เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่า หลัง กนง.คงดอกเบี้ยที่ 1.50%

19 ก.ย. 2561 | 18:39น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 19 กันยายน 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/9) ที่ระดับ 32.58/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (18/9) ที่ระดับ 32.57/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นจำนวนวงเงินที่ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอัตราภาษีที่ 10% ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนนี้ และจะมีการเพิ่มอัตราภาษีเป็น 25% ในช่วงต้นปี 2562 ทั้งนี้รัฐบาลจีนได้ออกมาตอบโต้มาตรการการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์เช่นกัน โดยจีนประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ในอัตราภาษี 5-10% คิดเป็นวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 กันยายนเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีดังกล่าวยังต่ำกว่าระดับ 20% ที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้

สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) ประจำครั้งที่ 6/2561 ณ วันที่ 19 กันยายน คณะกรรมการมีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี โดย 2 เสียงเห็นควรให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.75 ต่อปี โดย กนง.ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องตามแรงส่งจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีทิศทางดีขึ้น ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ดังเดิม พร้อมทั้งภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ กนง.ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงที่มีต่อระบบการเงินได้ในอนาคต โดยเฉพาะจากภาวะการเงินที่ผ่อนคลายเป็นเวลานาน ซึ่ง กนง.
เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระดับปัจจุบันจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% เช่นเดิม ในขณะที่กรรมการอีก 2 ท่านมีความเห็นสมควรให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากความต่อเนื่องของการขยายตัวททางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันนั้นมีความชัดเจนเพียงพอ และภาวะการเงินที่ผ่อนคลายเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้ประชาชนและภาคธุรกิจประเมินความเสี่ยงของภาวะการเงินในอนาคตต่ำกว่าที่ควร อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพของระบบการเงินซึ่งจะมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจของไทยได้ ดังนั้น จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ ซึ่งหลังจากผลการประชุมดังกล่าว ส่งผลให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.43-58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.43/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (19/9) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1667/71 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/9) ที่ระดับ 1.1686/88 สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยตลาดยังคงจับตารอความคืบหน้าของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1652-1.1715 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1698/99 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (19/9) เปิดตลาดที่ระดับ 112.27/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/9) ที่ระดับ 111.92/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ได้เสร็จสิ้นในวันนี้ คณะกรรมการบริหารด้านการเงินของ BOJ ได้มีมติด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับติดลบ 0.1% และคงอัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ใกล้ระดับศูนย์ รวมทั้งได้แสดงความคิดเห็นของนโยบายการเงินในอนาคตว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 112.21-112.49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 112.31/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดประจำไตรมาส 2/2018 (19/9), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (20/9), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐ เดือน ส.ค. (20/9), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ก.ย. (21/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.1/-2.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.3/-3.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