Skip to content

สมาคม TTAA ชง CAAT บี้สายการบินคืนเงินผู้โดยสารพร้อมระบุสาเหตุกรณียกเลิกเที่ยวบิน

25 เม.ย. 2569 | 14:06น.
สมาคม TTAA ชง CAAT บี้สายการบินคืนเงินผู้โดยสารพร้อมระบุสาเหตุกรณียกเลิกเที่ยวบิน

สมาคม TTAA ร่อนจดหมายร้องสำนักงานการบินพลเรือน กรณีสายการบินแห่ยกเลิกเที่ยวบิน เผยส่งผลกระทบหนักต่อผู้โดยสาร พร้อมผลักภาระต้นทุนจำนวนมากให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยไม่มีกลไกคุ้มครองที่เป็นธรรม วอนกำหนดให้สายการบินคืนเงินภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน ไม่บังคับให้รับเครดิตโดยไม่สมัครใจ รวมถึงต้องจัดหาการเดินทางทดแทน หรือมีมาตรการชดเชยที่เหมาะสม รวมถึงสั่งสายการบินเปิดเผยสาเหตุของการยกเลิกเที่ยวบินอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

รายงานข่าวจากสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (Thai Travel Agents Association : TTAA)  องค์กรที่ดูแลนักท่องเที่ยวขาออก (Outbound Tourism ) หรือนำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (24 เมษายน 2569) สมาคมฯ ได้ส่งจดหมายถึงเลขาธิการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT – The Civil Aviation Authority of Thailand) และอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค และบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว กรณีสายการบินยกเลิกเที่ยวบิน ลงนามโดยนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนข้อเท็จจริงในภาคปฏิบัติว่าภาระความเสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้สิ้นสุดที่สายการบิน แต่กลับถูกส่งต่อมายังผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยระบุว่าเหตุการณ์การยกเลิกเที่ยวบินที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะต่อผู้โดยสาร แต่กำลังผลักภาระต้นทุนจำนวนมากไปยังผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยปราศจากกลไกคุ้มครองที่เป็นธรรม

โดยในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดกรณีสายการบินยกเลิกเที่ยวบิน และปรับเปลี่ยนตารางบินอย่างมีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลากระชั้นชิด ซึ่งได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อผู้โดยสาร และ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนดูแลผู้บริโภคโดยตรง

รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า ความเสียเหายที่เกิดขึ้นนั้สร้างความเสียหายทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการนำเที่ยว โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้บริโภค ประกอบด้วย 1. ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางได้ตามแผนการเดินทาง สูญเสียค่าใช้จ่ายและโอกาสสำคัญ  โดยเฉพาะการเดินทางแบบหมู่คณะ 2. การคืนเงินล่าช้า หรือการจำกัดให้รับเครดิต (Voucher) ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของผู้บริโภค และ 3. ความไม่ชัดเจนของข้อมูลจากสายการบินทำให้ผู้บริโภคต้องพึ่งพาผู้ประกอบการเป็นหลักในการประสานงานและแก้ไขปัญหา

ในส่วนของความเสียหายที่ตกอยู่กับผู้ประกอบการนำเที่ยว ซึ่งมิใช่ผู้ก่อให้เกิดเหตุแต่ผู้ประกอบการกลับต้องแบกรับภาระโดยตรง ได้แก่ 1. การสำรองเงินคืนลูกค้า เพื่อรักษาความเชื่อมั่น ทั้งที่ยังไม่ได้รับเงินคืนจากสายการบิน 2. การรับภาระค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ที่พัก รถรับส่ง และค่าเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ซึ่งหลายกรณีไม่สามารถเรียกคืนได้ 3. การใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตั้งแต่การประสานงาน การปรับแผน ไปจนถึงการดูแลลูกค้าเป็นรายกรณี และ 4. การแบกรับความเสียหายด้านชื่อเสียง ทั้งที่เหตุการณ์อยู่นอกเหนือการควบคุม

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนอย่างชัดเจนว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวกำลังทำหน้าที่เป็นกันชน โดยต้องรับผิดชอบก่อนและแทนสายการบิน โดยไม่มีมาตรการรองรับที่เป็นธรรม แม้ว่าในปัจจุบันจะมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิผู้โดยสาร แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และยังไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบต่อผู้ประกอบการในฐานะคู่สัญญาทางธุรกิจ (B2B) อย่างเพียงพอ อีกทั้งการอ้างเหตุผลในการยกเลิกเที่ยวบินยังขาดความโปร่งใสและยากต่อการตรวจสอบ

ดังนั้น เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริงและสร้างความเป็นธรรมต่อทั้งระบบ สมาคมฯ จึงเสนอให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พิจารณาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดให้สายการบินต้องคืนเงิน (Refund) ภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน และไม่สามารถบังคับให้รับเครดิตโดยไม่สมัครใจ รวมถึงต้องจัดหาการเดินทางทดแทน หรือมีมาตรการชดเชยที่สะท้อนความเสียหายจริงในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ประกอบการต้องสำรองจ่ายแทน

นอกจากนี้ ควรมีการกำหนดให้สายการบินเปิดเผยสาเหตุของการยกเลิกเที่ยวบินอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ จัดตั้งกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ตลอดจนกำหนดบทกำกับดูแลและบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับสายการบินที่ไม่ปฏิบัติตาม

“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น หากผู้ประกอบการซึ่งเป็นด่านหน้าของการให้บริการต้องแบกรับความเสี่ยงโดยลำพังย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งระบบในระยะยาว การคุ้มครองผู้บริโภคจึงไม่อาจจำกัดอยู่เพียงปลายทาง แต่จำเป็นต้องครอบคลุมตลอดห่วงโซ่บริการอย่างเป็นธรรม จึงใคร่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการอย่างเร่งด่วน และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการหารือ เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมร่วมกัน” รายงานข่าวระบุ