เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
Finance เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
World ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
Uncategorized วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
Finance กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
Real Estate แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
เศรษฐีไทยแห่ซื้อ 2 คอนโดหรู Upper House ยอดขายทะลุหมื่นล้าน ลุยเจาะมหาเศรษฐีโลก
Real Estate เศรษฐีไทยแห่ซื้อ 2 คอนโดหรู Upper House ยอดขายทะลุหมื่นล้าน ลุยเจาะมหาเศรษฐีโลก
ส.อ.ท. ไม่ถอยแม้ต้นทุนพุ่งวิกฤตรอบด้าน เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงาน “เอกนัฏ” เร่ง PDP2026 ดันไฟสะอาด
Economic ส.อ.ท. ไม่ถอยแม้ต้นทุนพุ่งวิกฤตรอบด้าน เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงาน “เอกนัฏ” เร่ง PDP2026 ดันไฟสะอาด
หนุ่มจีนสร้าง Hoverboard บินได้! ใช้ AI วิเคราะห์-โค้ชฝึกบิน อินสไปร์ ‘กรีนก็อบลิน Spider-Man’
Tech หนุ่มจีนสร้าง Hoverboard บินได้! ใช้ AI วิเคราะห์-โค้ชฝึกบิน อินสไปร์ ‘กรีนก็อบลิน Spider-Man’
ดูทั้งหมด

“ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ” เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ-เมืองคานส์ “ยืมสายตาของเด็กมาใช้ในการทำหนัง”

25 ก.ค. 2561 | 20:07น.

โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ถือเป็นนักทำหนังขาประจำของเทศกาลหนังเมืองคานส์ หนังของเขาได้เข้าชิงปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์มาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุด ปีนี้ “Shoplifters” หนังใหม่ของเขาคว้ารางวัลปาล์มทองคำ ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดจากเทศกาลหนังเมืองคานส์มาได้สำเร็จ  

“Shoplifters” มีชื่อภาษาไทยว่า “ครอบครัวที่ลัก” กำลังจะเข้าฉายในเมืองไทย 2 สิงหาคมนี้ ก่อนจะได้ชมภาพยนตร์จากผู้กำกับที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำหนังครอบครัวคนนี้ เราไปคุยกับโคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ถึงประเด็นแง่มุมต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ และที่ไม่เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ แต่เกี่ยวกับประสบการณ์ในการทำหนังเรื่องก่อน ๆ ของเขา

Q: ได้ยินมาว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่น

โคเรเอดะ : จริง ๆ ก็ไม่ได้เอาข่าวจากเหตุการณ์จริงทั้งหมดมาสร้าง ที่ญี่ปุ่นเมื่อ 3 ปีก่อนมีคดีค่อนข้างเยอะในเรื่องการลักพาตัว และเรื่องที่มีครอบครัวใช้เงินบำนาญของผู้สูงอายุเลี้ยงตัวเองกันเยอะมาก ไม่ทำการทำงานกัน พอเกิดเหตุการณ์พวกนี้ขึ้นเยอะ เลยอยากลองนำมาเขียนเป็นภาพยนตร์ดู ไม่ได้นำมาใช้ทั้งหมด แต่แค่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้มาสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เท่านั้นครับ

Q: ทำไมถึงเลือกหยิบประเด็น “ครอบครัวนักขโมยของ” มาใช้

โคเรเอดะ : แค่เอาคดีที่เกิดขึ้นบ่อยมาใช้เป็นประเด็นหลักเฉย ๆ อย่างเช่น ครอบครัวหนึ่งที่เป็นขโมยกันยกบ้าน คือก็คิดแบบนั้นเอาไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มสร้างเลยครับ

Q: ภายในเรื่องกล่าวถึงตัวละครอากิ ที่มีอาชีพแชตโฟนเป็นตัวแทนความเหงา หรือสะท้อนสังคมไหม

โคเรเอดะ : ไม่ใช่เรื่องความเหงาอะไรของตัวละครอากิ เพราะถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าครอบครัวนี้จะขโมยของกัน ทำอะไรหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตลอด เวลาอยู่บ้านก็หลบกันทั้งเรื่องจริง ๆ อย่างตอนดูดอกไม้ไฟ ก็จะแอบดูกัน ไม่ออกไปเจอใคร เด็ก ๆ ก็จะไม่เรียกพ่อแม่ตรง ๆ งานของอากิก็เหมือนกันที่ไม่ต้องเห็นหน้าลูกค้า ไม่รู้ชื่อ ไม่ทราบอะไรเลย ธีมหลักของเรื่องนี้ไม่ใช่ความเหงาแต่เป็นเรื่องของการหลบซ่อนครับ

Q: ระหว่างภาพยนตร์เรื่องนี้ กับ No body knows เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ซึ่งธีมหลักของเรื่องเป็นคนจนเหมือนกัน สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ไหม

โคเรเอดะ : ทั้งสองเรื่องเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โตเกียวเหมือนกันครับ เรื่อง No body knows จะเน้นที่เรื่องของเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ในเรื่อง Shoplifters จะไปเน้นประเด็นของครอบครัวซะมากกว่า ไม่ใช่มีเพียงแค่เรื่องของเด็ก แต่ยังมีเรื่องของพวกผู้ใหญ่ที่มีปัญหา น่าจะเป็นจุดที่แตกต่างกันระหว่างสองเรื่องนี้

Q: คนญี่ปุ่นค่อนข้างให้ความสำคัญกับเลือดเนื้อเชื้อไข ในมุมมองของคุณโคเรเอดะ สายเลือดสำคัญไหมในการเป็นครอบครัว เพราะในหนังตัวละครแทบจะเป็นคนแปลกหน้ากันทั้งหมดเลย

โคเรเอดะ : ก็ไม่ได้คิดว่าสำคัญมากครับ อย่างในเรื่องนี้ครอบครัวนี้ก็สามารถก้าวข้ามผ่านเรื่องสายเลือดไปได้ พวกเขาผูกพันธ์กันแม้ไม่ได้เป็นครอบครัวจริง ๆ อย่างป้ากับอากิ ที่เป็นสายเลือดกันจริง ๆ ก็อยู่กันอย่างยากลำบากโดยที่ไม่ได้มีความผูกพันธ์กันครับ

Q: คุณสนใจช่วงเวลาของเด็ก ๆ เป็นพิเศษในแง่ไหนบ้างหรือไม่ เพราะภาพยนตร์แต่ละเรื่องจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็ก และช่วงเวลาในวัยเด็กของคุณโคเระเอดะเป็นอย่างไรบ้าง มีเรื่องไหนที่สำคัญในชีวิต หรือหนักใจบ้างไหม

โคเรเอดะ : ส่วนใหญ่ที่นำเรื่องของเด็กมาเล่า เพราะรู้สึกว่าเด็กสามารถสื่ออารมณ์ให้แก่ผู้ชมได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ยิ่งในเรื่องของสายตา เหมือนเป็นการยืมสายตาของเด็กมาใช้ในการทำหนัง ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกกับตัวละครนั้นได้ดี ส่วนเรื่องของตัวผมเองก็มีบ้างที่นำมาใส่ในหนังหลาย ๆ เรื่องแต่ก็ไม่ทั้งหมดครับ

โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ

Q: ในภาพยนตร์นี้ ตัวละครเด็กนั้นสำคัญมาก เวลาแคสติ้งนักแสดงที่จะมารับบทนั้น ๆ คุณโคเระดะมองหาอะไรบ้าง

โคเรเอดะ : หลัก ๆ เลยคือจะมองจากภายนอกก่อน ว่าเด็กคนนี้เห็นแล้วอยากถ่าย อยากให้ไปแสดงในหนังของผมไหม  วิธีออดิชั่นก็คือจะไม่ให้อ่านบท จะคิดบทสดให้เด็กพูดตามเลย แล้วจะฟังดูว่าเด็กคนนี้สามารถพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติไหมครับ

Q: ตอนออดิชั่นคุณโคเรเอดะเป็นคนเลือกนักแสดงเองใช่ไหม

โคเรเอดะ : แน่นอนครับ

Q: ในขณะเดียวกันพอมีเรื่องของเด็กเยอะ อีกเรื่องประเด็นหลัก ๆ ที่เห็นได้ชัดเลย คือเรื่องของความเป็นพ่อ อะไรที่ทำให้คุณโคเรเอดะเลือกใช้ความเป็นพ่อเด่นขึ้นมาในผลงานนี้

โคเรเอดะ : เพราะตอนนี้ผมเป็นพ่อคนแล้ว ก็เลยมีมุมมองจากฝั่งความเป็นพ่อมากครับ

Q: คนชอบจะเปรียบเทียบคุณโคเรเอดะกับผู้กำกับโอซุ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเหมือนกัน คิดว่าครอบครัวญี่ปุ่นในสมัยคุณโอซุเมื่อ 50ปีที่แล้ว กับครอบครัวญี่ปุ่นในปัจจุบัน ความหมายของครอบครัว ความสัมพันธ์ของครอบครัว และสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป มันต่างกันเยอะมากขนาดไหน

โคเระเอดะ : หนังของคุณโอซุมีครอบครัวหลายแบบ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเรื่องไหนมาเปรียบเทียบกับของผมดี แต่ถ้าให้พูดถึงสมัยก่อนก็จะมีเรื่องของสงครามเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ไม่ได้ดูสงบสุขเท่าหนังของผมในทุกวันนี้ อย่างที่บ้านครอบครัวก็จะแตกแยกกัน เอาจริง ๆ  รู้สึกว่าไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบมากก็คงเป็นเรื่องของครอบครัวนี่แหละมั้งครับ

 

 

 

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หนัง เทศกาลหนังเมืองคานส์