องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO : World Meteorological Organization) แสดงความชื่นชมต่อแถลงการณ์ของผู้นำกลุ่มประเทศ G20 ที่ประชุมซัมมิต ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2025 โดยให้ความสำคัญกับการเสริมทัพความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน และบทบาทสำคัญของระบบเตือนภัยล่วงหน้า WMO ระบุว่า แถลงการณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณสำคัญของความร่วมมือระดับโลกในการยกระดับระบบเตือนภัยเพื่อปกป้องชีวิตประชาชนทั่วโลก
การประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่แอฟริกาใต้ นับเป็นครั้งแรกที่ซัมมิตของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่จัดขึ้นในทวีปแอฟริกา ผู้นำของ G20 ได้ย้ำความสำคัญของกรอบการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ Sendai Framework 2015-2030 รวมถึงการเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และความตกลงปารีส พร้อมเน้นย้ำว่า ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเร่งการดำเนินงานตามกรอบเหล่านี้ โดยเฉพาะในภูมิภาคแอฟริกา
ในแถลงการณ์ผู้นำระบุว่า “เราต้องเร่งปกป้องทุกประเทศผ่านระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ครอบคลุม และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการผลักดันโครงการ Early Warnings for All ของสหประชาชาติให้บรรลุผลภายในปี 2027” พร้อมชื่นชมรัฐบาลแอฟริกาใต้ที่เปิดตัวโรดแมประดับประเทศภายใต้โครงการดังกล่าว
WMO ชี้ว่า นี่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าระบบเตือนภัยล่วงหน้ามีบทบาทจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่สภาพอากาศรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางภูมิอากาศคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในระดับโลก
สำหรับ WMO แถลงการณ์นี้เป็นผลลัพธ์ของความร่วมมืออย่างใกล้ชิดตลอดวงรอบ G20 ปี 2025 ภายใต้การนำของรัฐบาลแอฟริกาใต้ WMO ได้ส่งมอบองค์ความรู้เชิงเทคนิค ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ และข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการหารือด้านระบบสุขภาพที่ยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ บริการเตือนภัยล่วงหน้า และการบูรณาการข้อมูลภูมิอากาศเข้าสู่ระบบสุขภาพ
เซเลสเต้ เซาโล เลขาธิการใหญ่ของ WMO กล่าวว่า “WMO ยินดียิ่งที่การประชุมสุดยอด G20 ได้ให้คำมั่นชัดเจนเช่นนี้ และเราขอชื่นชมความเป็นผู้นำของรัฐบาลแอฟริกาใต้ WMO พร้อมสนับสนุนทุกประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีชุมชนใดถูกทอดทิ้งให้เผชิญภัยพิบัติอย่างไร้การปกป้อง”
โครงการ Early Warnings for All เป็นหัวใจสำคัญของความพยายามด้านความยืดหยุ่นระดับโลก เปิดตัวโดยอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติในปี 2022 เพื่อให้ประชากรทั่วโลกเข้าถึงการเตือนภัยที่ช่วยชีวิตได้ภายในปี 2027 ปัจจุบันโครงการอยู่ครึ่งทาง และดำเนินงานร่วมกันโดย WMO และ UNDRR พร้อมพันธมิตรอย่างสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และสภากาชาดระหว่างประเทศ
ในการประชุม Extraordinary Congress ของ WMO เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เซาโลได้ออกคำประกาศเชิญชวนให้เร่งขับเคลื่อน Early Warnings for All พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือ พันธมิตร และเงินทุน เพื่อผลักดันให้เป้าหมายระดับโลกเป็นจริง โดยระบุว่า วันนี้ Early Warnings for All ไม่ใช่เพียงโครงการ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวของสังคมโลก
นอกจากนี้ เสียงสนับสนุนจากการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของ G20 เมื่อเดือนตุลาคม ยังย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของระบบเตือนภัยหลายรูปแบบ และบทบาทสำคัญของหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติในฐานะผู้ประกาศเตือนภัยที่เชื่อถือได้
WMO ระบุว่าการเข้าร่วมกระบวนการหารือของ G20 ปีนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับความต้องการของระบบเตือนภัยล่วงหน้าในแต่ละประเทศ ส่งเสริมความร่วมมือเชิงเทคนิค การระดมทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการพยากรณ์อากาศ พร้อมขอบคุณผู้เชี่ยวชาญทุกคนที่ร่วมสนับสนุนตลอดปี 2025 รวมถึงโครงการ CREWS ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้บทบาทของ WMO เข้มแข็งขึ้น และทำให้บริการด้านภูมิอากาศและอุทกอุตุนิยมวิทยายังคงอยู่ใจกลางการหารือของ G20 อย่างต่อเนื่อง