ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งหนักต่อเนื่อง แม่ทัพภาคที่ 4 บินสำรวจสภาพไฟลุกลามรุนแรง
“ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งยิ่งดับยิ่งเพิ่มระดับความรุนแรง ลุกลามและขยายวงกว้าง ล่าสุดควันไฟปกคลุมหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและนักเรียน ส่วนอ่างร้างที่พบเป็นโครงการจากงบพัฒนา จว.เมื่อ 20 ปีก่อน”
ผู้สื่อข่าวรายงานในวันนี้ (5 ส.ค.62) ถึงสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งของ จ.นครศรีธรรมราช ว่าขณะรายงานไฟยังคงขยายวงกว้างและลุกลามเพิ่มขึ้นในเขต 5 อำเภอ คือ อ.เชียรใหญ่ , หัวไทร , เฉลิมพระเกียรติ , ร่อนพิบูลย์ และชะอวด โดยล่าสุดเช้าวันนี้ (5 ส.ค.62) ที่บริเวณถนนสายเชียรใหญ่-หัวไทร ได้มีควันไฟปกคลุมเต็มท้องฟ้ารถที่สัญจรไปมาต้องระมัดระวังในการเดินทาง และวันนี้เป็นวันที่เด็กนักเรียนที่ต้องเดินทางไปโรงเรียนเริ่มได้รับผลกระทบจากควันไฟที่ปกคลุมทั่วบริเวณ

ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งนั้นยังไม่สามารถดับได้ 100% แม้ว่าทุกภาคส่วนจะพยายามช่วยเหลือกันเต็มทีแล้วก็ตาม และจากกรณีที่พบอ่างเก็บน้ำร้างบริเวณพื้นที่ หมู่ 4 ต.การะเกิด อ.เชียรใหญ่ นั้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังสำนักงานชลประทานที่ 15 นครศรีธรรมราช ได้ระบุว่า ไม่ใช่เป็นโครงการของชลประทาน และมีรายงานข่าวแจ้งว่าอ่างร้างที่พบนั้นเป็นโครงการของงบพัฒนาจังหวัด เมื่อ 20 ปีก่อน แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นของหน่วยงานใด ซึ่งวันนี้ทางจังหวัดจะมีการเร่งตรวจสอบต่อไป โดยมีการนำเสนอให้ขุดและปรับปรุงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในป่าพรุก่อนที่จะถูกบุกรุกทำประโยชน์ส่วนของกลุ่มนายทุน
ส่วนการเข้าระงับไฟไหม้ป่าพรุนอกจากจะมีเฮลิคอปเตอร์ของกรมทรัพย์ฯ มาทำการตักน้ำดับไฟแล้ว ทางกรมชลประทานยังคงเข้าติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อทำการสูบน้ำจากคลองชะอวดแพรกเมืองดูดน้ำเข้าไปในบริเวณป่าพรุตลอดทั้งวันทั้งคืน และหลังจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ และพันธุ์พืชกลับไปแล้ว ความรุนแรงของไฟที่ลุกไหม้ป่าพรุรวมเคร็งถึงสวนชาวบ้านก็ทวีความรุนแรงตลอดทั้ง 2 วันที่ผ่านมา

วันนี้ (5 ส.ค.62) ที่สถานีควบคุมไฟป่าป่าพรุควนเคร็ง ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ก่อนจะประชุมรับฟังการปฎิบัติการ โดยมี จนท.จากชุดปฏิบัติการได้สรุปถึงสถานการณ์ว่า ขณะนี้ยังคงมีไฟไหม้ป่าอยู่ 4 จุด ที่ไม่สามารถดับได้คือ หมู่ 8 ต.การะเกด , บ้านบางป่า อ.เฉลิมพระเกียรติ , ต.เคร็ง , ต.ชะอวด อ.ชะอวด
และวันนี้นี้ (5 ส.ค.62) ได้เกิดไฟไหม้เพิ่มขึ้นอีก 2 จุด คือ บ้านเนินธัมมัง ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ เนื่องจากลมแรงแลงมีลูกไฟปลิวข้ามมา ทำให้เกิดไฟเพิ่มขึ้นโดยปัญหาในการดับไฟเนื่องจากสภาพพื้นที่ในการเข้าไปดับไปค่อนข้างลำบาก ทั้งขาดแคลนอุปกรณ์คือเครื่องสูบน้ำกับสายสูบน้ำขนาด 2-3 กม.เนื่องจากสายสูบน้ำเข้าไม่ถึงและรถขนาดเล็กรวมถึง เฮลิคอปเตอร์ในการฉีดน้ำทางอากาศและน้ำมัน
โดยเมื่อรับฟังปัญหา แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า วันนี้เมื่อเห็นสภาพพื้นที่ก็ค่อนข้างตกใจและได้สั่งการแล้วให้ระดมกำลังคน , อุปกรณ์ทุกอย่างรวมถึงเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำจาก จ.ลพบุรี โดยให้เดินทางมาเลยวันนี้ (5 ส.ค.62) และสนับสนุนน้ำมันแก่ชุดปฏิบัติการโดยจะต้องเร่งดับในจุดใหม่เพื่ออย่าให้ลุกลามออกไปพร้อมกับสั่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลงมาประจำพื้นที่เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระบบทางเดินหายใจด้วย