เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม. ให้ ‘การรถไฟฯ’ กู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน บรรเทาการขาดสภาพคล่อง
Politics ครม. ให้ ‘การรถไฟฯ’ กู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน บรรเทาการขาดสภาพคล่อง
ยุโรปป่วน ใครแฮ็กตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ต ภัยโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่อีกแล้ว
World ยุโรปป่วน ใครแฮ็กตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ต ภัยโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่อีกแล้ว
นายกฯสั่ง ครม. เตรียมข้อมูลแจง ‘ศึกซักฟอก’ 7-11 ธ.ค.นี้
Politics นายกฯสั่ง ครม. เตรียมข้อมูลแจง ‘ศึกซักฟอก’ 7-11 ธ.ค.นี้
ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม’ ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี รับสังคมสูงวัย
Politics ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม’ ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี รับสังคมสูงวัย
เอกนิติ เปิด 3 เหตุผลขึ้น ‘ภาษีรถอีวีนำเข้า’ เป็น 35% จ่อโรดโชว์นักลงทุนญี่ปุ่น 17 พ.ย.นี้
Finance เอกนิติ เปิด 3 เหตุผลขึ้น ‘ภาษีรถอีวีนำเข้า’ เป็น 35% จ่อโรดโชว์นักลงทุนญี่ปุ่น 17 พ.ย.นี้
ครม.ไฟเขียว งบ 5.8 พันล้าน ชดเชยมาตรการ ‘ค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท’ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.70
Economic ครม.ไฟเขียว งบ 5.8 พันล้าน ชดเชยมาตรการ ‘ค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท’ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.70
‘ครม.สัญจร อุดร’ ดันอีสานตอนบน เป็นฐานผลิตอาหารโลก เล็ง ‘บึงกาฬ’ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
Politics ‘ครม.สัญจร อุดร’ ดันอีสานตอนบน เป็นฐานผลิตอาหารโลก เล็ง ‘บึงกาฬ’ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,500 บาท
ROH แจ้ง ตลท. 2 เรื่องใหญ่ CFO ลาออก-ปลดล็อกฟรีโฟลตผ่านเกณฑ์ พ้นเหตุเสี่ยงเพิกถอน
Finance ROH แจ้ง ตลท. 2 เรื่องใหญ่ CFO ลาออก-ปลดล็อกฟรีโฟลตผ่านเกณฑ์ พ้นเหตุเสี่ยงเพิกถอน
แอสเซทไวส์ ขยายพอร์ตแนวราบ “โฮมออฟฟิศพรีเมียม-บ้านแบรนด์ใหม่” บนมิกซ์ยูส “ไวส์ พาร์ค รังสิต”
Real Estate แอสเซทไวส์ ขยายพอร์ตแนวราบ “โฮมออฟฟิศพรีเมียม-บ้านแบรนด์ใหม่” บนมิกซ์ยูส “ไวส์ พาร์ค รังสิต”
ดูทั้งหมด

ILO ดึง 6 ชาติเอเชีย พัฒนาสิทธิแรงงานตอบโจทย์โลก

19 มี.ค. 2562 | 11:19น.

การทำธุรกิจในโลกปัจจุบันถือว่ามีข้อจำกัดและอุปสรรคน้อยลงมาก ส่งผลให้นักลงทุนที่มองเห็นโอกาสเข้าไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น บริษัทข้ามชาติเข้ามามีบทบาทในการใช้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ในทวีปเอเชียอย่างต่อเนื่อง หากมองในแง่ของความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานแล้ว หากไม่มีการควบคุมอาจจะส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและแรงงานเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ และเรื่องดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่สำคัญคือ จะต้องมีความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

จากข้อ “กังวล” ดังกล่าว องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือไอแอลโอ (International Labour Organization-ILO) ถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักการอันเป็นข้อแนะนำให้กับรัฐบาล องค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง และบริษัทข้ามชาติ จึงเกิดโครงการการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นความร่วมมือของสหภาพยุโรป (European Union-EU) และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) ที่จะช่วยกันผลักดันทุกภาคส่วนที่เป็น
องค์ประกอบของห่วงโซ่อุปทานในทวีปเอเชียให้ปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน และสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

“แกรม บัคลี่” ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว ของไอแอลโอ กล่าวว่า สำหรับบริษัทข้ามชาติที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม และต้องคำนึงถึงความยั่งยืน โดยเฉพาะประเด็นมาตรฐานแรงงานและสภาพการจ้างงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากอียู มีระยะเวลาดำเนินการรวม 3 ปี เพื่อให้ภาคธุรกิจได้แลกเปลี่ยนหารือถึงความท้าทายและโอกาสในประเด็นความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร

ภายใต้โครงการดังกล่าวได้มีการจัดขึ้นใน 6 ประเทศในเอเชีย คือ ประเทศจีน, ญี่ปุ่น, เมียนมา, ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ทั้งนี้ แต่ละประเทศมีกรอบการทำงานที่ต่างกัน อย่างจีนจะมุ่งเน้นในเรื่องอุตสาหกรรมไฟฟ้าและสิ่งทอ ด้านญี่ปุ่นเน้นไปที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าและชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ขณะที่เมียนมามุ่งเน้นไปที่เรื่องอาหารทะเลและเกษตรกรรม ฟิลิปปินส์เน้นไปที่เกษตรกรรมอาหาร ไทยเน้นไปที่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และเกษตรกรรม และเวียดนามเน้นไปที่งานไม้ อาหารทะเล และเกษตรกรรม

เมื่อมาโฟกัสที่ประเทศไทยมีกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการรวม 4 ส่วน คือ 1) การค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการทำแผนภูมิ (mapping) ของนโยบายองค์กรต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นฐานในการดำเนินโครงการ รวมไปถึงขั้นตอนการเจรจา ที่สำคัญจะต้องสื่อสารอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น 2) การจัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้แนวทางปฏิบัติระดับชาติและนานาชาติ 3) รณรงค์นโยบายการให้ความร่วมมือทางด้านเทคนิค และ 4) การจัดอบรมแนวทางการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับสากลให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับชาติ

จากประเด็นดังกล่าวข้างต้น “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายในหลายเรื่อง โดยเฉพาะความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร การว่างงาน ขาดแคลนแรงงาน รวมไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างลูกจ้าง-นายจ้าง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในประเด็นเหล่านี้ได้กระทบไปถึงห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจทั้งสิ้น กระทรวงแรงงานในฐานะที่เป็นผู้กำหนดนโยบายนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานให้มีความสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และการพัฒนาระบบตรวจแรงงานเพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งการเยียวยาผู้ถูกละเมิดสิทธิ์ และการจัดการแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยได้รับการยกระดับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์มาอยู่ที่ระดับเทียร์ 2 ในปี 2560 ที่ผ่านมา

“พล.ต.อ.อดุลย์” กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากการให้ความสำคัญในเรื่องข้อบังคับทางกฎหมายแล้ว มีการส่งเสริมให้สถานประกอบการใช้กรอบมาตรฐานแรงงานไทย หรือ TLS และแนวทางการปฏิบัติที่ดี หรือ GLP มาดำเนินการธุรกิจได้ตามความสมัครใจ อย่างไรก็ตาม แม้แต่กระทรวงแรงงานก็ยังใช้แนวทางดังกล่าวมาใช้ในการปฏิบัติงาน 3 ระดับที่ประกอบด้วย นโยบายเร่งด่วน (agenda based), นโยบายระดับพื้นที่ (area based) และนโยบายการบริหารการพัฒนา (administration based)

ทั้งนี้ ในโอกาสที่ฉลองครบรอบ 100 ปีของ ILO กระทรวงแรงงานได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 24 ประเทศร่วมถ่ายทอดสดในวันที่ 21 เม.ย. 2562 โดยในวันดังกล่าวจะมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) แผนงานระดับชาติที่เป็นความร่วมมือของ 4 ฝ่าย คือ รัฐบาล องค์กรนายจ้าง-ลูกจ้าง และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือฉบับแรกของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนส่งเสริมคุณค่าการทำงาน (decent work) สำหรับทุกคน และใช้หลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานระหว่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่ยุคของ brain power หรือพลังปัญญาในอีก 15 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นยุคที่คนสามารถใช้สติปัญญา ความรู้ความสามารถในการทำงานที่ก่อให้เกิดมูลค่าสูงสุด แต่ที่สำคัญคนทำงานต้องมีความสุขกับการทำงาน และมีความมั่นคงในชีวิต

“เปียร์ก้า ตาปิโอลา” เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการส่งเสริมนักลงทุนและผู้ประกอบการให้เข้าใจถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบ และสร้างสิ่งแวดล้อมนโยบายที่สนับสนุนแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ

“ประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดีในการพยายามแก้ไขปัญหาแรงงานประมง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่กระบวนการที่ง่าย และถือเป็นประเทศแรก ๆ ที่นำเสนอการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ และถือว่าก้าวเป็นผู้นำได้ในระยะยาว มีความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น”

การที่ภาคธุรกิจมีความรับผิดชอบและโปร่งใสต่อห่วงโซ่อุปทานจะส่งผลให้สังคมมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงมิติด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของการประกอบธุรกิจผสานกันอย่างกลมกลืนอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว