Skip to content

‘กุ้ยโจว’ โหมดึงคนไทย สัมผัสเสน่ห์ของ ‘ภูเขา-น้ำตก-ลำธาร’

07 ก.ย. 2568 | 08:39น.
‘กุ้ยโจว’ โหมดึงคนไทย สัมผัสเสน่ห์ของ ‘ภูเขา-น้ำตก-ลำธาร’

มณฑล “กุ้ยโจว” ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นมณฑลหนึ่งที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล พื้นที่กว่า 90% เป็นเทือกเขา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง และนับเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เพียบพร้อมของทรัพยากรทางธรรมชาติ ทั้งน้ำตก ถ้ำ หุบเขา ทะเลสาบ น้ำพุร้อน รวมถึงศิลปวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง

โดยปี 2019 National Geographic ของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้กุ้ยโจวเป็น 1 ใน 23 สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกที่ต้องไปเยือน และในปี 2020 เว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดังของโลก “Lonely Planet” ก็ยกให้กุ้ยโจวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกด้วย

การท่องเที่ยวมณฑลกุ้ยโจวจึงเดินหน้าทำการตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปเที่ยว ล่าสุดได้จัดงาน “ภูผาวารีเชื่อมใจ สื่อไมตรีด้วยภาพและเสียง กิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของมณฑลกุ้ยโจว” เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มคนไทยเพิ่มขึ้น

“เหิง เป่ย” (Huang Bei) รองผู้อำนวยการศูนย์ถ่ายทอดโทรทัศน์ดาวเทียมกุ้ยโจว และศูนย์เผยแพร่นานาชาติสถานีโทรทัศน์กุ้ยโจว หน่วยงานที่ทำการตลาดให้กับการท่องเที่ยวมณฑลกุ้ยโจว ให้ข้อมูลว่า เนื่องด้วยปีนี้ครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน มณฑลกุ้ยโจวจึงถือโอกาสมาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของมณฑลกุ้ยโจวให้คนไทยได้รู้จัก และอยากให้คนไทยได้ไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของกุ้ยโจวมากยิ่งขึ้น

เหิง เป่ย
เหิง เป่ย

“กุ้ยโจวมีภูเขาและธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งก่อนหน้านี้คนไทยยังไม่นิยมไปเที่ยวกุ้ยโจวมากนัก แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน คนไทยไปเที่ยวกุ้ยโจวเพิ่มขึ้น ขณะที่คนกุ้ยโจวก็นิยมมาเที่ยวประเทศไทย เพราะประเทศไทยมีทะเล แต่กุ้ยโจวไม่มีทะเล แต่มีภูเขาและธรรมชาติ”

พร้อมบอกด้วยว่า โครงสร้างเมืองที่เป็นภูเขาและธรรมชาติ ทำให้ “กุ้ยโจว” มีสภาพอากาศอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของระยะทางภูเขาขนาดใหญ่ ทำให้กุ้ยเป็นมณฑลที่มีสะพานสูงมากที่สุดถึงกว่า 100 แห่ง

โดยล่าสุด “กุ้ยโจว” ได้เปิดสะพานสูงที่สุดในโลกเพื่อข้ามแม่น้ำเป่ยผังเจียน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยากชื่นชมธรรมชาติบริเวณสะพานแล้ว หลังจากที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี 2013

นอกจากนี้ ยังได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรม มีชนกลุ่มน้อยกว่า 10 ชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน ทำให้เป็นดินแดนแห่งเทศกาลที่สนุกสนานด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันในภูเขาลูกเดียว รวมทั้งเป็นพื้นที่ผลิตชาที่ใหญ่ที่สุดของจีน ที่สำคัญยังเป็นบ้านเกิดของเหล้า “เหมาไถ” อีกด้วย

Guizhou

“เหิง เป่ย” บอกว่า ปัจจุบันกุ้ยโจวมีความทันสมัยและก้าวหน้ากว่าในอดีตเยอะมาก ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมก็มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีสนามบินถึง 4 แห่ง มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้ทั้งหมด

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวและโปรดักต์ท่องเที่ยวที่นำเสนอให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทย ประกอบด้วย 6 สินค้าหลัก ได้แก่ 1.หวง หรือน้ำตกหวงกั่วซู่ 2.เสี่ยว (เสี่ยว ซี โต่ย) หรือทะเลสาบ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ 3.ซี (ซีเจียงเซียนหู) หมู่บ้านชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุด 4.ชื่อ (ชื่อสุ่ย) ภูเขา น้ำตก และลำธาร 5.ว่าน (ว่าน เฟิง หลิง) ภูเขาสามร้อยยอด และ 6.ฝ่าน (ฝ่าน จิ้ง ซาน) ภูเขาที่ 4 ฤดูมีบรรยากาศแตกต่างกัน และเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

เรียกว่า เป็นเมืองที่เป็นศูนย์รวมมนต์เสน่ห์ของภูเขา น้ำตก และลำธาร

ด้าน “ธาริณี สมบุญ” รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า การจัดกิจกรรมของมณฑลกุ้ยโจวครั้งนี้ถือเป็นแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งมณฑลกุ้ยโจเป็นพื้นที่ไม่มีทางออกทางทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินและภูเขา มีธรรมชาติที่งดงาม มีการสร้างสะพานสูงระดับโลก เชื่อมต่อชนบทกับเมืองและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

ขณะที่ ททท.ก็ได้จัดโครงการอะเมซิ่งไทยแลนด์ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย-จีน และเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย เพื่อส่งเสริมการเดินทางระหว่าง 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มณฑลกุ้ยโจว ไทยเที่ยวจีน