เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
Real Estate มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
World ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
Automotive ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
เปิดวงคุย “AI – แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้ คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
Tech เปิดวงคุย “AI – แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้ คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
พนักงาน Thai PBS ค้านเปลี่ยนแหล่งงบฯ หนุนปฏิรูปองค์กร-เพิ่มธรรมาภิบาล
Politics พนักงาน Thai PBS ค้านเปลี่ยนแหล่งงบฯ หนุนปฏิรูปองค์กร-เพิ่มธรรมาภิบาล
อนุทิน คุย Temasek Trust สนใจร่วมมือรัฐบาล-ธุรกิจไทย พัฒนาโครงการอนาคต
Politics อนุทิน คุย Temasek Trust สนใจร่วมมือรัฐบาล-ธุรกิจไทย พัฒนาโครงการอนาคต
เอกนิติ โชว์วิสัยทัศน์การใช้ AI ของไทย บนเวทีประชุม IMF-World Bank
Economic เอกนิติ โชว์วิสัยทัศน์การใช้ AI ของไทย บนเวทีประชุม IMF-World Bank
คิกออฟ ! ไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank “เอกนิติ” คาดเงินสะพัด 2,250 ล้าน-สร้างโอกาสดึงดูด FDI
Economic คิกออฟ ! ไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank “เอกนิติ” คาดเงินสะพัด 2,250 ล้าน-สร้างโอกาสดึงดูด FDI
“IMF–World Bank” หนุนหุ้นเด่น 2 ธีม รับเงินสะพัด 2 พันล้าน-FDI
Finance “IMF–World Bank” หนุนหุ้นเด่น 2 ธีม รับเงินสะพัด 2 พันล้าน-FDI
ดูทั้งหมด

ตัวเลขส่งออกของไทยปรับตัวดีขึ้น สถานการณ์ Brexit ใกล้คลี่คลาย

23 พ.ย. 2561 | 19:01น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (19/11) ที่ 32.90/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (16/11) ที่ระดับ 32.97/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นส้ัปดาห์ค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าอย่างมีนัยยะ หลังจากนาย ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 ว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งชะลอตัวลงจาก 4.6% ในไตรมาสก่อน จากการส่งออกที่หดตัวลง 0.1% ทั้งนี้ ศสช.ได้ปรับคาดการณ์จีดีพีปี 2561 ลงเหลือ 4.2% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.5%

ในขณะที่ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 จะกลับมาขยายตัวสูงกว่าในไตรมาส 3 แต่อย่างไรก็ตามในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากการเข้าถือครองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่ตลาดได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงของตลาดหุ้นทั่วโลก จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมทั้งจากถ้อยคำแถลงจากนายจอห์น วิลเลี่ยมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เขาคาดว่าจะยังคงดำเนินวัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนหน้า เพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 18-19 ธันวาคม ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมดังกล่าว (ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้) ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากจุดต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยตัวเลขการค้าประจำเดือนตุลาคม โดยภาพรวมการส่งออกขยายตัว 8.7% คิดเป็นมูลค่า 21,757.90 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการนำเข้าขยายตัว 11.23% มีมูลค่า 22,037.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 279.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดว่าการส่งออกในปี 61 จะยังขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทมีความเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.87-33.03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (23/11) ที่ระดับ 32.98/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของค่าเงินยูโรนั้น เปิดตลาดในวันจันทร์ (19/11) ที่ระดับ 1.1407/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/11) ที่ระดับ 1.1342/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นถึงแม้ว่านักลงทุนยังคงกังวลต่อภาวะไร้เสถียรภาพทาการเมืองในอังกฤษ หลังจากที่รัฐมนตรีลาออกหลายราย เนื่องจากไม่เห็นด้วยต่อข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (ฺBrexit) ของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยเดิมทีรัฐมนตรีที่ลาออกต่างก็เป็นผู้สนับสนุนให้อังกฤษแยกตัวจาก EU โดยพวกเขาระบุว่า ข้อตกลง Brexit ระหว่างอังกฤษและ EU ไม่ได้บ่งชี้ถึงการแยกตัวอย่างเด็ดขาดจาก EU ตามที่ชาวอังกฤษที่ลงประชามติในปี 2559

ทั้งนี้ค่าเงินยูโรยังได้รับปัจจัยเชิงลบจากความกังวลเรื่องงบประมาณของอิตาลี เนื่องจากงบประมาณประจำปี 2019 ของอิตาลีฝ่าฝืนกฎการคลังของสหภาพยุโรป โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอิตาลีกับอียูจะขัดแย้งกันต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมในยูโรโซน แต่อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรได้ปรับตัวอ่อนค่าลงระหว่างสัปดาห์ หลังจากที่ประเด็นความขัดแย้งเรื่องงบประมาณของอิตาลีมีท่าทีคลี่คลาย โดยนายแมตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี แถลงการณ์ว่า เขาจะทำการหารือกับสหภาพยุโรปโดยจะชี้แจงเกี่ยวกับแผนการปฏิรูป และแผนการลงทุนของอิตาลี หลังจากที่คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้ปฏิเสธที่จะให้การรับรองงบประมาณประจำปี 2562 ของอิตาลีและประกาศเตรียมลงโทษอิตาลีโดยการสั่งปรับเนื่องจากร่างงบประมาณดังกล่าวขัดต่อกฎหมายทางการเงินของสหภาพยุโรป นอกจากนี้ นายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่ารัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของงบประมาณ และเขาจะหารือเรื่องดังกล่าวกับนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ในวันอาทิตย์นี้ ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1356-1.1472 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (23/11) ที่ระดับ 1.1412/14 ดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของค่าเงินเยนนั้น เปิดตลาดในวันจันทร์ (19/11) ที่ระดับ 112.69/71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/11) ที่ระดับ 113.37/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่า นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะออกมาแสดงคความวิตกกังวลว่า การที่ธนาคารระดับภูมิภาคของญี่ปุ่นมีกำไรลดลง จากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานนั้น อาจทำให้ระบบการเงินของประเทศขาดเสถียรภาพ และสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจญี่ปุ่นในท้ายที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในวันอังคาร (20/11) นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ออกมาย้ำเปิดเผยว่า BOJ ยังไม่มีแผนที่จะยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในระยะเวลาอันใกล้นี้ นายคุโรดะยังระบุด้วยว่า การบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% นั้น เป็นสิ่งจำเป็น ทั้งนี้ นักลงทุนบางส่วนคาดการณ์ว่า BOJ อาจยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อบรรเทาผลกระทบของสถาบันการเงินของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ BOJ ที่ระบุว่า การยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบจะช่วยเร่งอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 112.62-114.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (23/11) ที่ระดับ 112.84/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