กรมอุตุฯเตือน 21-23 ต.ค.นี้ ฝนลดลง เหนือ-อีสาน อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิลด 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 19-20 องศา ขณะที่ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง จับตาพายุดีเปรสชั่นลูกใหม่ FENGSHEN ด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ ช่วง 18-20 ต.ค.นี้ ส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 17-23 ตุลาคม 2568 ว่าในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ประเทศไทย และทะเลอันดามัน สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย โดยภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมีอากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคใต้ฝั่งตะวันออก เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มีร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและห่างฝั่งทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 18-20 ต.ค. พายุดีเปรสชั่นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และคาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 21-22 ต.ค. พายุนี้จะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบน โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนบางแห่ง และลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังแรงขึ้น
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุในเวลาต่อมาว่า พายุดังกล่าวมีชื่อว่า FENGSHEN

ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง
คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 17-23 ต.ค. 2568
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม
ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40–60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาคในช่วงวันที่ 1-20 ต.ค. ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม
ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 19-20 ต.ค. ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง กับมีลมแรง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ บริเวณตอนล่างของภาคในช่วงวันที่ 22-23 ต.ค.
ในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง
ในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา ลมตะวันออกความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 19-20 ต.ค. ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

(ออกประกาศ 17 ตุลาคม 2568)