Skip to content

“บางกอกแอร์เวย์ส” รับมือราคาน้ำมันพุ่ง ประกาศ “ขึ้นค่าตั๋ว-คุมต้นทุน” รักษากำไร

02 เม.ย. 2569 | 14:50น.
“บางกอกแอร์เวย์ส” รับมือราคาน้ำมันพุ่ง ประกาศ “ขึ้นค่าตั๋ว-คุมต้นทุน” รักษากำไร

แม้ว่าสายการบินต่าง ๆ จะทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ไว้จำนวนหนึ่ง แต่ความยืดเยื้อของสงครามตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกอย่างหนัก

ล่าสุด “บางกอกแอร์เวย์ส” ได้ประกาศปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารในอัตราเฉลี่ยประมาณ 15-20% อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

ติดตาม-ปรับตัว-ผ่อนหนักเป็นเบา

“พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ (BA) ผู้บริหารสายการบิน “บางกอกแอร์เวย์ส” ระบุว่า ข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2569 ระบุว่า การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เติบโตที่ 4.4%

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ
พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ

โดยสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้อย่างมาก “บางกอกแอร์เวย์ส” จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

และย้ำว่า ภาพรวมขณะนี้ “น้ำมัน” นับเป็นต้นทุนสำคัญและเป็นประเด็นที่สายการบินทั่วโลกประสบเหมือนกันหมด แต่สิ่งที่เราต้องคิดต่อคือ ต้องรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาและทำให้ดีขึ้น

ปรับขึ้นค่าตั๋ว 15-20%

ที่ผ่านมาบางกอกแอร์เวย์สก็มีการทำประกันความเสี่ยง ((Hedging) ไว้ส่วนหนึ่ง ประมาณ 30% ที่ยังได้ราคาประมาณ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันโลกปัจจุบันขยับขึ้นไปอยู่ในระดับ 170-180 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้ในสัดส่วนประมาณ 30% นั้นไม่เพียงพอ แต่ก็ช่วยเฉลี่ยต้นทุนทั้งปีได้บ้าง เรียกว่าช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ระดับหนึ่ง

“ตอนนี้เราก็ยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าราคาน้ำมันจะวิ่งไปถึงเท่าไหร่ ก็ได้แต่หวังว่าอย่าวิ่งไปมากกว่านี้เลย อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วเราก็ต้องดูว่าเราสามารถอยู่ได้ถึงระดับหนึ่ง และถึงระดับไหนที่เราต้องปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสาร”

โดยในส่วนของบางกอกแอร์เวย์สนั้นมีข้อสรุปแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ เป็นต้นไป จะทำการปรับขึ้นค่าบัตรโดยสารในบางเส้นทาง ในอัตราเฉลี่ยประมาณ 15-20% เส้นทางที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ปรับสูง คือ เส้นทางกรุงเทพฯ สู่ สมุย, ภูเก็ต และเชียงใหม่ เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุย เที่ยวบินไฟลต์เช้า จากระดับราคาเดิมประมาณ 2,000 บาทต่อที่นั่ง ก็จะต้องปรับขึ้น ส่วนจะขึ้นมากน้อยแค่ไหนนั้นจะพิจารณาให้สอดรับกับสภาพตลาด

“เรามอนิเตอร์ราคาตลอดเวลา โดยประเมินว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนของเราเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน เราจึงทำการปรับบ้างในบางเส้นทางที่สามารถปรับได้ ในขณะที่บางเส้นทางเราอาจจะมีเพดานเหลือไม่มากในการปรับขึ้น ซึ่งเราก็พยายามจะดูความเหมาะสมด้วย และหากสถานการณ์ยืดเยื้ออีก 2-3 เดือน คงต้องมาคุยเรื่องกลยุทธ์กันใหม่อีกครั้ง”

คุมเข้ม “รายได้-รายจ่าย”

“พุฒิพงศ์” บอกว่า ปีนี้บางกอกแอร์เวย์สจะมุ่งดูแลรายได้และค่าใช้จ่าย โดยยังคงเน้นให้บริการในเส้นทางบินที่มีอยู่เป็นหลัก ไม่เน้นการเพิ่มเส้นทางใหม่ จะไม่ขยายงานหากขยายแล้วมีค่าใช้จ่ายมากเกินกว่าเดิม และทำให้ตัวเลขกำไรลดลง เรียกว่า เราไม่อยากเติบโตโดยมีเส้นทางบินมาก ๆ แล้วสุดท้ายตัวเลขติดลบ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะขยายเพิ่ม

