เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.เพิ่ม ‘สมุทรสงคราม’ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
Politics ครม.เพิ่ม ‘สมุทรสงคราม’ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
เริ่ม ‘ปฏิทินงบฯ 71’ ต.ค.ฟังความคิดเห็น ‘ฝ่ายค้าน กกร.-ประชาชน’
Politics เริ่ม ‘ปฏิทินงบฯ 71’ ต.ค.ฟังความคิดเห็น ‘ฝ่ายค้าน กกร.-ประชาชน’
Agoda ชูกรุงเทพฯ ฐาน Tech Talent ระดับโลก ปักหมุดสำนักงานภูมิภาค จ้างงานในไทย 4,500 คน
Economic Agoda ชูกรุงเทพฯ ฐาน Tech Talent ระดับโลก ปักหมุดสำนักงานภูมิภาค จ้างงานในไทย 4,500 คน
เงินเฟ้อ ก.ย.พุ่ง 2.82% สนค.ขยับกรอบปี’69 เป็น 1.8-2.2% จับตาพลังงาน-ผักกินเจ
Economic เงินเฟ้อ ก.ย.พุ่ง 2.82% สนค.ขยับกรอบปี’69 เป็น 1.8-2.2% จับตาพลังงาน-ผักกินเจ
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
‘ทรัมป์’ แจ้ง ‘อนุทิน’ หวังได้ลงนามปิดดีล ‘ภาษีสหรัฐ’ ช่วงเยือนเอเชีย พ.ย.
Politics ‘ทรัมป์’ แจ้ง ‘อนุทิน’ หวังได้ลงนามปิดดีล ‘ภาษีสหรัฐ’ ช่วงเยือนเอเชีย พ.ย.
ฟอร์ด ลุยตลาดรถกระบะ Heavy Duty ส่ง เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ล ราคา 1.464 ล้านบาท อีกรุ่น
Automotive ฟอร์ด ลุยตลาดรถกระบะ Heavy Duty ส่ง เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ล ราคา 1.464 ล้านบาท อีกรุ่น
3 นักวิทย์คว้า ‘รางวัลโนเบล 2026’ สาขาการแพทย์ ‘ออปโตเจเนติกส์’ เบิกทางยุคใหม่ประสาทวิทยา
World 3 นักวิทย์คว้า ‘รางวัลโนเบล 2026’ สาขาการแพทย์ ‘ออปโตเจเนติกส์’ เบิกทางยุคใหม่ประสาทวิทยา
ประเสริฐ จ่อชงของบฯซ่อมโรงเรียนเสียหายน้ำท่วม เบื้องต้นพบ 1,096 แห่ง
Politics ประเสริฐ จ่อชงของบฯซ่อมโรงเรียนเสียหายน้ำท่วม เบื้องต้นพบ 1,096 แห่ง
ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าเลื่อนไป 14 ต.ค. ‘อนุทิน‘ จี้รัฐมนตรีเร่งช่วยประชาชนน้ำท่วม
Politics ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าเลื่อนไป 14 ต.ค. ‘อนุทิน‘ จี้รัฐมนตรีเร่งช่วยประชาชนน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

หลายกลยุทธ์ หลากอารมณ์ บนวิกฤต LTV-พรีเซลต่ำสุดรอบ 5 ปี

03 ก.ค. 2562 | 13:45น.

ยาแรงของแบงก์ชาติว่าด้วยมาตรการ LTV-loan to value ต้องการสกัดการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ด้วยการบังคับเพิ่มเงินดาวน์ซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียม จากเดิม 5-10% เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 การขอสินเชื่อสัญญาที่ 2 ขึ้นไปถูกบังคับเพิ่มเงินดาวน์เป็น 20% จนกระทั่งผลกระทบไปโผล่ที่ตัวเลขสถิติยอดพรีเซลในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม 2562) ต่ำสุดในรอบ 5 ปี

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษยักษ์อสังหาฯ 3 ค่าย เพื่อร่วมแจมมุมมองตลอดจนช่วยกันประเมินเทรนด์ครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการ-ผู้บริโภคจะอยู่กับ LTV กันอย่างไรได้บ้าง

“LTV กระทบลูกค้าเก็งกำไรหายไป 10%”

เริ่มจาก “เต-ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม” เอ็มดี บมจ.ศุภาลัย องค์กรที่มีไฮไลต์โมเดลธุรกิจให้น้ำหนักกับการเจาะตลาดลูกค้าซื้ออยู่เองหรือลูกค้าเรียลดีมานด์เป็นหลัก รักษาสถานะผลประกอบการเติบโตทั้งสินค้าแนวราบอย่างบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ รวมทั้งสินค้าแนวสูงอย่างคอนโดมิเนียมได้อย่างเหนียวแน่น

ล่าสุด บริษัทเพิ่งลอนช์ห้องชุดลักเซอรี่แบรนด์ “ศุภาลัย ไอคอน สาทร” กลางเดือนมิถุนายน 2562

…ศุภาลัย ไอคอน สาทร ลูกค้าก็ให้ความสนใจดีต่อเนื่อง ตอนนี้มียอดพรีเซล 20% ของมูลค่าโครงการ ส่วนใหญ่ก็เข้ามาซื้อห้องใหญ่ ๆ ทั้งนั้น มากกว่า 50% เป็น 2-3 ห้องนอนเป็นหลัก เพราะถ้ามองว่าลูกค้ามีกำลังซื้ออย่างห้องราคาต่ำสุดก็ 8 ล้านกว่าบาท ถ้าลูกค้ามีเงินระดับ 10 ล้าน ถ้าเขาอยากได้แล้วคิดว่าเป็นทำเลที่ดี ราคาที่เหมาะสมกับทั้งวันนี้และก็อนาคต

ความต่างสำหรับคนกลุ่มนี้จะซื้อ 10 ล้านหรือ 14 ล้าน เขามีกำลังซื้ออยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ในมุมเขาก็เลือกห้องที่คิดว่ามันลงตัวมากกว่า ถ้าคนที่ซื้อตารางเมตรละ 2-3 แสนไม่มีปัญหาที่จะขยับไปห้องที่ใหญ่กว่าอยู่แล้ว และคงมียอดต่อเนื่องด้วย ซึ่งวางเป้าไว้ว่าปีนี้จะมียอดพรีเซล 30% ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ศุภาลัย ไอคอน สาทรเป็นสินค้าระดับราคาสูง แบบห้องเรามี 40-50 แบบ ลูกค้าใช้เวลาคิดพอสมควร แต่จะเห็นว่าหลังจากที่เรามีการเปิดตัว มีลูกค้าทยอยมาจองเรื่อย ๆ คงไม่น่าเป็นห่วง

เมื่อถามถึงผลกระทบ LTV มีมากน้อยแค่ไหน ?

…จริง ๆ สำหรับคอนโดฯไม่ได้โดนผลกระทบจาก LTV เยอะมาก เพราะว่าเราทำคอนโดฯส่วนใหญ่ไม่ได้เพื่อการเก็งกำไรอยู่แล้ว ถ้าเน้นลูกค้าเรียลดีมานด์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยิ่งลูกค้าอย่างไอคอน สาทรเป็นลูกค้าระดับบน ซึ่งถามว่า LTV ส่งผลกับเขาไหมส่วนใหญ่จะซื้อเงินสดก็ซื้อได้อยู่แล้วไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่

แต่ถ้ามองว่าเป็นเซ็กเมนต์อื่น ๆ ตัว LTV กระทบมากที่สุดก็คือ กระทบลูกค้าเก็งกำไรหรือมีบ้านอยู่แล้วอยากจะปล่อยเช่า สำหรับคอนโดฯกลุ่มนั้นจะโดนกระทบ แต่ดีเวลอปเปอร์อย่างเราก็พยายามเน้นลูกค้าที่แท้จริง เน้นลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่เอง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ได้มีผลกระทบเท่าไหร่

LTV ในไตรมาส 3-4 ผมมองว่าเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น ช่วงนี้เป็นช่วงปรับตัวมากกว่า และผลกระทบที่แท้จริงมันก็ไม่ได้เยอะอย่างที่หลายคนห่วง คือใกล้เคียงกับที่เราคาดการณ์ แต่ก่อนคนคิดว่าลูกค้าจะหายไป 20-30% ซึ่งก็ไม่ได้ขนาดนั้น คนซื้อจริง ๆ หายไปไม่ถึง 10% ในขณะที่ยอดขายที่หายไปเป็นกลุ่มเก็งกำไร ลูกค้าเรียลดีมานด์คงมีผลกระทบไม่เยอะ

แต่ลูกค้าเก็งกำไรเขามองว่า sentiment เวลาขายต่อพอมี LTV เข้ามามันทำให้ยากขึ้น เขาก็จะหายไปบ้าง ซึ่งตรงนั้นมันก็ไม่ได้แย่ต่อตลาด

ซึ่ง LTV มันทุบกำลังซื้อของคนเก็งกำไร แต่ถามว่าส่งผลอะไรมากไหมกับตลาด เมื่อคนซื้อเก็งกำไรหายไปก็ต้องหาลูกค้าเรียลดีมานด์มาซื้อต่ออยู่ดี ถ้าตราบใดที่คนจะซื้อที่แท้จริงยังสามารถซื้อได้ อันนั้นผมไม่ได้ห่วง อาจทำให้ไซซ์ตลาดหดลงไปบ้าง แต่เดี๋ยวเราก็จะมาปรับตัวกัน มีบางดีเวลอปเปอร์ที่เห็น LTV แล้วเปิดตัวโครงการน้อยลง หรือเลื่อนทำโครงการ ถ้าตลาดหดตัว (เปิดตัวใหม่) ไปในอัตราที่ไม่ได้น้อยไปกว่าการหดตัวของดีมานด์ก็ไม่มีปัญหา

สำหรับกลยุทธ์รับมือในครึ่งปีหลัง บิ๊กผู้บริหารศุภาลัยโฟกัสไปที่ลูกค้าเรียลดีมานด์มากขึ้น

…การแก้เกมเราก็คงทำตลาดลูกค้าเรียลดีมานด์อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เป็นช่วงที่คุณค่าที่แท้จริงของสินค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมากขึ้น มากไปกว่าภาพสวยหรูขายบรรยากาศ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็ต้องอยู่ที่ดีเวลอปเปอร์ ซึ่งเราจะเห็นว่าดีเวลอปเปอร์หลายรายก็เริ่มมารุกทำตลาดที่เป็นเรียลดีมานด์มากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้บางรายอาจจะเน้นลูกค้าเก็งกำไรมากกว่าปัจจุบันก็ตาม

สำหรับศุภาลัยกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์เราต้องดูมากขึ้น เราก็ต้องคุยกับแบงก์ว่ามีอะไรที่สามารถช่วยลูกค้าได้บ้าง จะเดินสเตตเมนต์ยังไงให้แบงก์เข้าใจได้มากขึ้น ทำให้แบงก์สามารถปล่อยลูกค้า สมมุติให้ไปถึง 90% หรือ 100% ได้

หรือเราจะทำยังไงที่จะเปิด window สิ่งของที่ลูกค้าต้องซื้ออยู่แล้วในอนาคตก็แอดเข้าไปมากขึ้น เช่น ของแถมต่าง ๆ อย่างเครื่องปรับอากาศหรือเฟอร์นิเจอร์ เป็นสิ่งที่ลูกบ้านต้องมีอยู่แล้ว ถ้าก่อนหน้านี้ไม่ได้แถมก็สามารถกู้อยู่ในวงเงินเดียวกันได้

วิธีการอัดของแถมเข้าไปให้ลูกค้ามากกว่าปกติ ถูกต้องตามกฎของแบงก์ชาติทุกประการ

“บรรยากาศช่วงนี้ไม่อายที่จะพูดว่าหาลูกค้าได้ยากขึ้นทุกวัน”

ถัดมา “ดร.ยุ้ย-ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนา ดีเวลลอปเม้นท์

