เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
News น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
Politics นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
Economic สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
Business SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
ดูทั้งหมด

สารพัดปัจจัย…ทุบราคาน้ำมันซึมยาว !

30 ส.ค. 2560 | 18:11น.

ภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังกระเตื้องชัดเจนมากขึ้น ดัชนีชี้ภาวะเศรษฐกิจในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและยุโรป แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มั่นคงมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะเอเชียได้รับอานิสงส์จากการส่งออกตามไปด้วย

แนวโน้มนี้น่าจะเป็นผลดีต่อราคาน้ำมันดิบโลก เพราะในเวลาเดียวกันกลุ่มประเทศผู้ผลิต ทั้งที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก หรือโอเปก และที่ไม่ใช่สมาชิก ร่วมกันลดกำลังผลิตลง 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อรีดน้ำมันส่วนเกินออกจากตลาดพร้อมกันไปด้วย

นั่นทำให้บรรดานักวิเคราะห์พากันพูดถึงการพุ่งทะลุแนวต้านของราคาน้ำมันดิบโลกกันมาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม แต่เอาเข้าจริง ราคาน้ำมันดิบยังคงแกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 40-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอยู่อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงขณะนี้

เมื่อตรวจสอบอย่างจริงจัง ผู้เชี่ยวชาญพบว่า มีปัจจัยลบมากมายทั้งในส่วนของการผลิตและในส่วนของการบริโภคที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่าที่โอเปกคาดหมายเอาไว้

แรกสุดเป็นข้อมูลที่เปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ระบุไว้ในรายงานการประเมินตลาดพลังงาน ประจำเดือนกรกฎาคมว่า ระดับความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตของสมาชิกโอเปก ที่เคยอยู่ในระดับ “เกินกว่า 100%” ก่อนหน้านั้น ลดลงมาอยู่ที่เพียง 75% เท่านั้น ถือเป็นระดับการทำตามความตกลงที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการตกลงลดกำลังการผลิตกันมา

อาจเป็นเพราะประเทศสมาชิกมั่นใจมากขึ้นว่า ขาขึ้นของราคาน้ำมันกำลังมาถึงและสามารถคงอยู่ต่อไปได้ไม่ว่าจะมีการปรับลดการผลิตหรือไม่ก็ตาม ผลก็คือ แอลจีเรีย, อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เริ่มไม่ทำตามความตกลงที่ให้กันไว้ ในเวลาเดียวกับที่สมาชิกที่ได้รับการยกเว้นอย่าง “ลิเบีย” ก็ผลิตและส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงมาก

ปัจจัยสำคัญถัดมา ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลพลังงาน (อีไอเอ) แห่งสหรัฐอเมริกาล่าสุด แสดงให้เห็นว่า ผลผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นอยู่เหนือระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันแบบสบาย ๆ ทำให้สหรัฐอเมริกาส่งน้ำมันออกไปยังหลาย ๆ ประเทศมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน

ที่สำคัญคือ อีไอเอระบุว่า แหล่งผลิตอย่างอีเกิล ฟอร์ด และบัคเคน คาดว่าจะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกในเดือนกันยายน เป็น 1.39 ล้านบาร์เรลต่อวันสำหรับแหล่งแรก และ 1.05 ล้านบาร์เรลต่อวันสำหรับแหล่งบัคเคน ขณะที่แหล่งผลิตในเขตแอนาดาร์โก ซึ่งรวมแหล่งน้ำมันใน 24 เคาน์ตีในรัฐโอกลาโฮมาและอีก 5 เคาน์ตีในรัฐเทกซัส กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นถึง 459,000 บาร์เรลต่อวัน

ในส่วนของประเทศผู้บริโภคน้ำมัน ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ในบรรดา 5 ชาติผู้บริโภคสำคัญที่สุด มีเพียง “อินเดีย” เท่านั้น ที่ซื้อน้ำมันจากตลาดโลกเพิ่มมากขึ้น แต่อีกเช่นกัน อินเดียกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อน้ำมันจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับโอเปกและน็อนโอเปกแต่อย่างใด

สหรัฐซึ่งเคยเป็นผู้บริโภครายใหญ่ ตอนนี้กลับหันหลังให้กับตลาดน้ำมันโลกโดยสิ้นเชิง และด้วยกำลังการผลิตภายในประเทศเพิ่มสูงถึงระดับนี้ คงไม่ต้องพึ่งพาตลาดไปอีกนาน อีก 2 ชาติที่จัดอยู่ในกลุ่มผู้บริโภคน้ำมัน “บิ๊กไฟฟ์” อย่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ก็ลดการนำเข้าลงเช่นเดียวกัน

นั่นทำให้จีนกลายเป็นผู้บริโภคสำคัญที่หลงเหลืออยู่อีกเพียงรายเดียว ปัญหาก็คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพิ่งชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจจีนที่เคยขยายตัวในระดับ 10% ต่อปีในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ลดความร้อนแรงลงเหลือเพียง 6.7% เมื่อปี 2016 และคาดว่าจะโตเฉลี่ยเพียงปีละ 6.8% เท่านั้นจนถึงปี 2020

ขณะที่นักวิเคราะห์ทั่วไปเก็งกันว่า “โอเปก” ไม่น่าจะขยายเวลาลดกำลังการผลิตออกไปให้นานเกินกว่าเดือนมีนาคมปี 2018 นี้อีกแล้ว ปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้นเมื่อรวม ๆ กันเข้า สุดท้ายแล้วก็ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก มีแต่ทรงกับทรุดอยู่อีกต่อไป

ในสหรัฐอเมริกาเริ่มมีการเก็งกันแล้วว่าราคาน้ำมันดิบจะยังคงอยู่ที่ระดับแค่ 48-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปอีกนาน ไม่ใช่แค่เพียงปีนี้หรือปีหน้า แต่ยาวไปจนถึงปี 2021 เลยทีเดียว