แค่ชิมลาง! เคาะลงนามร่วมเดินรถไฟไทย-เขมร “บิ๊กตู่-ฮุนเซน” ร่วมเปิด 22 เม.ย. แต่ยังเปิดเดินรถจริงไม่ได้
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการจัดทำและลงนามร่างความตกลงการเดินรถไฟร่วมกัน ระหว่างรัฐบาลประเทศไทยกับรัฐบาลประเทศกัมพูชา โดยวันที่ 22 เม.ย.นี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา จะมีพิธีเปิดสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก พิธีลงนามข้อตกลงการเดินรถไฟร่วมกัน พิธีส่งมอบรถไฟดีเซลรางจำนวน 1 ขบวน (4 ตู้) พิธีฉลองความสำเร็จการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน – สตึงบท) และพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโครงการอาคารด่านศุลการกรและถนนเชื่อมต่อฝั่งกัมพูชาด้วย โดยในวันดังกล่าว นายกรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศจะมีการนั่งรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์เส้นทางด่านพรมแดนบ้านคลองลึก – ปอยเปต ระยะทาง 6 กม.ด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังจากจัดพิธีแล้ว การเปิดเดินรถแบบเต็มรูปแบบยังไม่สามารถทำได้ จะต้องรอการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และการรถไฟแห่งประเทศกัมพูชา จัดทำข้อตกลงเพื่อเดินรถไฟร่วมกันก่อน มีสาระสำคัญเหมือนกับการจัดทำข้อตกลงการเดินรถระหว่างไทย-ลาว และไทย-มาเลเซียก่อนหน้านี้ มีเนื้อหาสำคัญ คือ การกำหนดการเดินรถทั้งรถโดยสารและการขนส่งสินค้าทางรถไฟ มีประเด็นที่จะต้องหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น การกำหนดนิยามศัพท์, กรรมสิทธิ์ที่ดิน 2 ข้างทาง, พนักงานสถานีระหว่างประเทศ, การจัดการการเดินรถผ่านแดน, การจัดหาล้อเลื่อนและคิดค่าลากจูง, ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น, ความรับผิดชอบกรณีมีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และกรณีสินค้าเสียหาย เป็นต้น
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศจะต้องปรับปรุงแนวเส้นทางต่างๆ ร่วมกันด้วย เพื่อให้เชื่อมต่อจากอรัญประเทศ-บ้านคลองลึกของฝั่งไทย ไปยังสถานีปอยเปตของกัมพูชา เพราะตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมา ไม่เคยมีการเดินรถไฟในเส้นทางดังกล่าวเลย ในส่วนของไทยจะต้องซ่อมแซมปรับปรุงราง ไม้หมอน คันทางใหม่ทั้งหมด รวมถึงจะต้องปรับปรุงสะพานรถไฟข้ามคลองพรมโหดด้วย ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาก็ต้องดำเนินการปรับปรุงสถานีปอยเปตใหม่ ซึ่งขณะนี้กัมพูชาแจ้งว่า ดำเนินการเสร็จแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่
ขณะที่โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน – สตึงบท) ระยะทางเฉพาะส่วนสะพาน 620 เมตร เงินลงทุน 670 ล้านบาท ขณะนี้ฝั่งไทยก่อสร้างเสร็จหมดแล้ว เหลือเพียงอาคารด่านที่บ้านป่าไร่และบ้านหนองเอี่ยน มีกรมศุลกากร กระทรวงการต่างประเทศ รับผิดชอบ แต่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง ส่วนฝั่งกัมพูชา ตัวสะพานดำเนินการเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างตัวถนนที่จะรับจากสะพานและด่านศุลกาการ ซึ่งเนื้องานทั้งหมดได้รับสนับสนุนวงเงินกู้สำหรับก่อสร้างจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ของประเทศไทย โดยในวันที่ 22 เม.ย.นี้ นายกรัฐมนตรีของไทยจะร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างของฝั่งกัมพูชาด้วยเช่นกัน