…LTV จริง ๆ มีผลมากที่สุดกับลูกค้า 2 กลุ่มที่เป็นลูกค้าซื้อหลังที่ 2 และ 3 ซึ่งโดยหลักการแล้วมี 20% กว่าของตลาดรวม เนื่องจากเป็นกฎเกณฑ์ของธนาคาร ดังนั้น เราไม่สามารถจะบอกได้ว่าคนที่ซื้อหลังที่ 2-3 เสนาฯจะทำเวทมนตร์อะไรบางอย่างให้เขากู้ได้ 100% เต็ม ทำไม่ได้เพราะเป็นกฎเกณฑ์

แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ การสร้าง awareness และสร้างการเตรียมตัวที่ดีของลูกค้า จริง ๆ เวลาลูกค้าเข้ามาซื้อจะมีเวลาเตรียมตัวอย่างต่ำ 2-3 ปี เพราะคอนโดฯดาวน์ 2-3 ปี

สิ่งที่เราทำก็คือ พยายามให้ลูกค้ากลุ่มที่ตัวเองจะกู้ได้แค่ 70-90% รู้ตัวตั้งแต่แรกว่าตัวเองจะเป็นแบบนั้น และพยายามสร้างเงินดาวน์ incentive ให้ใกล้เคียงกับเงินที่เขาต้องจ่ายมากที่สุด แล้วก็สร้าง awareness ระหว่างทาง

จริง ๆ ถ้ามาเป็นลูกค้าเราจะเริ่มเห็นว่าเรามีการเจอลูกค้าตอนหลังจองบ่อยมาก เราเรียก financial day จะถี่มากเพราะต้องการให้เขาทราบว่า ตอนนี้รู้ตัวไหมว่ากู้ได้แค่ 80% เพราะงั้นเขาต้องหาเงินดาวน์ 20% และถ้าเขาต้องหาเงิน 20% เขาต้องมีเงินเท่านี้นะ ถ้าซื้อบ้านในราคานี้ ซึ่งเราไม่สามารถจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ได้ แต่เราทำให้เขา (ลูกค้า) เตรียมตัวดีขึ้นได้

กับคำถามสำคัญถึงบรรยากาศยอดพรีเซลโครงการเปิดตัวใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก

…ปฏิเสธไม่ได้ว่าเดือน 4-5 เป็นเดือนที่เงียบลง ซึ่งบางทีมันตอบยากว่าที่มันเงียบลงเพราะอะไร แต่จริง ๆ ก็ไม่ถึงขั้นเงียบแต่คนเข้า (วิสิตไซต์) ยากขึ้น ปิดการขายยากขึ้น

ซึ่งจริง ๆ แล้วเดือน 4-5 (เมษายน-พฤษภาคม) มีหลาย factor มาก หลัก ๆ มีอยู่ 3 อย่าง 1.LTV 2.สภาวะเศรษฐกิจ 3.ภาวะความไม่มั่นใจในเรื่องการเมือง ทำให้เดือน 4-5 เป็นความรู้สึกที่ยังไม่ค่อยดี ดังนั้น เราก็คงต้องมาดูกันต่อ

ซึ่งเราก็มองโลกในแง่ดี ไม่ว่ายังไงก็ตาม direction ได้แล้ว รัฐบาลมีแล้ว และโดยปกติแล้วเวลามีรัฐบาลช่วงแรก เราก็มีความคาดหวังเต็มที่ในแง่เอกชน เราคาดหวังรัฐบาลใหม่มาจะช่วยกันกระตุ้นประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอสังหาฯเป็น sector ที่รัฐบาลแต่ละรัฐบาลเข้ามาแล้วใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจจะเพราะเยอะและกระตุ้นง่าย และกระตุ้นมาแล้วหลายรอบก็ดูได้ผล

ดังนั้น เราก็มีความคาดหวังในครึ่งปีหลังกับการที่รัฐบาลใหม่เข้ามาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น เมื่อตรงนั้นดีขึ้นเศรษฐกิจดีขึ้น เราก็จะเหลือแค่ LTV อย่างเดียว ก็ไม่น่าจะกระทบหนักเหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงเดือน 4-5 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าเป็นไปได้ที่ LTV จะทำให้ยอดพรีเซลต่ำกว่าปกติที่ควรจะเป็น สมมุติว่าเรามีบ้านหลายหลังมากแล้วปรากฏว่ากู้ได้ 70% บริษัทก็บอกว่าจะซื้อบ้าน 2 ล้านบาทต้องเตรียมเงินดาวน์ 6 แสนบาท แล้วลูกค้าก็คิดในใจไม่มีเงิน 6 แสนในการที่จะเก็บเงิน saving ไว้ เป็นเราเราก็ไม่จองเพราะเรากลัวว่าถ้าจ่ายไปแล้วตอนสุดท้ายหาเงินมา fill in (เติมเงินดาวน์) ที่เหลือไม่ได้ โดนยึดอีก เสียเวลาอีก เป็นเราเราก็ไม่จอง อันนี้คือเรื่องปกติ

เสนาฯเราอยากให้รู้ตั้งแต่วันแรกเลยเพราะมันไม่มีประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ลูกค้าเข้ามาเราให้แอปพรูฟตั้งแต่วันแรก เลยว่าคุณกู้ได้แค่ 70% นะ ถ้าคุณเตรียมเงินไม่ไหว ซึ่งลูกค้าบางคนก็มีแบบขอวัดดวงอีกสัก 1 ปี คงหาได้ครบ 30% อันนี้เราก็ไม่ได้ห้าม

ถ้าถามว่ามันจะกระทบแค่ไหน ก็ต้องตอบตามเรโช คนที่ซื้อหลัง 2-3 มี 20% กว่า แสดงว่าการกระทบก็อยู่ที่ 20%

เรา as zoom ว่าเสนาฯมีบ้านราคาต่ำ ๆ เช่น Niche ID ราคา 1-2 ล้าน, Niche MONO ราคา 2-4 ล้าน และ Niche Pride ราคา 3-5 ล้าน

ถ้าพูดถึงจำนวนยูนิต Niche MONO มากที่สุด 20,000 กว่ายูนิต ถามว่าในแง่หลักการ Niche ID ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าซื้อเป็นหลังแรก ทั้งนั้น แสดงว่าส่วนใหญ่กู้ได้เต็ม

ถ้า Niche MONO ลูกค้าสัดส่วน 80-90% ซื้อเป็นหลังแรก แต่ก็จะมี 20% กว่าที่เริ่มซื้อเป็นหลัง 2-3 และ Niche Pride ก็จะเริ่มเป็นการซื้อหลัง 2-3 มากขึ้น ถ้าตอบตามเรโช สิ่งที่บริษัทผลิตคิดว่าผลกระทบน่าจะอยู่ที่ 30% มันก็คือตรงนั้นก็จะมีความเป็นไปได้ในการส่งผลมากกว่ากลุ่มที่เป็นระดับล่าง ๆ อันนี้คือดูตามจำนวนยูนิตกับการแบ่งเซ็กเมนต์ของระดับราคา เพราะมันไม่มีวิธีอื่นดูแล้ว

ซึ่งในการบริหารจัดการ 30% นี้มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้นอกจากให้ความเข้าใจตั้งแต่แรก เตือนสม่ำเสมอเพราะว่าจริง ๆ เขากับเราก็มีแรงจูงใจเท่ากัน คือ พยายามหาเงินดาวน์ 30% ให้ได้ แต่ถ้าเข้ามาปุ๊บดาวน์ 15% แล้วปรากฏว่าเขาเป็นคนกู้หลัง 3 แล้วเขาต้องดาวน์ 30%

ถามเราจะให้เขาจองไหม เราให้อยู่แล้วในบรรยากาศแบบนี้ อีก 15% ถ้าเขามั่นใจว่าเขามีเราก็ต้องเชื่อ แต่หน้าที่เราคือบอกเขาระหว่างทาง ทุก 5 เดือนเราจะเตือนว่าเขาต้องเก็บเงินอีก 15% ไว้นะตอนโอน

สรุปแล้ว 5 เดือนแรกพรีเซลน่าจะได้ 70-80% ของสิ่งที่ตั้งใจไว้ เพราะยังไม่ได้มีขึ้นโครงการใหม่เท่าไหร่ มาจากโครงการเดิมทั้งนั้นที่ขาย ๆ อยู่ ซึ่งยอดปฏิเสธสินเชื่อ 20-30% และจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ LTV ใหม่