“ต้องเรียนตามตรงว่าการขยายหรือเพิ่มเส้นทางบินใหม่ไม่ยาก การถอยยากกว่า อันนี้เป็นบทเรียนจากช่วงโควิด โตแล้วลดไซซ์ลงยากกว่าที่เราจะขยาย ขยายทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่การลดมันกระทบมากมายไปหมด เราก็เลยมอง Conservative หน่อย เดินอย่างมั่นใจก่อนแล้วค่อยขยับดีกว่า”

ผู้นำธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ

โดยปีนี้ได้กำหนดวิชั่นใหม่ เป็น “ผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน” หรือ Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability สะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจการบินที่สอดคล้องกับบริษัทปัจจุบัน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันมีเครือข่ายเส้นทางบินรวม 25 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางบินภายในประเทศ 17 เส้นทาง และเส้นทางบินระหว่างประเทศ 8 เส้นทาง ยังกลับมาบินไม่ครบทุกจุดหมายปลายในช่วงก่อนวิกฤตโควิด

และในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนเครื่องบินรวม 22-26 ลำ (เข้ามาในช่วงปลายปี 2 ลำ) ประกอบด้วย เครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำ และ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2571

“ปัจจุบันเรามีสายการบินพันธมิตร 30 สายการบิน โดยมีน้องใหม่คือ ITA จากอิตาลี และกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 1-2 สายการบิน”

เดินหน้าเพิ่มศักยภาพสนามบิน

นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจสนามบินกลุ่มบางกอกแอร์เวย์สยังมีแผนยกระดับศักยภาพสนามบินสมุย (สุราษฎร์ธานี) ให้มีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารที่ประมาณ 6 ล้านคนต่อปี โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงในช่วงไตรมาส 2/2569 พร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573

ส่วนสนามบินตราด (จ.ตราด) นั้นเป็นแผนเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสนามบินเพื่อรองรับเครื่องบินแบบไอพ่น เช่น A320 โดยมีแผนขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570

ตั้งเป้าปี’69 มี 4.8 หมื่นเที่ยวบิน

ด้าน “คมกริช งามวงศ์วิโรจน์” ผู้อำนวยการแผนกลูกค้ารายใหญ่และผลิตภัณฑ์รายได้เสริม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 นี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยสาร โดยคาดการณ์สัดส่วนการขายจากช่องทางเว็บไซต์ 26% และช่องทางอื่น ๆ 74% (เช่น BSP Agent, Online Travel Agent, Call Center, Codeshare) โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่ยังคงมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรสายการบินและเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย

หากจำแนกตามภูมิภาค ตลาดยุโรปจะเป็นลูกค้ากลุ่มหลัก ซึ่งสร้างรายได้สูงสุด 40.3% อันดับ 2 คือตลาดไทยและอาเซียน 33.5% 3.ภูมิภาคอเมริกามีสัดส่วนที่ 8.2% ตามด้วยภูมิภาคเอเชียเหนือ 6.7% ออสตราเลเชีย 4.6% 
เอเชียใต้ 3.6% และภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และแอฟริกา 
คิดเป็น 2.6%

โดยกลยุทธ์การขายตามเป้าหมายคือ การขายเชิงรุกในตลาดต่างประเทศ เพราะมีความต้องการเดินทางเข้าไทยสูง และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ประกอบกับผลพวงความได้เปรียบจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยปรับตัวในระดับที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน อาทิ รัสเซีย ตะวันออกกลาง และยุโรป รวมถึงตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง เช่น คาซัคสถาน ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศฟรีวีซ่าอย่าง จีน และอินเดีย

“พุฒิพงศ์” บอกด้วยว่า ได้ตั้งเป้าหมายปี 2569 ว่า “บางกอกแอร์เวย์ส” จะมีจำนวนเที่ยวบิน 48,000 เที่ยวบิน มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ในระดับ 80% และคาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งปี 4.3 ล้านคน