เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF แนะไทยเร่งรัดเข็มขัด-ชี้ช่วยประชาชนตรงกลุ่ม เลี่ยงหว่านแห  รับวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
World IMF แนะไทยเร่งรัดเข็มขัด-ชี้ช่วยประชาชนตรงกลุ่ม เลี่ยงหว่านแห รับวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
Biz Movement เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
Finance คลังโต้ข่าว IMF มองเศรษฐกิจไทยเปราะบาง สวนทางอาเซียน ชี้เป็นเฟกนิวส์
สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
News สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
Finance IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
Economic คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
Finance ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
SD ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
Real Estate เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
ดูทั้งหมด

เปิดประวัติ “วอลโว่” ต้นกำเนิดจาก ‘สวีเดน’ สู่ ‘ทุนจีน’ และมรสุมท้าทายของรุ่น EV

22 พ.ค. 2569 | 17:30น.

‘วอลโว่’ แบรนด์รถยนต์ผู้คิดค้นเข็มขัดนิรภัยเพื่อเซฟชีวิตคนทั้งโลก สู่ก้าวสำคัญใต้ปีกทุนจีนอย่าง ‘จีลี่’ ผลักดันให้เป็นเสือปืนไวในตลาดรถยนต์ EV แต่ในวันนี้ต้องมาเผชิญมรสุมครั้งใหญ่ท่ามกลางกระแสข่าวรรถ EV ไฟไหม้ และการประกาศเรียกคืนรถล็อตใหญ่… มรดกความปลอดภัยเกือบศตวรรษของวอลโว่ จะพาพวกเขาฝ่าวิกฤตเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้อย่างไร?

ท่ามกลางกระแสข่าวความกังวลเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ถึง 3 เคสในเดือนเดียวกันในไทย และมีการประกาศเรียกคืนรถ ของค่ายรถยักษ์ใหญ่ทั่วโลกอย่าง วอลโว่ (Volvo) แบรนด์รถยนต์ที่คนทั้งโลกจดจำในฐานะ “สัญลักษณ์แห่งความปลอดภัย” ก็กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้เช่นกัน แต่ก่อนจะไปพูดถึงมรสุมในปัจจุบัน เราขอพาย้อนไปดูรากเหง้าอันแข็งแกร่งที่ทำให้แบรนด์นี้ครองใจคนมาเกือบศตวรรษ

จุดเริ่มต้นและวัฒนธรรมองค์กร

วอลโว่ เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ของสวีเดน ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1927 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เมืองโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ถือกำเนิดจากการเป็นบริษัทลูกของบริษัทผลิตลูกปืน SKF ในเช้าวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1927 รถยนต์วอลโว่ (Volvo) คันแรกได้แล่นออกจากสายการผลิต ณ โรงงานแห่งแรกของบริษัทในเมืองโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ในปัจจุบัน บริษัทได้ขยายธุรกิจไปทั่วโลก แต่สูตรลับเบื้องหลังความสำเร็จยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันระดับโลกเพื่อยกระดับชีวิตของผู้คน

ย้อนกลับไปในปี 1927 บรรยากาศที่วอลโว่เต็มไปด้วยความคึกคัก บนชั้นยอดสุดของอาคารโรงงานแห่งแรก ผู้ก่อตั้งวอลโว่ทั้งสองคนนั่งทำงานร่วมกันที่โต๊ะตัวหนึ่งท่ามกลางศูนย์กลางของความเคลื่อนไหวทั้งหมด มันเป็นออฟฟิศที่แทบไม่มีความลับต่อกัน โดยมีคติพจน์ในยุคแรกเริ่มที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างว่า

“สิ่งใดที่คุณไม่สามารถพูดกับผมเพื่อให้ทุกคนได้ยินได้ สิ่งนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดเลยดีกว่า”

ปัจจุบันอาคารหลังเดิมนั้นได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและความร่วมมือ ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความเปิดกว้างนี้ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

ผู้ก่อตั้งและการขยายธุรกิจในช่วงแรก

ผู้ก่อตั้งทั้งสองท่านคือ อัสซาร์ กาเบรียลส์สัน (Assar Gabrielsson) อดีตพ่อค้าขายไข่ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของ SKF บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านตลับลูกปืน และ กุสตาฟ ลาร์สสัน (Gustaf Larsson) วิศวกรเครื่องกลที่มีความเชี่ยวชาญด้านรถยนต์และโซลูชันอัจฉริยะ

พวกเขาร่วมมือกันทำให้วอลโว่สามารถทำกำไรได้สำเร็จตั้งแต่ปีที่สามของการดำเนินงาน ซึ่งในตอนนั้นไลน์ผลิตภัณฑ์ได้ขยายครอบคลุมทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารประจำทางแล้ว

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น วอลโว่คัดเลือกซัพพลายเออร์อย่างพิถีพิถัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาความร่วมมือทางธุรกิจมักจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

