เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

Design Thinking กุญแจพัฒนาคน “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป”

08 ก.พ. 2562 | 08:40น.

เป็นเวลา 1 ปีกว่า ๆ ที่ “เพชร ไกรนุกูล” ลูกหม้อของ “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” ก้าวขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีหลากหลายแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ตในเครือที่บริหารโดยผู้บริหารโรงแรมชั้นนำของโลกอย่าง ไฮแอท, แมริออท, แอคคอร์, ไอเฮทจี และแบรนด์ฮ็อปอินที่บริษัทเป็นผู้บริหารเอง

การรับไม้ต่อครั้งนี้เป็นการสานต่อโรดแมปแผนลงทุนระยะ 5 ปี (2559-2563) ที่ดิ เอราวัณ กรุ๊ป วางเป้าหมายว่าต้องการเป็นผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยและอาเซียน ซึ่งจะโฟกัสตลาดไทย และฟิลิปปินส์เป็นหลัก โดยต้องขยายจำนวนโรงแรมให้ได้ไม่ต่ำกว่า 85 โรงแรม มีห้องพักมากกว่า 10,000 ห้อง

“เพชร” ให้ความเห็นว่า ในช่วงปีแรกของการเข้ามารับตำแหน่งเป็นเหมือนการเรียนรู้งาน และปีนี้กำลังอยู่ระหว่างการเซตอัพเรื่องต่าง ๆ อันรวมถึงเรื่อง “คน” ซึ่งเป็นมิติที่เขาให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะอยากพัฒนาให้พนักงานคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา และทำงานอย่างมีความสุข

“หนึ่งในประเด็นที่ต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กร คือ กระตุ้นให้พนักงานมีนวัตกรรมมากขึ้น เปิดโอกาสให้พวกเขามีเวทีในการคิดสร้างสรรค์ หาอะไรใหม่ ๆ ในการทำงาน หรือหาอะไรใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า และธุรกิจ เพื่อการเติบโตในอนาคต ดังนั้น สิ่งที่จะเข้ามาเติมเต็ม คือ ใส่การเทรนนิ่งเข้าไป หรือสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้พวกเขาได้แสดงความคิดสร้างสรรค์” 

“การเปิดเวทีให้เขาแสดงออกนั้นกำลังคิดอยู่ว่าจะเป็นแบบไหน หรือต้องทำอะไรเพิ่มเติม โดยปีที่แล้วเราทำห้องเป็น innovation lab ก็มีบอร์ด และเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ แต่ยังใช้อยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ คิดว่าปีนี้จะเปิดให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น”

“เพชร” เน้นย้ำว่า ตนอยากให้คนในองค์กรกว่า 160 คน มีโอกาสพูด และแสดงความคิดเห็น เพราะพวกเขาอยู่หน้างาน และเห็นภาพการทำงานจริง โดยมุมคิดที่องค์กรปลูกฝังให้กับพนักงาน คือ ให้มองว่าลูกค้าเป็นคนสำคัญ และดูลูกค้ามากกว่าดูตัวเอง ซึ่งลูกค้าในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงลูกค้าภายนอก หรือลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรมอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงการดูแลลูกค้าภายใน หรือคนระหว่างแผนกด้วย 

“ผมอยากให้คนของเรามองเรื่องลูกค้าเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ในแง่ลูกค้าภายนอก เราจะพัฒนาสินค้า และบริการให้ดีขึ้น ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ขณะที่ภายในองค์กร การทำงานระหว่างแผนกก็ต้องมีความเข้าใจกันมากขึ้น เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพ และผลงานออกมาดี”

ดังนั้น ปีนี้ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จะเข้มข้นเรื่องการดูแลเรื่องคน ทั้งการเทรนนิ่งต่าง ๆ การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้จากประสบการณ์ และพัฒนาการในการทำงาน โดยจะมีหลักสูตร design thinking เข้ามาอบรมให้กับพนักงาน เพื่อเพิ่มเติมเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และเสริมกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น

“ถ้าเราไม่เร่งพัฒนาตัวเอง ธุรกิจก็อาจถูกดิสรัปต์ได้ง่าย เราจึงต้องพัฒนาคนของเราให้มีศักยภาพ เพราะเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาองค์กร ซึ่งหลักสูตร design thinking นั้น ผมกับทีมผู้บริหารได้ไปเรียนมาก่อนหน้านี้ จนเห็นผลลัพธ์ว่ากลับมาสามารถนำมาใช้ได้เลย” 