ต้องบอกว่าเราก็ช่วยลูกค้าหลายรูปแบบ บางทีก็เลื่อนระยะเวลาโอนเพื่อให้ลูกค้าผ่อนดาวน์ได้นานขึ้น 4-5 เดือน เพราะบรรยากาศช่วงนี้ไม่อายที่จะพูดว่าหาลูกค้าได้ยากขึ้นทุกวัน

ดังนั้น ต้องมีการผสมผสานหลาย ๆ รูปแบบเพื่อทำให้ลูกค้าที่จ่ายเงินดาวน์ มาแล้วระดับหนึ่งสามารถที่จะโอนได้

“ต้องเพิ่มยอดขายเพื่อชดเชยรายได้ที่จะลดลง”

สุดท้าย “ชายนิด อรรถญาณสกุล” ซีอีโอ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ให้คอมเมนต์บนประสบการณ์ที่ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศมาหลายรอบ บนวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ขอเพียงแต่ปรับแผนกลยุทธ์ให้ถูกต้อง ที่สำคัญต้องทำให้ถูกที่ ถูกเวลา

…5 เดือนแรกที่ผ่านมาสถานการณ์พรีเซลของเพอร์เฟค ถ้ารวมที่ญี่ปุ่นด้วยยอดพรีเซลรวม 8,000 กว่าล้าน เป็นยอดพรีเซลของเก่าของใหม่รวมกัน

สำหรับของใหม่ที่พรีเซลในปีนี้เรามีที่เปิดชัดเจนก็คือ คอนโดฯลักเซอรี่ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” ซึ่งเราคาดว่าจะได้ยอดขาย 1,200-1,500 ล้านบาท คิดเป็น 20% กว่าของมูลค่าโครงการ ใกล้เคียงกับเป้าที่เรากำหนดไว้ ราคาเฉลี่ย 280,000 บาท/ตารางเมตร

ในส่วน LTV กระทบกับคอนโดฯราคาถูก แต่คอนโดฯราคาปานกลางกับราคาสูงไม่กระทบ และในกลุ่มแนวราบก็กระทบกลุ่มสินค้าที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพราะฉะนั้น ตอนนี้ LTV ที่กระทบคือบ้านและคอนโดฯที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท กระทบประมาณ 20% ของตลาดปกติ

ขณะเดียวกัน ไม่ได้มีมาตรฐานตลาดที่ยอดพรีเซลจะต้องมี 30-40% ซึ่งยอดพรีเซลจะไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับโลเกชั่นและราคา ถ้าสินค้าราคาต่ำบางทีก็ขายดี หรือถ้าโลเกชั่นไหนมีซัพพลายออกมาต่ำ ยอดขายก็ขายได้สูง

แผนธุรกิจเพอร์เฟคในครึ่งปีหลัง เราคงเน้นการเปิดโครงการแนวราบมากขึ้น และราคาที่ขายส่วนใหญ่สูงกว่า 3 ล้านบาท เพราะฉะนั้น เราคาดว่ากลุ่มนี้น่าจะมีผลกระทบ 10%

การปรับตัวรองรับมีทั้งเพิ่มไซต์โครงการ และเพิ่มหรือขยายเฟสในโครงการเก่าที่ทำเลดี ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้เป็นไปตามเป้าที่เราวางไว้ เช่น กรุงเทพกรีฑาที่มีถนนตัดใหม่, โซนสุขุมวิท 77 ที่มีห้างโรบินสันและโรงแรมจะมาเปิด

กลยุทธ์คือเราเปิดบ้านแพงเพิ่มขึ้น 20 กว่าล้านบาทที่เราจอยต์เวนเจอร์กับกลุ่มเซกิซุยของญี่ปุ่น ส่วนนี้เราก็เปิดบ้านแพงเพิ่มขึ้น 10%

และอันไหนที่ทำเลดีและมีชุมชนหนาแน่นเราก็เพิ่มยอดขายจากเดิม 10% เพื่อชดเชยกับ LTV ที่คาดว่าจะลดลง 10%