  • ปี 1935 วอลโว่ได้เข้าซื้อกิจการ Pentaverken ซัพพลายเออร์ผู้ผลิตเครื่องยนต์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Volvo Penta ซึ่งยังคงผลิตเครื่องยนต์สำหรับอุตสาหกรรมและยานยนต์ทางน้ำมาจนถึงทุกวันนี้
  • ปี 1950 เข้าซื้อกิจการบริษัทผู้ผลิตรถแทรกเตอร์ Bolinder-Munktell ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นสิ่งเรารู้จักกันในปัจจุบันในนาม Volvo Construction Equipment

การเติบโตของยอดขายและการผลิตทั่วโลก

ในช่วงปีแรกๆ วอลโว่พัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงยอดการส่งออกด้วย เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1960 ไม่เพียงแต่ยอดขายเท่านั้นที่เติบโตไปทั่วโลก แต่กำลังการผลิตก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน วอลโว่ได้ขยายฐานการผลิตในยุโรปและอเมริกาเหนือ และตามมาด้วยการจัดตั้งการดำเนินงานในประเทศบราซิลในเวลาต่อมา

ปัจจุบัน วอลโว่ กรุ๊ป มีโรงงานผลิตหลักในเอเชียและโอเชียเนีย และให้บริการในตลาดต่างๆ มากกว่า 190 แห่งทั่วโลก

การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และการเข้าซื้อกิจการ

การเดินทางของวอลโว่ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความร่วมมือและการเข้าซื้อกิจการ แต่เมื่อใกล้ถึงช่วงปีมิลเลนเนียม (ปี 2000) ฝ่ายบริหารได้ตัดสินใจขายธุรกิจ Volvo Cars ให้แก่ Ford Motor Company สิ่งนี้ทำให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นไปที่การสร้างตำแหน่งที่แข็งแกร่งในด้านโลจิสติกส์

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งปี วอลโว่ได้เข้าซื้อกิจการของคู่แข่งรายใหญ่หลายราย รวมถึง Renault Trucks และ Mack Trucks ซึ่งยังคงเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จในพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ของวอลโว่จนถึงปัจจุบัน

ก้าวสู่อนาคตด้วยความร่วมมือและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน

การให้ความสำคัญกับความร่วมมือที่วอลโว่กรุ๊ป ในปัจจุบันยังคงเหนียวแน่นเช่นเคย ดังคำกล่าวที่เป็นที่ยอมรับโดย มาร์ติน ลุนด์สเตดท์ (Martin Lundstedt) ประธานและซีอีโอที่ว่า

“การเป็นพันธมิตรคือการนำทางในรูปแบบใหม่” 

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งหมดกำลังเผชิญอยู่นั้น จำเป็นต้องอาศัยการรวมพลังให้เป็นหนึ่งเดียว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบัน ได้แก่

  • Milence การร่วมทุนที่ วอลโว่กรุ๊ป ผนึกกำลังกับคู่แข่งเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จสำหรับรถบรรทุกหนักในยุโรป

  • Cellcentric ความร่วมมือเพื่อพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cells)

นี่เป็นสองตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า วอลโว่ กรุ๊ป พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อค้นหาโซลูชันที่ปลอดภัยกว่า ยั่งยืนกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

การเข้ามาของทุนจีน ‘จีลี่’

ต่อมาปี 2010 บริษัทรถยนต์จีลี่ (Geely Holding Group) ซึ่งเป็นค่ายรถยนต์เอกชนรายใหญ่ของจีนที่มีฐานธุรกิจที่มณฑลเจ้อเจียง เข้าซื้อกิจการรถยนต์ วอลโว่ จากบริษัทฟอร์ดมอเตอร์ ด้วยเงินมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตีเป็นมูลค่าไทยเกือบ 6 หมื่นล้านบาท โดยมีพิธีลงนามสัญญาที่กรุงโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2010

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการรถยนต์จีนในการยกระดับแบรนด์ผ่านการซื้อยี่ห้อแบรนด์ไฮเอนด์ระดับโลกเพื่อบุกตลาดตะวันตกจุดเริ่มต้นและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ซึ่งทำให้ปัจจุบัน Zhejiang Geely Holding Group เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ณ ตอนนี้ และตลาดที่ทางจีลี่กำลังบุกอย่างต่อเนื่องก็คือ รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

Top 3 โมเดลที่ขายดีที่สุดทั่วโลกของ Volvo อ้างอิงจาก รายงานสรุปยอดขายประจำปี 2025

  • อันดับ 1: Volvo XC60

    • ยอดขายปี 2025: 230,655 คัน

    • ยังคงเป็นรถรุ่นที่ขายดีที่สุดอันดับหนึ่งของแบรนด์ทั่วโลก ยอดขายค่อนข้างนิ่งและทรงตัวจากปีก่อนหน้า

  • อันดับ 2: Volvo XC40 / EX40

    • ยอดขายปี 2025: 166,920 คัน

    • ในรายงานนี้ วอลโว่นับยอดรวมของอนุกรมตระกูล 40 ทั้งหมดเข้าด้วยกัน (รวมทั้งรุ่นน้ำมัน/ไฮบริด XC40 และรุ่นไฟฟ้า 100% EX40) ยอดขายลดลงจากปีที่แล้วเล็กน้อย

  • อันดับ 3: Volvo XC90

    • ยอดขายปี 2025: 103,217 คัน

    • พี่ใหญ่ SUV ไซส์หรูยังคงเหนียวแน่นในอันดับ 3 แม้ตัวเลขจะลดลงจากปีก่อนหน้าประมาณ 5,000 คัน

ในปี 2025 ทำให้เห็นว่า วอลโว่ ทำยอดขายรวมทั่วโลกได้ 710,042 คัน ซึ่งลดลงจากปีก่อน 7% โดยมี “ประเทศจีน” เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ Volvo ตามมาด้วย สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสวีเดนตามลำดับ

มรสุมความท้าทาย โมเดล EV ลุกไหม้ เรียกคืนทั่วโลก

เมื่อเส้นทางสู่ ‘ยุคยานยนต์ไฟฟ้า’ ของวอลโว่ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เทคโนโลยีแบตเตอรี่กลายเป็นโจทย์หินที่ท้าทาย DNA ความปลอดภัยของแบรนด์อย่างรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ โดยเฉพาะสถานการณ์ล่าสุดในประเทศไทยที่แบรนด์กำลังเผชิญหน้ากับมรสุมลูกใหญ่ ทั้งจากการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐและกระแสความกังวลของผู้บริโภค

ความตึงเครียดพุ่งสู่ขีดสุดหลังเกิดเหตุการณ์ในไทย Volvo EX30 เกิดเพลิงไหม้ถึง 2 เคส โดยมีเคสสะเทือนขวัญที่ตัวรถเกิดไฟลุกไหม้ขณะชาร์จไฟทิ้งไว้ที่บ้าน นำไปสู่การสั่งระงับการขาย EX30 ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว พร้อมประกาศเรียกคืนรถรุ่นนี้กว่า 1,600 คันเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ล็อตใหม่ เนื่องจากพบความเสี่ยงที่ชุดแบตเตอรี่ ซึ่งผลิตโดยซัพพลายเออร์ Sunwoda อาจเกิดความร้อนสูงเกินควบคุม

ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการชั่วคราวของวอลโว่ ที่ออกคำเตือนให้ผู้ใช้ จำกัดการชาร์จแบตเตอรี่ไว้ไม่เกิน 70% ยิ่งสร้างความไม่พอใจและสั่นคลอนความมั่นใจของลูกค้าที่เลือกซื้อรถแบรนด์นี้เพราะเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัย

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ในเช้าวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 2026 ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำลังเรียกผู้บริหาร Volvo เข้าชี้แจงมาตรการเยียวยาปม EX30 อยู่นั้น ก็เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนเมื่อ Volvo XC60 ระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เกิดเหตุไฟลุกไหม้บนทางหลวงมอเตอร์เวย์ M81 โชคดีที่ผู้ใหญ่และเด็กอีก 2 คนภายในรถหนีออกมาได้ทันเวลา

เหตุการณ์นี้ทำให้ สคบ. ต้องออกคำสั่งด่วนที่สุดให้ Volvo เร่งตรวจสอบเคส XC60 บนถนน M81 นี้ทันที พร้อมทั้งจับตามาตรการชดเชยเยียวยาผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากตกลงกันไม่ได้ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่มในที่สุด

จากอดีตโรงงานเล็กๆ ในสวีเดนที่ยอมแจกสิทธิบัตรเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดให้ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นฟรีเพื่อเซฟชีวิตคนทั้งโลก มาจนถึงยุคทองใต้ปีกทุนจีนอย่างจี๋ลี่ วันนี้ วอลโว่ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่อันตรายที่สุด มรดกตกทอดเกือบศตวรรษภายใต้คติพจน์

“ทุกชีวิตปลอดภัยใน Volvo”

กำลังถูกสั่นคลอนด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่าน ยุคยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่โครงสร้างเหล็กตัวถังที่แข็งแกร่งเหมือนในอดีต แต่ต้องการระบบจัดการพลังงาน ซอฟต์แวร์ และซัพพลายเชนแบตเตอรี่ที่เสถียรไร้ที่ติด้วย

การรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ ทั้งการเร่งเปลี่ยนแบตเตอรี่ล็อตใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2026 และการออกมาตรการเยียวยาลูกค้าอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา อาจเป็นคำตอบว่า วอลโว่จะยังคงเป็นแบรนด์พรีเมียมที่ผู้คนฝากชีวิตไว้ได้เหมือนเดิม หรือคำว่าความปลอดภัยจะกลายเป็นเพียงอดีตที่ถูกเทคโนโลยีไฟฟ้ารับน้องจนเสียศูนย์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

volvo Volvo EX30 รถ EV วอลโว่