อำเภอน้ำยืน แจ้งประชาชนในพื้นที่เตรียมพร้อมศึกษาเส้นทางอพยพหลังเหตุปะทะ ขณะที่ประขาชนชาวน้ำยืน บางส่วนวิตกอพยพมาศูนย์พักพิง
กรณีศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 แจ้งว่า เมื่อเวลา 12.02 น.ฝ่ายกัมพูชาได้พยายามสร้างสถานการณ์ความตึงเครียด บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้อาวุธสงครามยิงเข้ามายังพื้นที่ของฝ่ายไทยพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนเล็กยิงปะทะเป็นระยะ เพื่อ“สร้างเงื่อนไข” และ “ยั่วยุ” ให้ฝ่ายไทยตอบโต้ โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ เพื่อนำไปใช้เผยแพร่ในเวทีนานาชาติ ว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ริเริ่มการปะทะ และละเมิดข้อตกลงหยุดยิงนั้น
รายงานข่าวจากอำเภอน้ำยืน แจ้งประชาสัมพันธ์แผนอพย เมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ (27ก.ย.68)ขอให้ประชาชนศึกษาเส้นทางและจุดที่หมู่บ้านอยู่ให้เตรียมพร้อมและรอคำสั่งจากอำเภอ
นายภพ ภูสมปอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ กรณีภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2568 ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที หากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา และเพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่บริเวณเขตชายแดนอำเภอน้ำยืน อย่างไกล้ชิด
หากมีเหตุจะได้ดำเนินการตามแผนได้ทันท่วงที ซึ่งที่ประชุมได้นำประสบการณ์การทำงาน จากสถานการณ์ที่ผ่านมาฯ มาแก้ไข ปรับปรุง และเพิ่มเติม ในแผนการทำงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและครอบคลุมในทุกๆด้าน
รายงานข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์แจ้งว่า นายสมชัย ริทัศน์โส ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอน้ำยืน ยืนยันว่า อำเภอน้ำยืน ยังไม่มีการแจ้งอพยพ แต่ได้รับแจ้งจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโดมประดิษฐ์ ว่า ประชาชนในพื้นที่บางส่วน เช่น บ้านหนองบัวพัฒนา และบ้านทุ่งสมเด็จ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน มีความวิตกกังวล ไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ได้อพยพออกจากพื้นที่มาอาศัยยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางจังหวัดอุบลราชธานี เตรียมไว้ให้ ส่วนใหญ่จะเป็น เด็ก สตรี ผู้สุงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ส่วนในพื้นที่ ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และ ชรบ.ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
