เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
Economic กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
เมื่อจีนตื่นทอง
World เมื่อจีนตื่นทอง
จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
Politics จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (14 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.55% อยู่ที่ 83,222 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (14 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.55% อยู่ที่ 83,222 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (14 ต.ค.) ทั่วไทยฝนหนัก 60-70% เหนือ-อีสาน มีฝน 30%
News พยากรณ์อากาศ (14 ต.ค.) ทั่วไทยฝนหนัก 60-70% เหนือ-อีสาน มีฝน 30%
บิ๊กอสังหาปรับแผนสู้น้ำท่วม นิคมอมตะถมดินเพิ่ม 2 เมตร
Real Estate บิ๊กอสังหาปรับแผนสู้น้ำท่วม นิคมอมตะถมดินเพิ่ม 2 เมตร
ยักษ์ค้าปลีกชิงตลาดเจ 4.6 หมื่นล้าน
Business ยักษ์ค้าปลีกชิงตลาดเจ 4.6 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

ศึกการค้าโลกลาม’TechWar’ ค่ายมือถือตั้งรับพิษ’หัวเว่ย’

23 พ.ค. 2562 | 08:10น.
สงครามการค้า “สหรัฐ-จีน” ลามหนัก ขยายจาก trade war เป็น tech war ชิงมหาอำนาจเทคโนโลยีโลก กระทบชิ่งยักษ์โทรคมนาคม “หัวเว่ย” สะเทือน หวั่นกระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค เชนสโตร์ดัง “เจมาร์ท” ชี้มีผลแค่ระยะสั้น อาจเปิดช่องให้คู่แข่งฉวยจังหวะชิงลูกค้าคืน “ค่ายมือถือ” ตั้งรับเดินหน้าจัดโปรโมชั่นต่อ ขณะที่ “หัวเว่ย” ออกโรงยันยังอัพเดตซอฟต์แวร์-ดูแลหลังการขายปกติ

หลังจากรัฐบาลอเมริกันเพิ่มชื่อ “หัวเว่ย” เข้าอยู่ในรายชื่อบริษัทที่ห้ามใช้เทคโนโลยีจากบริษัทอเมริกันโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล ทำให้บริษัทอเมริกันอย่าง “กูเกิล” ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนของ “หัวเว่ย” ไม่สามารถเข้าถึงบริการบางอย่างของ “กูเกิล” ได้ เช่น จีเมล์ และยูทูบ เป็นต้น แต่ยังใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ได้ เนื่องจากเป็นระบบเปิดในโครงการ Android Open Source Project (AOSP) กรณีที่เกิดขึ้นแม้ไม่ได้ส่งผลโดยตรงกับประเทศไทย แต่ก่อให้เกิดความวิตกกังวลในหมู่ผู้บริโภคในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ใช้และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อสมาร์ทโฟน “หัวเว่ย” แบรนด์ยอดนิยมจากจีนที่กำลังมาแรง

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo
“เจมาร์ท” ชี้กระทบระยะสั้น

นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บมจ. เจมาร์ท เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเมินปัญหานี้กระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะสั้นแน่นอน เพราะทำให้ผู้ที่ใช้งานอยู่ หรือผู้ที่กำลังมองหาเครื่องรุ่นใหม่เกิดคำถามและลังเลที่จะซื้อ จึงต้องรอดูว่าหัวเว่ยจะแก้สถานการณ์อย่างไร เพราะเป็นช่องว่างให้คู่แข่งฉวยจังหวะทางการตลาดได้ โดยเฉพาะคู่แข่งหลัก ๆ อย่างซัมซุงและแอปเปิล เนื่องจากฐานลูกค้าที่ใช้หัวเว่ยส่วนใหญ่ย้ายมาจากทั้ง 2 แบรนด์นี้ แต่อาจส่งผลกระทบต่อแบรนด์จีนอื่น ๆ ในภาพรวมของทั่วโลก

