทันภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งเป็นจังหวะครบรอบ 35 ปีของธีมปาร์กแห่งนี้
หลังก่อนหน้านี้ สนามบินประจำจังหวัดโออิตะ ได้รีแบรนด์เป็นโออิตะ เฮลโล คิตตี้ แอร์พอร์ต (Oita Hello Kitty Airport) ไปก่อนแล้ว โดย “อายะ โคมากิ” ประธานบริษัท ซานริโอ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เจ้าของกิจการสวนสนุก อธิบายว่า สาเหตุของการรีแบรนด์สนามบินนี้ ก็เนื่องมาจากจังหวัดโออิตะมีฮาร์โมนีแลนด์อยู่นั่นเอง
ด้านบริษัทอื่น ๆ นั้นต่างได้แรงหนุนจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นกระแส AI บูม หรือการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ตัวอย่างเช่น แอดแวนเทสต์ได้แรงหนุนจากความต้องการเครื่องทดสอบชิปที่ใช้กับ AI ส่งผลให้ ROE พุ่งขึ้น 19 จุด มาอยู่ที่ 34% เป็นอันดับที่ 6 ขณะที่โตเกียวอิเล็กตรอน (Tokyo Electron) อยู่ในอันดับที่ 10 ด้วย ROE 30% และดิสโค (Disco) ตามมาในอันดับ 11 ที่ ROE 28%
รวมไปถึงอันดับ 1 อย่างเซบุ โฮลดิ้ง (Seibu Holdings) กลุ่มธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ครองอันดับ 1 ด้วย ROE สูงถึง 52% เพิ่มขึ้นกว่า 45 จุด หลังได้แรงหนุนจากการขายโครงการ Tokyo Garden Terrace Kioicho ใจกลางกรุงโตเกียว
ทั้งนี้ ROE ที่สูงขึ้นมักทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากการเติบโตของกำไรที่มีประสิทธิภาพช่วยให้บริษัทสามารถลงทุนเพิ่มและคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นได้มากขึ้น จึงดึงดูดนักลงทุนเข้ามา อย่างไรก็ตาม ROE เฉลี่ยของบริษัทญี่ปุ่นที่ 9% นั้นยังตามหลังบริษัทในยุโรปและสหรัฐ ที่มี ROE เฉลี่ยประมาณ 20%