เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

กกร.หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ 1.5-2% ห่วงครึ่งปีหลังสินค้าจีนทะลักกระทบจ้างงาน

07 มิ.ย. 2568 | 13:43น.
GDP

กกร.ห่วงครึ่งปีหลัง ศก.ไทยโดนรุมเร้าหนัก พิษภาษีทรัมป์ทำสินค้าจีนทะลักกระทบการจ้างงาน ปรับลดเป้าจีดีพีปีนี้เหลือ 1.5-2.0% จากเดิม 2.0-2.2% ชี้ไตรมาสแรกการลงทุน-บริโภคเอกชนชะลอ แถมนักท่องเที่ยวจีนลดฮวบ แม้ส่งออกยังโต 15% แต่เป็นสินค้าในสต๊อก ภาคการผลิตเพิ่มแค่ 0.6% ติงค่าบาทแข็งกว่าเพื่อนบ้าน

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง และมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น หลังมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอยู่ระหว่างการพิจารณาทางกฎหมาย และล่าสุดรัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มภาษี Sectoral Tariff เหล็กและอะลูมิเนียมจาก 25% เป็น 50% ซึ่งประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ส่งออกเหล็กไปสหรัฐในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง

ลดเป้าจีดีพีปีนี้เหลือ 1.5-2%

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป มีส่วนช่วยลดความตึงเครียดของสงครามการค้าในระดับหนึ่ง ขณะที่แรงส่งของเศรษฐกิจไทยแผ่วลง จากตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ขยายตัวที่ 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวตามการลงทุนภาครัฐ ซึ่งเทียบกับฐานต่ำในปีก่อน หากไม่นับปัจจัยดังกล่าว เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ประมาณ 2.1% เท่านั้น โดยการบริโภคภาคเอกชนชะลอลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนหดตัวต่อเนื่อง และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง ด้านการส่งออกสินค้า แม้จะขยายตัวสูงกว่า 15% แต่กลับไม่ได้ส่งผลบวกต่อภาคการผลิต ซึ่งขยายตัวเพียง 0.6% โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกโดยใช้สินค้าคงคลังและผู้ประกอบการไม่ได้ผลิตเพื่อทดแทนสินค้าคงคลังที่ลดลง

นอกจากนี้ กกร.ยังได้ปรับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 ด้วยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ครั้งก่อน โดยคาดว่าจะเติบโตได้ที่ 1.5-2.0% จากเดิมคาดว่าจะโต 2.0-2.2% ตามการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในครึ่งปีหลัง

ห่วงครึ่งปีหลัง ศก.โตไม่ถึง 1%

อย่างไรก็ตาม การที่เศรษฐกิจจะเติบโตได้ที่ 2.0% นั้น จำเป็นต้องมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มุ่งเป้า รวมทั้งเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐให้ได้อย่างน้อย 70% ของวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังต้องเร่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ซึ่งตั้งแต่ต้นปีขยายตัวราว 17% เพื่อทดแทนนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลง กกร.คาดว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เศรษฐกิจจะขยายตัวใกล้เคียง 3.0% แต่ครึ่งหลังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวไม่ถึง 1% โดยขึ้นอยู่กับผลการเจรจาภาษีระหว่างสหรัฐและไทย เทียบกับประเทศคู่แข่ง ตลอดจนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อธุรกิจและการจ้างงาน

นายผยงกล่าวว่า เพื่อเป็นมาตรการลดภาระให้กับผู้ประกอบการไทย กกร.จึงเสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับลดวงเงินประกันการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ และประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง กิจการโรงแรมและให้เช่าพักอาศัย ที่ปัจจุบันมีการวางเงินประกันการใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยขอให้ปรับลดวงเงินประกันให้เหลือ 0.5 เท่า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการชำระค่าไฟฟ้าตามกำหนด โดย กกร.คาดว่าการปรับลดวงเงินประกันดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้นในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจผันผวนสูง

ชี้ค่าบาทแข็งกว่าเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ ที่ประชุม กกร.ยังมีความกังวลประเด็นการสวมสิทธิการส่งออก และการ Reexport โดยใช้ Local Content ต่ำ ซึ่งไม่ได้ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ แม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวได้สูง แต่ก็มีการนำเข้าที่สูง รวมไปถึงมีความกังวลต่อสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อยู่ในช่วง 32.50-32.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยแข็งค่ามากกว่าประเทศในภูมิภาค เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ และจีน ในเดือนที่ผ่านมา ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าระดับที่ธุรกิจแข่งขันได้ โดย กกร.มองว่าควรให้ความสำคัญกับการดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวนเร็วจนเกินไป

จับตาผลเจรจาไทยเทียบคู่แข่ง

ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีความพร้อมในด้านเงื่อนไขในการเจรจา หลังจากที่ได้มีการประชุมเกิดขึ้น แต่ปัญหาขึ้นอยู่กับการให้คิวกับประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งที่ผ่านมามีกระแสการเจรจาของประเทศต่าง ๆ ในรูปแบบล็อบบี้ บางประเทศมีการเข้าไปพูดคุย 2-3 ครั้งยังไม่ได้ออกมาอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ระยะเวลาอีกไม่ถึง 30 วันต่อจากนี้ เราได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องของโอกาสการเข้าไปพบเพื่อเจรจาพูดคุยอย่างเป็นทางการ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวกระทบผู้ส่งออก ภาคการผลิตชะลอตัวลง จากสถานการณ์การขนส่งทางเรือ แม้ตัวเลขส่งออก 4 เดือนค่อนข้างดี ขยายตัว 14% แต่หลังจากนี้ต้องติดตามผลสรุปการเจรจาที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขอย่างใกล้ชิด ท้ายที่สุด ไม่ใช่แค่ผลการเจรจาไทย-สหรัฐ แต่เราต้องเปรียบเทียบร่วมกับคู่แข่งภายในภูมิภาค เช่น เวียดนาม หากเวียดนามเจรจาได้เงื่อนไขที่ดีกว่า ก็จะส่งผลกระทบหนักกับไทย

“ตอนนี้ต้องเปรียบเทียบชอตต่อชอต ประเทศต่อประเทศ รวมถึงเจาะจงเฉพาะกลุ่มสินค้า จากเดิมเหล็ก อะลูมิเนียมที่ส่งออกไปสหรัฐพอสมควรเมื่อคิด 25% และปรับเป็น 50% ดังนั้น ต้องเฝ้าติดตามพอสมควร”

หอค้าเชื่อไทยได้เจรจาเร็ว ๆ นี้

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการติดตามความคืบหน้าเจรจากับสหรัฐเป็นไปในทางที่ดี เชื่อว่าไทยจะสามารถเร่งเจรจากับสหรัฐได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยกรอบข้อเสนอ 5 ข้อที่คณะทำงานส่งให้กับผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) ถือว่าดีที่สุดแล้ว ประกอบไปด้วยการเจรจา 5 เสาหลักคือ

1) ความร่วมมือเพื่อนำไปสู่การเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ไทย-สหรัฐ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแปรรูป และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล (Data Center and AI Industry) และการพิจารณาลดอุปสรรคทางการค้า ทั้งภาษีและมิใช่ภาษี 2) เพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ โดยเฉพาะสินค้าพลังงาน สินค้าเกษตร และเครื่องบิน ส่วนประกอบและอุปกรณ์บริการ โดยปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด ได้เดินทางไปรัฐอะแลสกา เพื่อหาโอกาสและเพิ่มความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทย-สหรัฐ

3) การเปิดตลาดสาขาเกษตรของไทย อาทิ ผลไม้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น 4) การบังคับใช้กฎหมายป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งไทยได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายแล้วอย่างจริงจัง 5) ส่งเสริมการลงทุนไทยในสหรัฐมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกร. จีดีพี (GDP) เศรษฐกิจไทย