“นี่ไม่ใช่เรื่องที่หัวเว่ยไม่ได้คาดคิด เพราะปัญหาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมีมาต่อเนื่อง จะเห็นว่าเขาเริ่มพัฒนาระบบปฏิบัติการ หรือ OS ของตนเองแล้ว จึงยังพอมีเวลาก่อนที่จะถึงคิวเปิดตัวรุ่นใหม่ตุลาคมนี้ และนี่ไม่ใช่วิกฤตแรก เคยมีปัญหาเรื่องชิปเซต แต่หัวเว่ยก็สามารถผ่านไปได้”

3 ปีในไทยหัวเว่ยเติบโตก้าวกระโดด จนปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด 30% รุ่นเรือธงได้รับการตอบรับที่ดีทุกรุ่น

ค่ายมือถือไทยยังจัดแพ็กเกจปกติ

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เอไอเอสและหัวเว่ยยังคงมีแพ็กเกจโปรโมชั่นร่วมกันอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าจะสามารถดูแลให้ลูกค้าใช้งานได้ต่อเนื่องตามโปรโมชั่นที่มี ทั้งการใช้งานในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งประเทศอเมริกา แต่ยอมรับว่าส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่วนจะเป็นช่องว่างให้คู่แข่งชิงแชร์ได้มากน้อยแค่ไหน เร็วเกินไปที่จะประเมิน ซึ่งการแข่งขันทางธุรกิจถือเป็นเรื่องปกติ

“เอไอเอสเป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายหัวเว่ย เราจึงมีหน้าที่ให้ข้อเท็จจริงลูกค้า ตอนนี้มีข่าวออกมาเยอะ ทั้งในโซเชียลและอินเทอร์เน็ต ซึ่งเราได้ติดต่อกับหัวเว่ยอยู่ตลอดเพื่ออัพเดตข้อมูล เพราะตอนนี้ลูกค้ากังวลค่อนข้างเยอะ บางรายมาหน้าร้านเพื่อสอบถามเรื่องนี้ก็มี”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการโทรสอบถามไปยัง call center ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส, ทรูมูฟ เอช และดีแทค ทั้งหมดยืนยันว่า ยังคงสามารถซื้อสินค้าหัวเว่ยในราคาโปรโมชั่น และยังสามารถใช้แพ็กเกจได้ตามปกติ รวมทั้งสามารถใช้บริการสมาร์ทโฟนหัวเว่ยในประเทศสหรัฐอเมริกาได้แน่นอน

รายงานข่าวจากเอไอเอสเปิดเผยด้วยว่า ได้รับคำยืนยันอย่างเป็นทางการจาก “หัวเว่ย” ว่า สมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบันยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงซอฟต์แวร์ และกูเกิลแอปพลิเคชั่น

รายงานข่าวจากทรู ระบุว่าได้รับการยืนยันจากหัวเว่ยว่าจะไม่มีผลกระทบเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานอย่างแน่นอน

REUTERS/Marko Djurica/Illustration

กระทบสมาร์ทโฟนรุ่นถัดไป

ด้านนายสิทธิพล พรรณวิไล นักพัฒนาและบล็อกเกอร์ด้านไอที กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาร์ทโฟนรุ่นถัดไปของหัวเว่ยจะไม่สามารถเข้าใช้บริการต่าง ๆ ของกูเกิลได้ ซึ่งต้องบอกว่า สำคัญเพราะถ้าใช้งานไม่ได้ อาจทำให้ลูกค้าหันไปซื้อยี่ห้ออื่นแทน แต่สมาร์ทโฟนของหัวเว่ยยังคงใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ได้ เพราะเป็นระบบเปิด (โอเพ่นซอร์ซ) ในโครงการ Android Open Source Project หรือ AOSP

“รุ่นที่ขายออกไปแล้วจะแบนไม่ได้เพราะผิด license ที่ขายไปแล้ว แต่ที่น่ากังวลกว่าคือสเกลสงครามการค้าระดับประเทศที่อาจกระทบให้ทุกอย่างแพงขึ้นได้ ไม่ใช่แค่มือถือ ซึ่งแบรนด์จีนอื่น ๆ ไม่น่าโดน เพราะคงหาประเด็นมาแบล็กลิสต์ไม่ได้ อีกทั้งแบรนด์อื่นไม่ได้ใหญ่มาก และนวัตกรรมไม่ได้สูงนัก ถ้ามองภาพใหญ่ไม่น่าใช่สงครามระหว่างหัวเว่ยและอเมริกา แต่เป็นจีนกับอเมริกา ทำให้มีผลพวงอย่างอื่นตามมา”

“หัวเว่ย” อัพเดตซอฟต์แวร์

รายงานข่าวจาก “หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย)” ระบุว่า หัวเว่ยขอให้ความมั่นใจว่าจะยังให้บริการอัพเดตซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยและบริการหลังการขายแก่ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและแท็บเลตของหัวเว่ยที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดต่อไป ครอบคลุมถึงโมเดลที่ได้จำหน่ายออกไปแล้ว และที่ยังรอการจัดจำหน่ายอยู่ในสต๊อกทั่วโลก รวมถึงขอยืนยันว่า จะยังมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็มของซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดสู่ผู้ใช้ทั่วโลก

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

รั้งที่สองสมาร์ทโฟนโลก

สำหรับภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา อันดับหนึ่งยังคงเป็น “ซัมซุง” ด้วยยอดขาย 71.9 ล้านเครื่อง อันดับสอง “หัวเว่ย” 59.1 ล้านเครื่อง อันดับสาม “แอปเปิล” 36.4 ล้านเครื่อง อันดับสี่ “เสียวหมี่” 25 ล้านเครื่อง อันดับห้า วีโว่ 23.2 ล้านเครื่อง และอันดับหก “ออปโป้” 23.1 ล้านเครื่อง โดย 4 ใน 6 แบรนด์ล้วนเป็นแบรนด์จีน

ก่อนหน้านี้ นายริชาร์ด หยู กรรมการบริหารและซีอีโอ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ได้กำหนดเป้าหมายให้หัวเว่ยและออเนอร์แบรนด์ลูก จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลกในปีนี้

จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป้าหมายของหัวเว่ยอาจจะเป็นไปได้ยากขึ้น

REUTERS/Stringer

แย่งมหาอำนาจเทคโนโลยีโลก

ก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตมาอย่างต่อเนื่องจากทั้งนักวิเคราะห์และสื่อชั้นนำต่าง ๆ ว่า สหรัฐพยายามเชื่อมโยงมาตรการทางการค้าเข้ารวมกับการสกัดกั้นการเข้าสู่เทคโนโลยี 5G ซึ่งจีนประสบความสำเร็จก่อนสหรัฐ โดยนายเบน วูด นักวิเคราะห์ของ CCS Insight กล่าวกับไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า สงครามการค้าสหรัฐ-จีน กำลังพัฒนากลายเป็น “สงครามทางเทคโนโลยี” ลุกลามไปถึงระบบปฏิบัติการมือถือ หลังจาก “กูเกิล” จำกัดการใช้งานระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของหัวเว่ย

นายเบน วูด กล่าวว่า ปี 2018 สหรัฐเริ่มโจมตีจีนด้วยการเรียกร้องชาติพันธมิตรทั่วโลกไม่ให้ใช้อุปกรณ์หัวเว่ย ในการวางเครือข่ายโทรคมนาคมความเร็วสูง 5G ถือเป็นการส่งสัญญาณการให้ “เลือกข้าง” ระหว่างการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ และพันธมิตรกับจีน ปัจจุบันมีหลายประเทศประกาศเลือกข้างฝั่งสหรัฐแล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์

ขณะที่ “ริชาร์ด วินด์เซอร์” นักวิเคราะห์ของ ไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า ในปี 2018 บริษัทด้านเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญ 20 บริษัทแรกของโลก หากวัดจากมูลค่าทางการตลาดพบว่าเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันและจีนในสัดส่วนเกือบเท่า ๆ กัน จึงไม่น่าแปลกใจหากสหรัฐพยายามอย่างหนักที่จะสกัดกั้นการพัฒนาทางเทคโนโลยีของจีน ซึ่งสถานะการเป็น “มหาอำนาจโลกทางเทคโนโลยี” มีความสำคัญในยุคปัจจุบัน

ZTE รายแรกที่สหรัฐแบน

ในปี 2018 สหรัฐเคยเล่นงาน ZTE บริษัทรายใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีนอีกรายหนึ่ง ทั้งยังเป็นแบรนด์มือถือที่มียอดขายสูงเป็นอันดับ 4 ในตลาดอเมริกา โดยอ้างว่า ZTE ละเมิดความร่วมมือการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือและอิหร่าน เป็นเหตุให้สหรัฐสั่งระงับการติดต่อค้าขายระหว่าง ZTE กับบริษัทในสหรัฐเป็นเวลา 7 ปี

แต่ ZTE ยอมที่จะจ่ายค่าปรับมูลค่าสูงเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับอเมริกา นอกจากนี้รัฐบาลปักกิ่งยังตกลงจะยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐเป็นการชดเชยการละเมิดที่เกิดขึ้นด้วย

จับตาแผนสำรอง “หัวเว่ย”

ขณะที่ “นิก ฟิลด์ส” นักวิเคราะห์ด้านเทเลคอมของ ไฟแนนเชียล ไทมส์ มองว่า ภายในปีนี้จะเห็นความเคลื่อนไหวมากขึ้นเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการภายใต้แบรนด์ “หัวเว่ย” ซึ่งซุ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2012 โดยระบบปฏิบัติการดังกล่าว มีชื่อว่า “HongMeng OS”

นายริชาร์ด ยู ซีอีโอ ฝ่ายผู้บริโภคของหัวเว่ย เปิดเผยว่า “หัวเว่ย” ได้สร้างระบบปฏิบัติการขึ้นเอง เผื่อในกรณีไม่สามารถใช้ระบบปฏิบัติการของเจ้าอื่นได้ โดยมีศูนย์วิจัยในฟินแลนด์สำหรับการสร้างระบบปฏิบัติการ OS โดยเฉพาะ และจะประสานงานโดยตรงกับวิศวกรที่ศูนย์วิจัยในจีน

ก่อนหน้านี้ หัวเว่ยได้พัฒนาโปรเซสเซอร์ซึ่งในโทรศัพท์มือถือของหัวเว่ย ได้มีการใช้ชิปของ HiSilicon ซึ่งเป็นบริษัทลูกของหัวเว่ย จึงประเมินได้ว่า ระบบปฏิบัติการ OS ของหัวเว่ยจะสามารถใช้งานได้จริง และคาดว่าจะนำมาทดลองใช้เร็ว ๆ นี้ จากเดิมคาดการณ์ว่าจะเริ่มทดลองใช้ในปี 2023

รัฐร่วมทดสอบ 5G “หัวเว่ย” ต่อ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ได้สอบถามไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกาถึงรายละเอียดการห้ามทำการค้ากับ “หัวเว่ย” เพื่อประเมินผลกระทบกับผู้บริโภคชาวไทย โดยทางสหรัฐชี้แจงว่า ผู้ใช้อุปกรณ์ในปัจจุบันมีความเสี่ยงที่อาจจะมีปัญหาในการอัพเดตให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด แต่ยังสามารถใช้งานได้แต่ในส่วนอุปกรณ์โครงข่ายเทคโนโลยี 5G ซึ่ง กสทช.และค่ายมือถือกำลังร่วมมือกับหัวเว่ย เพื่อทดลองทดสอบการให้บริการนั้น จะไม่มีผลกระทบใด ๆ เพราะไทยไม่ใช่ 1 ในรายชื่อ 40 ประเทศที่มีโครงข่ายเกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา

“5G กับหัวเว่ย ยังเดินหน้าต่อไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายในระดับประเทศ”

แม้อุปกรณ์โทรคมนาคม รวมถึงสมาร์ทโฟนจะต้องยื่นขออนุญาต กสทช. ก่อนนำเข้ามาในราชอาณาจักร แต่ กสทช.จะตรวจสอบเฉพาะมาตรฐานของฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่เท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึงตัวซอฟต์แวร์หรือระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ในกรณีของหัวเว่ยจึงไม่เข้าข่ายที่จะกระทบกับการขออนุญาตนำเข้าสมาร์ทโฟน

“เท่าที่ได้สอบถาม ทางหัวเว่ยยืนยันว่า สมาร์ทโฟนเป็นหน่วยธุรกิจสำคัญ ไม่ลอยแพผู้บริโภคแน่นอน”

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!