Skip to content

‘สเตคอน’ ขยายพอร์ตลงทุน สปีดรายได้ 3.5 หมื่นล้าน

30 ม.ค. 2569 | 13:50น.
‘สเตคอน’ ขยายพอร์ตลงทุน สปีดรายได้ 3.5 หมื่นล้าน

“Build Possibilities Make It Real” สร้างทุกความเป็นไปได้ และลงมือทำให้มันเป็นจริง เป็นวิสัยทัศน์ เป้าหมายการดำเนินงานในปี 2569 ที่ “ภาคภูมิ ศรีชำนิ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ Stecon ถ่ายทอดถึงพนักงาน

ปัจจุบัน “สเตคอน กรุ๊ป” ทำหน้าที่เป็นบริษัทโฮลดิ้ง เข้าถือหุ้นและลงทุนในธุรกิจหลักรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจอื่น ๆ ด้านวิศวกรรมและก่อสร้าง สาธารณูปโภคและพลังงาน โลจิสติกส์และการขนส่ง ผ่านบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

“ภาคภูมิ” ซีอีโอสเตคอน กรุ๊ป กล่าวถึงภาพรวมตลาดรับเหมาก่อสร้างว่า ช่วง 2-3 ปีนี้โครงการภาครัฐและเอกชนไม่เติบโต แต่ถือว่าไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้สังเกตได้ว่าไม่มีเมกะโปรเจ็กต์เปิดประมูลในปี 2568 แต่คาดว่าปี 2569 จะเปิดประมูลหลังมีรัฐบาลใหม่กลางปีนี้ เช่น รถไฟทางคู่เฟส 2 ทางด่วน มอเตอร์เวย์ ซึ่งซิโน-ไทยฯ สนใจจะเข้าร่วมประมูล แต่การลงนามสัญญาและการรับรู้รายได้อาจไม่ทันปีนี้

“เมื่อปี 2568 เราเริ่มมีงานเอกชนเข้ามามาประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท เป็นสัญญาณการปรับตัวที่ดีของเรา คาดว่าปี 2568 จะรับรู้รายได้ตามเป้าหรืออาจจะสูงกว่าเป้าเล็กน้อย ส่วนปี 2569 มองว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างน่าจะปรับตัวดีขึ้นและต่อเนื่องถึงปี 2570 โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ที่ 35,000 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้ว ทยอยรับรู้จากงานในมือ (Backlog) มีอยู่ 110,000-120,000 ล้านบาท และคาดว่าเพียงพอรับรู้รายได้ไปอีก 3-4 ปี”

สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อธุรกิจรับเหมา “ภาคภูมิ” วิเคราะห์มี 3 เรื่องหลัก เรื่องแรกราคากลางต่ำ ภาครัฐต้องปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ให้ผู้รับเหมาอยู่ได้ เพราะบางทีการตั้งราคาไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้รับเหมาบางรายต้องการงานจะแข่งขันราคา ทำให้มีกำไรน้อย หรือแทบไม่มีกำไร เลยพยายามลดต้นทุน แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่คงไม่ลดคุณภาพ

แต่อาจมีข้อจำกัดการจ้างบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ อาจทำให้มีโอกาสเกิดความเสี่ยงเรื่องของอุบัติเหตุมากขึ้น เรื่องที่สองแรงงานก่อสร้าง ยอมรับว่าหลังแรงงานกัมพูชากลับประเทศ อาจทำให้ขาดแคลนแรงงานภาคการก่อสร้างบ้าง สุดท้ายค่าวัสดุก่อสร้าง เมื่อก่อนอาจมีผลกระทบเข้ามาบ้าง แต่ที่ผ่านมา 2-3 ปีไม่มีผลกระทบอย่างรุนแรง เชื่อว่ารัฐน่าจะควบคุมราคาได้ดี

“สิ่งสำคัญคือเสถียรภาพรัฐบาล ถ้าเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อย หรือนโยบายบ่อย อาจทำให้ซัพลายหรือดีมานด์มูลค่างานก่อสร้างออกมาน้อยหรือช้ากว่ากำหนด”

เรายังขยายไปสู่ธุรกิจอื่น ล่าสุดลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่านบริษัท สเตคเอ็กซ์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ STECX บริษัทย่อย ซื้อหุ้นบริษัท เวอร์ติคอล พระราม 9 อัลไลแอนซ์ 1 จำกัด ผู้พัฒนาโครงการนิว เอปิค อโศก-พระราม 9 เป็นครั้งแรกที่ลงทุนอสังหาฯ เรามองเห็นถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย สอดคล้องกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในการขยายการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่ แม้ตลาดอสังหาฯจะขาลง แต่เป็นการลงทุนมาซัพพอร์ตธุรกิจหลักของเราด้วย เพราะซิโน-ไทยฯจะได้เป็นผู้ก่อสร้างโครงการด้วย

“เรายังมองโอกาสใหม่ ๆ ล่าสุดกำลังคุยกับกลุ่มบีทีเอส อาจจะให้ซิโน-ไทยฯ ก่อสร้างโครงการบ้านชาวไทย ขณะเดียวกัน ขอดูตลาด ถ้าพัฒนาโครงการต่อในหลายพื้นที่ เราอาจจะร่วมลงทุนกับเขาด้วย เรากับบีทีเอสร่วมลงทุนกันมาก่อนหน้านี้แล้ว มีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) และสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) เมืองการบินอู่ตะเภา และระบบเก็บค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ M 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี และ M 6 บางปะอิน-โคราช”

โดยระบบเก็บเงินมอเตอร์เวย์ 2 สายดังกล่าว เป็นการลงทุนผ่านบริษัท บีจีเอสอาร์ 81 จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนที่เราถือหุ้น 10% ร่วมกับบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 40% บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 40% และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 10% ซึ่งเปิดเก็บค่าผ่านทางสายบางใหญ่-กาญจนบุรีแล้ววันที่ 16 มกราคม 2569

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองกับสายสีชมพู หลังเปิดบริการ 2 ปี จำนวนผู้โดยสารยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เชื่อว่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 10-20% แต่เนื่องจากเกิดโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการทำงานและการเดินทางของคนเปลี่ยนไป ทำให้ผู้โดยสารยังไม่ถึงเป้า คงต้องทำการตลาดมากขึ้น ส่วนการซื้อคืนสัมปทานรอฟังนโยบายของภาครัฐ

กับคำถามเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก ไซต์ก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์จะกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างแค่ไหน “ภาคภูมิ” สะท้อนว่า โดยส่วนตัวเห็นใจทางผู้รับเหมาที่รับงาน เพราะเป็นรายใหญ่ ด้วยหลักปฏิบัติคงไม่มีนโยบายลดคุณภาพ วัสดุ ไม่งั้นบริษัทคงไม่เติบโตมาได้ขนาดนี้ น่าจะเกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ปฏิบัติงาน

“เราเองก็ต้องเข้มงวดมากขึ้น จากปัจจุบันที่ระมัดระวังอยู่แล้ว จากเหตุการณ์ก็เตือนใจให้คนของเรา ว่าความประมาท หรืออะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ ต้องรัดกุมมากขึ้น เช็กลิสต์อุปกรณ์การทำงาน ความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน รวมถึงการคัดเลือกผู้มารับจ้างช่วงต้องมีมาตรฐานคัดเลือก ทั้งด้านคุณภาพและประสบการณ์ ที่สำคัญการเงินต้องแข็งแรง” ซีอีโอสเตคอนทิ้งท้าย