เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตสาหกรรมเสียหายน้ำท่วม 1.8 หมื่นล้าน ‘ชลบุรี’ อ่วมสุด-ช่วยพักหนี้โรงงาน1ปี
Economic อุตสาหกรรมเสียหายน้ำท่วม 1.8 หมื่นล้าน ‘ชลบุรี’ อ่วมสุด-ช่วยพักหนี้โรงงาน1ปี
น้ำท่วมปราจีนบุรี เสียหายหมื่นล้าน ชงเพิ่มความจุอ่าง-รื้อแผนบริหารทั้งลุ่มน้ำ
Economic น้ำท่วมปราจีนบุรี เสียหายหมื่นล้าน ชงเพิ่มความจุอ่าง-รื้อแผนบริหารทั้งลุ่มน้ำ
คุยกับ ‘สันติธาร เสถียรไทย’ สิ่งที่ได้จากเวทีประชุม IMF-ธนาคารโลก
Finance คุยกับ ‘สันติธาร เสถียรไทย’ สิ่งที่ได้จากเวทีประชุม IMF-ธนาคารโลก
โจทย์ใหญ่ ภัย AI – เงินดิจิทัล ชู บล็อกเชนโลก – แผนแม่บทกรุงเทพฯ
Tech โจทย์ใหญ่ ภัย AI – เงินดิจิทัล ชู บล็อกเชนโลก – แผนแม่บทกรุงเทพฯ
อุตุฯ เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนถล่มหนัก! กทม. อ่วมซ้ำรับมือฝนเพิ่ม 21-25 ต.ค.
News อุตุฯ เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนถล่มหนัก! กทม. อ่วมซ้ำรับมือฝนเพิ่ม 21-25 ต.ค.
ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Uncategorized ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ต.ค. 69) ปรับลง 0.12% อยู่ที่ 81,400 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ต.ค. 69) ปรับลง 0.12% อยู่ที่ 81,400 เหรียญสหรัฐ
วัลลภ ตรีฤกษ์งาม โจทย์ใหญ่ ‘ซูซูกิ ไทยแลนด์’
Automotive วัลลภ ตรีฤกษ์งาม โจทย์ใหญ่ ‘ซูซูกิ ไทยแลนด์’
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ดูทั้งหมด

บาทอ่อนหลังตัวเลขงบดุลแย่ ตลาดจับตาประชุมที่แจ็กสันโฮลล์สุดสัปดาห์นี้

25 ส.ค. 2560 | 19:40น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 21-25 สิงหาคม 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (21/8) ที่ 33.22/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/8) ที่ระดับ 33.21/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าในวันศุกร์ที่ผ่านมา (18/8) มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 97.6 ในช่วงครึ่งแรกของเดือนสิงหาคม จากระดับ 93.1 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 94.0 นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ยังได้ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐ ประจำไตรมาสที่ 3 ขยายตัวในอัตรา 2.09% ซึ่งสูงกว่าระดับ 1.96% ที่ระบุในคาดการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ตัวเลขยอดค้าปลีก และการผลิตภาคอุตสาหกรรมออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงถูกกดดันจากกระแสความวิตกเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง ภายหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศยุบสภาที่ปรึกษา 2 คณะ ซึ่งประกอบด้วยคณะที่ปรึกษาการอุตสาหกรรมและสภายุทธศาสตร์และนโยบาย เนื่องจากผู้นำภาคธุรกิจหลายคนได้ทยอยลาออกจากการเป็นสมาชิก รวมทั้งนายสตีฟ แบนนอน นักวางกลยุทธ์ประจำทำเนียบขาว ได้ลาออกจากตำแหน่ง โดยนายแบนนอนถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดทำนโยบายทั้งในและต่างประเทศสำหรับฝ่ายบริหารของ ปธน.ทรัมป์ ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่า คณะบริหารของทรัมป์จะสามารถผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นนโยบายที่เขาใช้หาเสียงช่วงเลือกตั้งได้เป็นผลสำเร็จหรือไม่ นอกจากนั้นแล้วค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงกดดันจากความเห็นของนายทรัมป์ในวันพุธ (23/8) ซึ่งกล่าวว่า เขาอาจจะระงับข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) หากประเทศสมาชิกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่เขาตั้งไว้ได้ ผนวกกับฟิทช์ เรตติ้งส์ ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ระบุว่า หากสภาคองเกรสสหรัฐประสบความล้มเหลวในการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐในเวลาที่เหมาะสม สิ่งนี้ก็จะทำให้ทางบริษัทปรับทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ โดยมีแนวโน้มปรับลดลงจากระดับ AAA ในขณะนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด

