เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออริจิ้น ปั้นพอร์ตโรงแรม-ออฟฟิศ-คอมมูฯ 2.45 หมื่นล้าน ปลายปีเปิดใหม่ 2 แห่ง “กทม.-ภูเก็ต”
Real Estate ออริจิ้น ปั้นพอร์ตโรงแรม-ออฟฟิศ-คอมมูฯ 2.45 หมื่นล้าน ปลายปีเปิดใหม่ 2 แห่ง “กทม.-ภูเก็ต”
สภาพัฒน์ จ่อทบทวนจีดีพีปี’69 รับอุตฯ ปรับ MPI คาดตัวเลขชัดเจนต้นปี’70
Finance สภาพัฒน์ จ่อทบทวนจีดีพีปี’69 รับอุตฯ ปรับ MPI คาดตัวเลขชัดเจนต้นปี’70
ไอแบงก์ เปิดตัวบัตร ‘ปัตตานี เอฟซี’ ใบแรก ชูสิทธิพิเศษ-ส่วนลดจากร้านค้าในพื้นที่
Finance ไอแบงก์ เปิดตัวบัตร ‘ปัตตานี เอฟซี’ ใบแรก ชูสิทธิพิเศษ-ส่วนลดจากร้านค้าในพื้นที่
แอสเซทไวส์ ซื้อหุ้นบ.ลูกชีวาทัย ผุด IROVY บูทีกคอนโด เปิดเกมเร็ว Shortcut ลดต้นทุน ย่นเวลา
Real Estate แอสเซทไวส์ ซื้อหุ้นบ.ลูกชีวาทัย ผุด IROVY บูทีกคอนโด เปิดเกมเร็ว Shortcut ลดต้นทุน ย่นเวลา
ที่ดินนิคมฮอตไม่หยุด ราคาพุ่ง 3% อสังหาฯหลังน้ำท่วม คนรวยแห่ซบภูเก็ต ซื้อบ้านหลังที่ 2
Real Estate ที่ดินนิคมฮอตไม่หยุด ราคาพุ่ง 3% อสังหาฯหลังน้ำท่วม คนรวยแห่ซบภูเก็ต ซื้อบ้านหลังที่ 2
นับคะแนนบอร์ดประกันสังคม 84% ยอดใช้สิทธิกระฉูด ‘นายจ้าง’ โต 630%—‘ผู้ประกันตน’ พุ่ง 420%
News นับคะแนนบอร์ดประกันสังคม 84% ยอดใช้สิทธิกระฉูด ‘นายจ้าง’ โต 630%—‘ผู้ประกันตน’ พุ่ง 420%
สคร.จัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2 แสนล้าน สูงกว่าเป้าเกิน 2 หมื่นล้าน
Finance สคร.จัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2 แสนล้าน สูงกว่าเป้าเกิน 2 หมื่นล้าน
GRAND เร่งแก้ปม ROH เสี่ยงเพิกถอน จ่อสละสิทธิ์เพิ่มทุน 163 ล้าน ดัน Free Float ผ่านเกณฑ์
Finance GRAND เร่งแก้ปม ROH เสี่ยงเพิกถอน จ่อสละสิทธิ์เพิ่มทุน 163 ล้าน ดัน Free Float ผ่านเกณฑ์
‘จุลพันธ์’ ยินดีบอร์ดประกันสังคมใหม่ ยันเลือกตั้งโปร่งใส พร้อมจับมือขับเคลื่อนกองทุน
News ‘จุลพันธ์’ ยินดีบอร์ดประกันสังคมใหม่ ยันเลือกตั้งโปร่งใส พร้อมจับมือขับเคลื่อนกองทุน
‘อีซูซุ’ นักขับมือทอง
Automotive ‘อีซูซุ’ นักขับมือทอง
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่าขึ้น ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยแตะระดับสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์

27 ม.ค. 2562 | 07:40น.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น หลังจากที่อ่อนค่าลงช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ตามการอ่อนค่าของเงินหยวน ประกอบกับมีปัจจัยลบจากตัวเลขการส่งออกเดือนธ.ค. ของไทยที่อ่อนแอกว่าที่คาด โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นตั้งแต่ในช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ หลังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นการเลือกตั้งของไทย ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ถูกกดดันจากภาวะชัตดาวน์หน่วยงานราชการสหรัฐฯ ความกังวลเกี่ยวกับประเด็นทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. ที่หดตัวกว่าที่ตลาดคาด

ในวันศุกร์ (25 ม.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.66 เทียบกับระดับ 31.73 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (18 ม.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (28 ม.ค.-1 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.50-31.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดในประเทศน่าจะอยู่ที่รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนธ.ค. และตัวเลขเงินเฟ้อเดือนม.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (29-30 ม.ค.) ภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐฯ การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน สถานการณ์ BREXIT ของอังกฤษ และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค.ของสหรัฐฯ และประเทศชั้นนำอื่นๆ ของโลก ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญในระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนธ.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยแตะระดับสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับที่ 1,623.62 จุด เพิ่มขึ้น 2.52% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 26.61% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 55,671.61 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ขยับขึ้น 3.85% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 371.40 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ แม้จะมีปัจจัยกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความคืบหน้าการเลือกตั้ง หลังมีการเผยแพร่พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง และกำหนดวันเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ มีแรงซื้อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลเข้ามา หลังจากที่มีแนวโน้มว่าจะมีแนวทางที่ผ่อนคลายมากขึ้น แม้ครม.เห็นชอบให้ค่ายา-เวชภัณฑ์-ค่าบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าควบคุมก็ตาม

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (28 ม.ค.-1 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,610 และ 1,600 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,645 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด (29-30 ม.ค.) สถานการณ์ชัตดาวน์ของสหรัฐฯ การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ตลอดจนผลประกอบการไตรมาส 4/61 ของบริษัทจดทะเบียน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราการว่างงาน และดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือนม.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/61 และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค. ของประเทศในแถบยุโรป ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค. ของจีนและญี่ปุ่น

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!