เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GULF ตั้งบริษัทย่อย ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับไฟฟ้า 100 MM รับกระแส AI บูม
Finance GULF ตั้งบริษัทย่อย ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับไฟฟ้า 100 MM รับกระแส AI บูม
สหรัฐรื้อกฎไฟหน้ารถ เล็งแก้ปัญหาไฟแยงตา
Automotive สหรัฐรื้อกฎไฟหน้ารถ เล็งแก้ปัญหาไฟแยงตา
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
สุริยะ ยัน ‘เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ สัมพันธ์ราบรื่น เชื่อหลังศึกซักฟอกไม่เปลี่ยนสมการรัฐบาล
Politics สุริยะ ยัน ‘เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ สัมพันธ์ราบรื่น เชื่อหลังศึกซักฟอกไม่เปลี่ยนสมการรัฐบาล
ท่องเที่ยวจี้คลังทบทวน ภาษี Exit Fee 1,000 บาท
Business ท่องเที่ยวจี้คลังทบทวน ภาษี Exit Fee 1,000 บาท
สุริยะ ยันของบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คุ้มระยะยาว คาด 2 สัปดาห์ชงบอร์ดกลั่นกรอง
Politics สุริยะ ยันของบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คุ้มระยะยาว คาด 2 สัปดาห์ชงบอร์ดกลั่นกรอง
‘สุขสมรวย’ ไม่หวั่นศึกซักฟอก พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหาทุจริต
Politics ‘สุขสมรวย’ ไม่หวั่นศึกซักฟอก พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหาทุจริต
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคา ‘บ้าน-ที่ดิน’ หลังน้ำท่วม 
Real Estate ราคา ‘บ้าน-ที่ดิน’ หลังน้ำท่วม 
วิกฤตมลพิษแม่น้ำปราจีน ปลาตายเกลื่อน ชงสั่งปิด 2 โรงงานทำผิดซ้ำซาก
เศรษฐกิจภูมิภาค วิกฤตมลพิษแม่น้ำปราจีน ปลาตายเกลื่อน ชงสั่งปิด 2 โรงงานทำผิดซ้ำซาก
ดูทั้งหมด

บจ.ปี’61 กำไร 9.31 แสนล้านหดตัวเล็กน้อย รับผลพ่วง Q4 วูบหนัก

11 มี.ค. 2562 | 18:46น.

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานยอดขายปี 2561 รวม 11.87 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.36% จากปีก่อน กำไรสุทธิรวม 9.31 แสนล้านบาท ลดลง 1.45% เหตุไตรมาส 4/61 หมวดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีกำไรสุทธิลดลงจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงคลัง ตามทิศทางราคาน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีภัณฑ์ และเหล็ก

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET จำนวน 533 หลักทรัพย์ หรือคิดเป็น 97.80% จากทั้งหมด 545 หลักทรัพย์ (ไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือ NPG) นำส่งผลการดำเนินงานงวดปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 พบว่าหลักทรัพย์ที่รายงานผลกำไรสุทธิมีจำนวน 438 หลักทรัพย์ คิดเป็น 82% ของหลักทรัพย์จดทะเบียนที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

ผลการดำเนินงานงวดปี 2561 หลักทรัพย์จดทะเบียนมียอดขายรวม 11,871,726 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.36% ขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core operating profit) 1,079,375 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.47% และมีกำไรสุทธิ 931,163 ล้านบาท ลดลง 1.45% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

“ในปี 2561 หลักทรัพย์จดทะเบียนยังคงมียอดขายเติบโตดีขึ้นตามเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ดี เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงแรงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ส่งผลให้ไตรมาส 4/2561 หลักทรัพย์จดทะเบียนมีกำไรสุทธิลดลง 40.8% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยเฉพาะหลักทรัพย์ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีภัณฑ์ และเหล็ก และทำให้ภาพรวมปี 2561 มีกำไรสุทธิลดลง เมื่อเทียบกับในช่วง 9 เดือนแรกปี 2561 ที่รายงานกำไรสุทธิเติบโต 13%” นายแมนพงศ์กล่าว

ด้านดัชนีชี้วัดความสามารถทำกำไรอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากปีก่อน โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลัก 9.09% และอัตรากำไรสุทธิ 7.40% เทียบกับในปีก่อนที่ 9.79% และ 8.25% ตามลำดับ ขณะที่ด้านฐานะการเงินของกิจการ ณ สิ้นปี 2561 พบว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.29 เท่า จาก ณ สิ้นปี 2560 ที่ 1.24 เท่า

หมวดธุรกิจที่มีมูลค่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูง คือ หมวดธนาคารพาณิชย์ ตามการขยายตัวของสินเชื่อและมีค่าใช้จ่ายเพื่อการสำรองหนี้เผื่อสงสัยจะสูญของธนาคารขนาดใหญ่ลดลง และหมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ ที่เติบโตดีตามการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จำนวน 149 บริษัท คิดเป็น 93% จากทั้งหมด 161 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC บริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวดและบริษัทที่นำส่งงบไม่ทันตามกำหนด) นำส่งผลการดำเนินงานงวดปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยมียอดขายรวม 174,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.64% จากปีก่อนหน้า ต้นทุนรวม 136,947 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.07% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.43% มาอยู่ที่ 21.46% อย่างไรก็ดี บจ. ยังคงมีความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) 7,043 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.22% และมีกำไรสุทธิรวม 5,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.09% จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้พบ บจ.ที่รายงานผลกำไรสุทธิจำนวน 110 บริษัท คิดเป็น 74% ของบริษัทที่นำส่งผลการดำเนินงานทั้งหมด

“ผลการดำเนินงานปี 2561 ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมมีการเติบโตของยอดขาย แต่ปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของหลายบริษัท โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม บจ. ยังคงมีกำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตของกำไรสุทธิ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มทรัพยากร กลุ่มบริการ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ตามลำดับ

เมื่อพิจารณาฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 271,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.25% จากสิ้นปี 2560 ขณะที่โครงสร้างเงินทุนรวมยังแข็งแรง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1.07 เท่า เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่แล้วที่ 1.01 เท่า” นายประพันธ์กล่าว

ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 161 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มีนาคม 2562) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 371.20 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 253,267 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 800 ล้านบาทต่อวัน