เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
HR TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
Uncategorized BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
ดูทั้งหมด

วิกฤต “ตลาดเกิดใหม่” กลับมาป่วนโลกอีกครั้ง

08 ก.ย. 2561 | 20:30น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย นงนุช สิงหเดชะ

 

ภายหลังจากตลาดเกิดใหม่ (emerging markets) เกิดปัญหาเงินอ่อนค่าอย่างมาก โดยเฉพาะล่าสุดก็คือกรณีเงินลีราของประเทศตุรกี ซึ่งร่วงลงไป 40% นับจากต้นปีนี้ ภายหลังจากพิพาทกับสหรัฐและถูกสหรัฐขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเพื่อลงโทษ และยังซ้ำด้วยปัญหาของอาร์เจนตินา ที่ต้องขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐานสูงถึง 60% เพื่อพยุงค่าเงินและสกัดปัญหาเงินเฟ้อ พร้อมทั้งเร่งรัดขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทำให้นักลงทุนและนักวิเคราะห์เริ่มกังวลมากขึ้นว่า “วิกฤตตลาดเกิดใหม่” อาจจะกลับมาอีกรอบ

อันที่จริงบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่เริ่มตกอยู่ภายใต้แรงกดดันนับตั้งแต่ปี 2556 เมื่อสหรัฐเริ่มลดขนาดของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอี หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และแรงกดดันนั้นมากขึ้นเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เงินทุนทยอยไหลกลับสหรัฐ

เมื่อปี 2556 มอร์แกน สแตนลีย์ ได้จัดให้ตลาดเกิดใหม่ 5 ประเทศอยู่ใน “กลุ่มเปราะบาง 5 ประเทศ” หรือ Fragile Five ได้แก่ บราซิล อินเดีย อินโดนีเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้ เนื่องจากมีปัญหาคล้ายกัน คือ ค่าเงินอ่อนค่ารุนแรง ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง และการเมืองในประเทศไร้เสถียรภาพ จึงมีความเปราะบางกว่าใครเมื่อถูกกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางนโยบายการเงินในสหรัฐ

สัตยจิต แดส อดีตนายธนาคารและถูกบลูมเบิร์กจัดให้เป็น 1 ใน 50 คนที่ทรงอิทธิพลทางการเงินของโลกชี้ว่า ขณะนี้เราอาจกำลังประสบกับวิกฤตของตลาดเกิดใหม่ในเชิงตำรานั่นก็คือ หลายประเทศมีหนี้สูง เกิดฟองสบู่

สินเชื่อมีการใช้เงินลงทุนไปในโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือเก็งกำไร มีหนี้ต่างประเทศระยะสั้นสูง ภาคธนาคารอ่อนแอ ขาดดุลงบประมาณและดุลบัญชีเดินสะพัด ทุนสำรองระหว่างประเทศไม่เพียงพอ

โดยจะเห็นว่ามีตลาดเกิดใหม่จำนวนมากตกอยู่ในความเสี่ยงนอกเหนือจากตุรกีและอาร์เจนตินา เพราะตลาดเกิดใหม่โดยรวมมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้นจาก 21 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 145% ของจีดีพี

ในปี 2550 ไปเป็น 63 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 210% ของจีดีพีในปี 2560 ขณะที่หนี้ต่างประเทศในรูปดอลลาร์ ยูโร และเยนของประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวไปอยู่ที่ 9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งต้องชำระหนี้หรือรีไฟแนนซ์ประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปีหน้า และอีกครั้งในปี 2563 ซึ่งหลายประเทศอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้

สัตยจิตระบุว่า จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เม็กซิโก แอฟริกาใต้ บราซิล และบางประเทศในยุโรปตะวันออก มีหนี้ต่างประเทศระหว่าง 20-50% ของจีดีพี

ทั้งตุรกีและอาร์เจนตินาขาดดุลแฝดหรือขาดดุลงบประมาณและดุลบัญชีเดินสะพัดพร้อมกันในสัดส่วน 8.7 และ 10.4% ของจีดีพีตามลำดับ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ขณะที่บราซิล อินเดีย อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ ยูเครน ขาดดุลเกิน 5% และตัวเลขยังสูงขึ้นอีกในประเทศจีน มาเลเซีย เม็กซิโก โคลอมเบีย ชิลี โปแลนด์

เมื่อหันมาดูทุนสำรองระหว่างประเทศพบว่า ตุรกีและอาร์เจนตินามีเพียง 0.4 และ 0.6 เท่า ของภาระหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ ส่วนจีนนั้นแม้จะมีทุนสำรองสูง 3.1 เท่า หรือ 3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ส่วนใหญ่แล้วเงินจะถูกใช้ไปในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตุรกีและอาร์เจนตินาแสดงให้เห็นความอ่อนแอที่ถูกซ่อนอยู่ ความอ่อนแอนั้นถูกเผยออกมาเมื่อสภาพคล่องทั่วโลกเริ่มตึงตัวขึ้น หลังจากเฟดขึ้นดอกเบี้ยและลดการซื้อพันธบัตร ลดการไหลเวียนของเงินทุน และเพิ่มต้นทุนการกู้ยืม บวกกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การแซงก์ชั่น ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น

สัตยจิตระบุอีกว่า ตุรกีและอาร์เจนตินาอาจเป็นกรณีพิเศษ แต่เมื่อพิจารณาจากปัญหาพื้นฐานแล้ว ประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ มีแนวโน้มจะตกอยู่ใต้แรงกดดันเช่นกัน ดังนั้น แม้ปัญหาอาร์เจนตินาและตุรกีดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว แต่อะไรก็ตามที่เน่าเปื่อยสามารถแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงิน ตลาดเกิดใหม่