เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

‘บอร์ดราง’ นัดแรก เคาะลดค่าโดยสาร งดเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน จ่ายชดเชยรถดีเลย์

30 เม.ย. 2569 | 13:11น.
'บอร์ดราง' นัดแรก เคาะลดค่าโดยสาร งดเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน จ่ายชดเชยรถดีเลย์

พิพัฒน์ลุยพลิกโฉมระบบรางไทย คิกออฟบอร์ดรางนัดแรกหลัง พ.ร.บ.ใหม่บังคับใช้ ชูไฮไลต์ “ลดค่าโดยสาร-งดเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน-จ่ายชดเชยรถดีเลย์” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 1/2569 ถือเป็นก้าวสำคัญประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการขนส่งทางรางไทย หลังพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ.2568 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อขับเคลื่อนระบบรางของประเทศให้ทันสมัย เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ และที่สำคัญที่สุดคือต้อง “เป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” โดยที่ประชุมได้เตรียมผลักดันนโยบายสำคัญที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนในทุกมิติ

มิติที่ 1 ลดภาระค่าครองชีพและรักษาสิทธิผู้โดยสาร โดยคุมเพดานค่าโดยสาร และงดเก็บซ้ำซ้อน เพื่อเตรียมประกาศกำหนดอัตราขั้นสูง (เพดานราคา) ของค่าโดยสาร เพื่อป้องกันการเรียกเก็บค่าโดยสารที่แพงเกินไป พร้อมมาตรการ “ยกเว้นค่าแรกเข้า” เมื่อเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

การลดหย่อนค่าโดยสารและนั่งฟรี ในการเตรียมยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าในเขตเมืองสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี และผู้พิการ พร้อมมอบส่วนลดพิเศษสำหรับผู้สูงอายุและทหารผ่านศึกนอกประจำการ
รถไฟดีเลย์ต้องมีชดเชย

โดยกฎหมายใหม่กำหนดชัดเจนให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้โดยสาร หากเกิดกรณีรถไฟล่าช้ากว่ากำหนดหรือถูกยกเลิกเที่ยววิ่ง รวมถึงผู้ประกอบการต้องจัดทำประกันภัยอุบัติเหตุ คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของผู้โดยสาร วงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาทต่อคนต่อครั้ง

มิติที่ 2 ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยจัดระเบียบและกำหนด “เขตระบบรถขนส่งทางราง” และ “เขตปลอดภัย” อย่างชัดเจน รวมถึงตัวรถและโครงสร้างพื้นฐานต้องผ่านการจดทะเบียนและได้มาตรฐานความมั่นคงแข็งแรง และมีการควบคุมคุณภาพอากาศ ระดับเสียง และการสั่นสะเทือน ไม่ให้กระทบต่อชุมชนโดยรอบ ที่สำคัญผู้ประจำหน้าที่ เช่น พนักงานขับรถและพนักงานควบคุมรถ จะต้องสอบผ่านเกณฑ์และได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความมั่นใจในการให้บริการ

มิติที่ 3 ขยายโครงข่ายครอบคลุม โดยเปิดทางเอกชนร่วมให้บริการ แบ่งเป็น“เขตเมือง” ขับเคลื่อนโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้ครบ 14 สายทาง ระยะทางรวม 554.41 กม.ต่อยอดจากปัจจุบันที่เปิดให้บริการแล้ว 14 โครงการ เช่น รถไฟชานเมืองสายสีแดง

“เขตภูมิภาค” โดยเร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ได้แก่ สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คาดเปิดใช้ปี 2571 และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม เพื่อเชื่อมโยงโลจิสติกส์และสนับสนุนเศรษฐกิจ

ที่สำคัญจะมีการเปิดกว้างให้ภาคธุรกิจ ในนโยบายที่ให้โอกาสเอกชนเข้าใช้โครงสร้างพื้นฐานทางรางร่วมกันได้ พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมประกอบกิจการ 5 ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน เพิ่มความถี่ขบวนรถให้เพียงพอต่อความต้องการ และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในภาพรวม

ทั้งนี้ ได้มีการหารือเกี่ยวกับประกาศคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และในส่วนของประกาศกฎกระทรวง ภายหลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากการประชุมครั้งนี้แล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งจะมีระยะเวลาดำเนินการ 2-3 เดือน ก่อนที่จะประกาศบังคับใช้ต่อไป

นายพิพัฒน์ย้ำว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบรางไทยสู่มาตรฐานสากล ทุกแผนงานจากกรมการขนส่งทางราง เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย เข้าถึงง่ายอย่างเท่าเทียม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขนส่งทางราง