เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
Business SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 1.52 ล้านไร่ เกษตรฯ ตั้งแนวรับฝนรอบใหม่-เร่งแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
“ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
Economic “ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
News กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ธปท.แจงข้อดีคุมเก็งกำไรบอนด์สั้น แบะท่าออกมาตรการเพิ่มเติม

17 ก.ค. 2562 | 14:33น.

ธปท.เล็งคุมการออกบอนด์ หวังให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นหด ลดแรงจูงใจต่างชาติหอบพักเงินมาพักไทย ผู้ว่า “วิรไท” ชี้ลดดอกเบี้ยนโยบายแก้ปัญหาไม่ตรงจุดกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจ มองดอกเบี้ยไทยยังต่ำสุดเมื่อเทียบกับภูมิภาค

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในการประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) ครั้งที่ 3/2562 ว่า ค่าเงินบาทไทยมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกประเทศหลังธนาคารกลางประเทศหลักมีการดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายมากขึ้น ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้ามากขึ้นในระยะหลังในประเทศเกิดใหม่ รวมทั้งประเทศไทย ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศของไทย ได้แก่ 1.ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง 2.สถานการณ์การเมืองในประเทศที่มีเสถียรภาพขึ้นส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนสามารถกลับเข้ามาลงทุนได้

3.นักลงทุนมองเงินบาทในฐานะค่าเงินปลอดภัยในภูมิภาค (regional safe–haven) จากปัจจัยพื้นฐานที่ดีเชิงเปรียบเทียบ 4.ผลกระทบจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน (Trade tension) มีแนวโน้มอาจกระทบไทยน้อยกว่าประเทศอื่น 5.การเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยในดัชนี MSCI และพันธบัตรรัฐบาลไทยในดัชนี JP Morgan Emerging Markets Bond Index และ 6.ราทองคำที่ปรับสูงขึ้นส่งผลให้เกิดแรงเทขายออกมา ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่กดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเช่นกัน

ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการที่เงินทุนระยะสั้นไหลเข้ามาในประเทศและส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่า นายวิรไท กล่าวว่า ที่ผ่านมาธปท.ได้มีการปรับปรุงมาตรการป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาทและเพิ่มความเข้มงวดในการรายงานข้อมูลการลงทุนในตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ ได้แก่ การลดยอดคงค้างบัญชีเงินฝากสกุลบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (NRBA และ NRBS) จากเดิม 300 ล้านบาทเป็น 200 ล้านบาทต่อราย และการเพิ่มความเข้มงวดในการรายงานข้อมูลยอดคงค้างการถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยให้รายงานถึงระดับชื่อผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Ownership: UBO)

“เรื่องมาตรการที่เราออกไม่ได้หวังให้มีผลทันทีหรือเร่งด่วนในครั้งเดียว เช่น มาตรการ NRBA NRBS และมาตรการที่ให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น (UBO) เพื่อลดขนาดท่อ ลดแรงกระแทก และสร้างกันชนเมื่อเงินไหลเข้ามาในประเทศแรงๆ โดยเราหวังจะให้เป็นมาตรการที่จะให้ผลต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นการส่งสัญญาณที่แรง โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในวันแรกที่ประกาศมาตรการและยังรักษาอยู่ในระดับที่อ่อนค่าลงได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในช่วง 2-3 ที่ผ่านมา เราเห็นสกุลเงินบางประเทศในภูมิภาคที่แข็งค่าขึ้นแต่สกุลเงินบาทไม่ได้แข็งค่าขึ้นตาม ดังนั้น มองว่านักลงทุนต่างประเทศจะต้องระวังมากขึ้นหากคิดว่าจะมาพักเงินในช่วงสั้นๆ ไว้ในประเทศไทย” นายวิรไท กล่าว

นอกจากนี้ เรื่องของการลดความต้องการขายตราสารหนี้ (Supply Bond) มองว่าอาจช่วยให้อัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นลดลงและอาจช่วยลดแรงจูงใจของนักลงทุนในการมาพักเงินในประเทศไทยได้บ้าง ซึ่งดีกว่าการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจอื่นๆ โดยการการปรับเพิ่มหรือลดซัพพลายบอนด์ ข้อดีคือมีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายมากกว่าและสามารถปรับขึ้นลงได้ทุกเดือนขึ้นอยู่กับสถานการณ์เงินทุนไหลเข้าออกและเงื่อนไขทางการเงินของโลก

“ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศรอบๆ บ้านของเรามีทิศทางปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วงที่ผ่านมา หากพิจารณาจะเห็นว่าประเทศเหล่านั้นมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่สูงกว่าไทยมาก และมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงต้นแต่กลางปี 2561 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังอยู่ในระดับที่อาจเรียกได้ว่าเกือบจะต่ำสุดเมื่อเทียบกับประเทศที่มีความเสี่ยงและมีระดับของพัฒนาการทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกันที่ 1.75% รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับต่ำสุดในภูมิภาค” นายวิรไท กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งในส่วนของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง โดยตัวเลข ณ วันที่ 11 ก.ค.62 อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยอยู่ที่ 0.88% ส่วนประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ เวียดนามอยู่ที่ 4.09% อินเดีย 3.30% มาเลเซีย 2.80% อินโดนีเซีย 2.72% ฟิลิปปินส์ 1.80% และเกาหลี 1.05% ด้านอัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) อยู่ในระดับต่ำเช่นกันเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค (ดูกราฟ)

“ในช่วงปลายปีที่แล้วเราปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วครั้งหนึ่งจาก 1.5% มาอยู่ที่ 1.75% ขณะที่หลายๆ ประเทศมีการปรับดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วหลายครั้ง หลายประเทศ เช่น อินโดนีเซียและมาเลเซียก็อยู่ในระดับที่ประมาณ 3-4% ขึ้นไป ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเรายังอยู่ในระดับที่ต่ำ และการพิจารณาความเหมาะสมของอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก” นายวิรไท กล่าวสรุป