ในส่วนของความเคลื่อนไหวของประเทศไทย ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ในช่วงเย็นวันจันทร์ (21/8) มีการแถลงการณ์ของนางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กล่าวว่า ธปท.เห็นสัญญาณการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่หนาแน่นกว่าปกติในบางช่วง จึงขอให้สถาบันการเงินรายงานข้อมูลเพิ่มเติม หาก ธปท.พบพฤติกรรมการโอนเงินบาทระหว่างบัญชีของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident) ที่ผิดปกติซึ่งอาจโยงกับการเก็งกำไรก็อาจจะพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อจำกัดโอกาสการเก็งกำไรค่าเงินบาท ทั้งนี้เนื่องจากการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นมากกว่า 7% นับตั้งแต่ต้นปี 60 แม้จะเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นสำคัญ แต่ระยะนี้ตลาดเงินตราต่างประเทศผันผวนสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะจากปัญหาการเมืองในสหรัฐ อาจทำให้มีผู้ร่วมตลาดบางกลุ่มใช้โอกาสนี้มาเก็งกำไรค่าเงินสกุลภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทได้ นอกจากนั้นแล้วค่าเงินบาทยังได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนกรกฎาคมในวันพุธ (23/8) โดยการส่งออกมีมูลค่า 18,852 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 10.5% จากตลาดคาดโต 12.0% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 19,040 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 18.5% ส่งผลให้ในเดือนกรกฎาคมขาดดุล 183 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้สำหรับการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกของปี 60 มีมูลค่า 132,399 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8.2% สูงสุดในรอบ 6 ปี ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 125,616 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15.5% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 6,783 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.18-33.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (25/8) ที่ระดับ 33.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ด้านการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (21/8) ที่ระดับ 1.1751/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/8) ที่ระดับ 1.1735/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตของเยอรมนีประจำเดือนกรกฎาคมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (18/8) ซึ่งเป็นตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะคงที่ และปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.0% ขณะที่ในวันอังคาร (22/8) ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) ระบุในรายงานประจำเดือนว่า เศรษฐกิจเยอรมนีในปีนี้อาจขยายตัวเร็วกว่าที่คาดไว้เนื่องจากการผลิตภาคอุตสาหกรรม, การส่งออก และการอุปโภคบริโภคขยายตัวอย่างมาก โดยบุนเดสแบงก์เปิดเผยหลังจากที่เศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีในไตรมาส 2 ว่ายอดขายที่แข็งแกร่งกำลังทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตในภาคการผลิตสูงขึ้น ซึ่งทำให้การลงทุนของภาคเอกชนในเยอรมนีเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนกำลังขยายตัว อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรได้ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยในวันพุธ (23/8) ภายหลังจากที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป หรือ ZEW เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนีปรับตัวลดลงสู่ระดับ 10.0 จุดในเดือนสิงหาคม จากระดับ 17.5 จุดในเดือนกรกฎาคม ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 15.0 และเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าอีกครั้งหนึ่งในช่วงท้ายสัปดาห์จากความเห็นของนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจซึ่งจัดขึ้นที่เมืองลินเดา ประเทศเยอรมนี ในวันพฤหัสบดี (24/8) ว่า นโยบายการเงินที่ดีต้องเป็นนโยบายที่จัดเตรียมขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ พร้อมระบุว่า งานวิจัยแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และสัญญาณชี้นำล่วงหน้า (Forward Guidance) ที่ทางธนาคารได้นำมาใช้ นายดรากียังกล่าวด้วยว่า การมีความเชื่อมั่นต่อตลาดอย่างไม่มีเงื่อนไขนั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การผ่อนคลายกฎระเบียบ ทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1729-1.1828 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (25/8) ที่ระดับ 1.1794/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (21/8) เปิดตลาดที่ระดับ 109.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/8) ที่ระดับ 109.13/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงกดดันในช่วงต้นสัปดาห์จากการรายงานถึงมุมมองของบริษัทญี่ปุ่นต่อตัวเลขเงินเฟ้อในประเทศซึ่งระบุว่า บริษัทส่วนใหญ่เชื่อว่า ธนาคารญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะต้องใช้เวลานานกว่า 3 ปีในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ หรืออาจจะไม่มีทางบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้เลย โดยบีโอเจเพิ่งปรับเลื่อนกำหนดเวลาในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ออกไปเป็นครั้งที่ 6 ในเดือนกรกฎาคม โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวในปีงบประมาณ 2019 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2020 อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนยังคงมีการแข็งค่าขึ้นเป็นพัก ๆ เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ จากความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์การเมืองสหรัฐซึ่งส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าถือเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 108.81-109.82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (25/8) ที่ระดับ 109.62/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อนึ่งในช่วงท้ายสัปดาห์ นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมเศรษฐกิจประจำปีที่เมืองแจ็กสันโฮลล์ รัฐไวโอมิง ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม โดยคาดว่านักลงทุนจะเทความสนใจไปที่ความเห็นของ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด และนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต่อการส่งสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายการเงินเพิ่มเติมในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมครั้งนี้หรือไม่