เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามตลาดเกิดใหม่ ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง

29 มิ.ย. 2561 | 21:14น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 25-39 มิ.ย. 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (25/6) ที่ระดับ 32.94/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (22/6) ที่ระดับ 32.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการปรับตัวอ่อนค่าลงของสกุลเงินหลักในตะกร้า ถึงแม้ว่าดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน หลังจากแตะ 56.6 ในเดือนพฤษภาคม โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของธุรกิจใหม่ และการจ้างงาน อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้ปรับตัวแข็งค่าตลอดทั้งสัปดาห์จากราคา น้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น 2.94% ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่าจะมีการคว่ำบาตรบริษัทต่าง ๆ หากมีการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่าน นอกจากนี้ราคาน้ำมันยังปรับตัวสูงขึ้นหลังจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสที่ปรับตัวลดลงมากกว่าการคาดการณ์ โดยปรับตัวลดลง 9.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าการคาดการณ์ที่จะปรับตัวลดลงเพียง 2.6 ล้านบาร์เรล ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐอย่างมาก ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ประกาศในวันพฤหัสบดีว่า GDP ไตรมาส 1 ของปีนี้ได้ขยายตัวเพียง 2.0% ต่อปี ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ 2.2% จากการประเมินในครั้งก่อนเมื่อเดือน พ.ค. และเทียบกับที่โต 2.9% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2017 การปรับตัวเลข GDP ไตรมาสแรกให้ต่ำลงมาสะท้อนภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ซบเซามากกว่าคาด รวมทั้งยอดสินค้าคงคลังที่มีต่ำกว่าที่ทางการสหรัฐได้ประเมินไว้เมื่อเดือนที่แล้ว ในขณะที่ตลาดเฝ้าดูสถานการณ์สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างสหรัฐ และประเทศคู่ค้ารายอื่น ๆ หลังจากนายสวีเดน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐประกาศว่า รัฐบาลสหรัฐเตรียมออกมาตรการจำกัดการลงทุนต่อทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะจีนเท่านั้น หากพบว่าประเทศใดละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาต่อสินค้าด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ

ในขณะที่ค่าเงินบาท ปรับตัวอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 7 เดือน ที่ระดับ 33.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เป็นผลมาจากเงินทุนต่างชาติยังไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 15-20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต่างชาติขายหุ้นไทย 1.6 หมื่นล้านบาท และขายพันธบัตร 2.7 หมื่นล้านบาท สำหรับธนาคารกลางในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซียเตรียมแก้ปัญหาค่าเงินรูเปียร์ ที่อ่อนด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบ 1 เดือน ส่วนฟิลิปปินส์ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นรอบที่ 2ของปี ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย คงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% และยังไม่ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยชัดเจน อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของสกุลเงินในภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. (หลังธนาคารกลางสหรัฐ ปรับขึ้นดอกเบี้ย) ถึงปัจจุบันพบว่า ค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่า 3.49% วอน-เกาหลีใต้ 3.42% รูเปียห์ อินโดนีเซีย 2.57% หยวน-จีน 2.96% ดอลลาร์-สิงคโปร์ 1.36% ริงกิต-มาเลเซีย 1.35% โดยนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เสถียรภาพททางการเงินของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง และพึ่งพาเงินตราต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเกิดใหม่ จึงสามารถรองรับความผันผวนได้ ทาง ธปท.ยังติดตามสถานการณ์เงินทุนไหลออก และสถานการณ์ค่าเงินในปัจจุบันอย่างใกล้ชิด โดยระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.87-33.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตัวที่ระดับ 33.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1654/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาด (22/6) ที่ 1.1655/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ ไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.8 ในเดือนมิถุนายน จากระดับ 54.1 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนขยายตัวในอัตราที่เร็วขึ้น และเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน นอกจากนี้ประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และยูโรโซนก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลอยู่เช่นกัน หลังเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปได้ประกาศจัดเก็บภาษีสินค้าของสหรัฐมูลค่า 2.8 พันล้านยูโรเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อเป็นการตอบโต้การจัดเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งในภายหลังได้มีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า ความพยายามของสหภาพยุโรป (EU) ในการจุดชนวนสงครามการค้าด้วยการจัดเก็บภาษีสินค้าของสหรัฐนั้น จะถูกตอบโต้กลับมาและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมองว่าการตอบโต้ของ EU นั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจุดยืนที่แข็งกร้าวทางเศรษฐกิจของสหรัฐได้ ในขณะที่ตลาดจะเฝ้าดู ผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ประชุมสุดยอด (ซัมมิต) ที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยี่ยม ช่วง 28-29 มิ.ย. มีวิกฤตผู้อพยพเป็น 1ในหัวข้อหลักการประชุม รวมทั้งการปฏิรูปเงินยูโรและข้อตกลงการออกจากอียูของอังกฤษ โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1525-1.1720 ดอลลาร์สหรัฐ/
ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1648/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้ ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 109.67/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (22/6) ที่ระดับ 109.96/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเปิดเผย สรุปความคิดเห็นของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ซบเซาของญี่ปุ่นนั้นยังเป็นสิ่งที่กรรมการหลายท่านวิตกกังวล โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสด ปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ถึงแม้ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 แต่ก็ยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ BOJ ซึ่งกำหนดไว้ที่ระดับ 2% นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า บริษัทต่าง ๆ ยังคงระมัดระวังในการขึ้นค่าแรงให้กับพนักงาน ทำให้แนวโน้มในการบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพด้านราคาน่าจะยังคงต้องใช้เวลาต่อไป โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยน
เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.35-110.78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.64/66 เยน/
ดอลลาร์สหรัฐ