หนึ่งในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ การตั้งแผนกใหม่ชื่อ corporate strategy and innovation ที่เป็นทีมในการขับเคลื่อนเรื่อง design thinking กับงานด้านต่าง ๆ ของธุรกิจ ทั้งการพัฒนาเว็ปไซต์, ทำ loyalty program รวมถึงการออกแบบห้องพัก โดยปีนี้บริษัทได้ส่งพนักงานไปอบรมหลักสูตร design thinking อีก 30 คน ผสมผสานกันระหว่างพนักงานจากสำนักงานใหญ่ และส่วนปฏิบัติการ ซึ่งมีทั้งตำแหน่งงานระดับสูง และระดับกลางจากทุกแผนก

“เพชร” ให้ข้อมูลว่า หลักสูตรนี้ช่วยพัฒนากระบวนการทำงานของพนักงานให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม เพราะการที่เขาไปเรียนมา ทำให้ได้รู้ว่ามีเทคโนโลยีใดสามารถช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น หรือวิธีการทำงานแบบใดที่จะทำให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากกว่าการทำ survey ซึ่งการมี design thinking ทำให้สามารถดึง pain point ออกมาได้ และหาวิธีการแก้ปัญหาได้ถูกต้อง

ทั้งนั้น ผลลัพธ์จากการส่งคนไปเรียนหลักสูตรนี้จะถูกนำมาใช้กับการพัฒนาแบรนด์ฮ็อปอินเป็นหลัก เพราะมองว่าเป็นแบรนด์ของบริษัทเอง และต้องการพัฒนาแบรนด์นี้ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่แบรนด์อื่น ๆ ในเครือมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว

โดยการพัฒนาแบรนด์ฮ็อปอินมาพร้อมกับการดูแลพนักงานฮ็อปอินด้วยเช่นกัน โดยบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนอย่างชัดเจนในเรื่องการเทรนนิ่ง ระบบการให้รางวัล การรักษาคนให้อยู่กับองค์กร รวมถึงการให้โอกาส และความก้าวหน้าไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือการทำงานกับแบรนด์อื่นในเครือ

“ตอนนี้แบรนด์ไอบิส และเมอร์เคียวของเรามีพนักงานระดับ front ที่เติบโตมาเป็น manager ของฮ็อปอิน เพราะเขาอยากกลับบ้าน จึงขอทำเรื่องย้าย ตรงนี้ผมมองว่าเหมือนเรามี development plan ที่ทำให้เขาเห็นว่า แม้จะเริ่มต้นที่ฮ็อปอินก็สามารถเติบโตข้ามไปอยู่แบรนด์อื่นได้ หรือย้ายไปยังตำแหน่งงานหรือโรงแรมที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งเป็น career path ที่เราต้องเข้าไปพัฒนาให้ชัดเจนมากขึ้น”

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่โรงแรมฮ็อปอิน ซึ่งเป็น budget hotel ต้องปักธงในหลายพื้นที่ และบางจังหวัดนั้นบริษัทยังไม่เคยไปลงทุน การเข้าไปเปิดโรงแรมในพื้นที่ใหม่จึงเป็นเรื่องท้าทายในการหาคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งและวัฒนธรรมขององค์กร เพราะบริษัทมีระบบการทำงานที่แตกต่างจากโลคอล อย่างเช่นระบบการจองโรงแรมที่ต้องลิงก์ทุกสาขาเข้ากับส่วนกลาง ดังนั้น บริษัทต้องหาคนที่มีทักษะด้านโรงแรมระดับหนึ่ง แล้วเข้าไปเทรนนิ่งเพิ่มเติม

“การหาคนโลคอลที่มีศักยภาพตามที่เราต้องการไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งเราต้องทำให้เขาเห็นว่า แท้จริงแล้วงานของเรามีระบบ และมีคู่มือปฏิบัติงานให้ รวมถึงต้องทำแบรนดิ้งให้เข้มแข็ง ทำให้เขาทราบว่าหากเข้ามาทำงานกับเราแล้ว ผลตอบแทนที่ได้รับแตกต่างจากการทำงานโลคอลอย่างไร ก็ต้องขายด้วยจุดนี้มากกว่า”

โดยคนที่ดิ เอราวัณ กรุ๊ป มองหาคือ คนที่สามารถมองไกลไปอีกสเต็ปได้ว่า ลูกค้าต้องการอะไร และต้องมีแพสชั่นในการทำงานบริการอย่างเต็มเปี่ยม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิ เอราวัณ กรุ๊ป แอคคอร์