GISTDA เผยผลสำรวจจากภาพถ่ายดาวเทียมเทียบปี 2562–2567 พบแนวชายฝั่งไทยบางพื้นที่ถอยร่นหนักจนสูญหาย ขณะเดียวกันบางพื้นที่กลับฟื้นตัวเพิ่มขึ้นชัดเจน รวมทั้งประเทศได้พื้นที่ชายฝั่งคืนกว่า 8,500 ไร่ สะท้อนทั้งแรงกัดเซาะและพลังฟื้นฟูของธรรมชาติท่ามกลางภาวะโลกร้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA) เปิดเผยข้อมูลเส้นเฝ้าระวังชายฝั่ง (Coastal Monitoring Line: CM. Line) ที่ใช้การแปลตีความจากข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม ร่วมกับการสำรวจข้อมูลภาคสนาม และตรวจสอบความถูกต้อง จากระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งทะเลไทย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่
โดยเปรียบเทียบข้อมูลเส้นเฝ้าระวังชายฝั่ง ระหว่างปี พ.ศ. 2562 กับปี 2567 ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาพื้นที่แนวชายฝั่งไทย พบว่ามีพื้นที่ที่ถอยร่น หรือ หายไป โดยบางพื้นที่ต้องเผชิญการกัดเซาะชายฝั่ง จนชายหาดค่อย ๆ หายไป รวมแล้วกว่า 77 ตำบล ทั่วประเทศเกิดแนวชายฝั่งที่ถอยร่นลง ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากทั้งธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์
ตำบลที่มีแนวชายฝั่งลดลงมากที่สุด 5 อันดับแรก
1.ต.บางตาวา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
2.ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี
3.ต.ไม้แก่น อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
4.ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
5.ต.ปากน้ำ อ.หลังสวน จ.ชุมพร
ส่วนพื้นที่ที่ฟื้นคืน ในอีกด้านหนึ่ง ธรรมชาติยังทำงานเงียบ ๆ ผ่านการทับถมของตะกอนดินและการฟื้นฟู จนแนวชายฝั่งของไทย 241 ตำบล มีพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยภาพรวมทั้งประเทศ เมื่อรวมผลการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด พบว่าประเทศไทยได้พื้นที่ชายฝั่ง เพิ่มขึ้นราว 8,500 ไร่ ในรอบ 5 ปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าการฟื้นตัวมากกว่าการสูญเสีย
ตำบลที่มีแนวชายฝั่งเพิ่มมากที่สุด 5 อันดับแรก
1.ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี
2.ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
3.ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
4.ต.บางกรวย อ.เมือง จ.ชลบุรี
5.ต.ท่าพญา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
จิสด้า ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปีนี้ เป็นการเคลื่อนไหวของคลื่นและตะกอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ระดับน้ำทะเลและคลื่นพายุมีความรุนแรงมากขึ้น ผ่านการอนุรักษ์และการจัดการชายฝั่งอย่างยั่งยืน เพราะชายหาดคือแนวกันชนธรรมชาติ ปกป้องชุมชนจากพายุและคลื่นลมรุนแรง
ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสำคัญ การติดตามด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมจึงไม่ใช่แค่ข้อมูลเชิงวิชาการ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนและปรับตัวเพื่อรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ชายฝั่งไทยยังคงงดงามและมั่นคงต่อไป