เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทแข็งค่าตามภูมิภาค หลังทรัมป์ชะลอการเก็บภาษีนำเข้าจากจีน

14 ส.ค. 2562 | 18:25น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/8) ที่ระดับ 30.80/82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากปิดตลาดในวันอังคาร (13/8) ที่ระดับ 30.87/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทแข็งค่าตามภูมิภาคเนื่องจากคืนที่ผ่านมา (13/8) สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้ชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนจากเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เดือนกันยายน เลื่อนออกไปมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธันวาคม พร้อมทั้งถอดถอนสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลจึงเริ่มหันมาถือสินทรัพย์เสี่ยงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีของจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) โดยทั้งสองฝ่ายจะมีการเจรจาการค้าครั้งถัดไปในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลอื่นหลังตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงคืนที่ผ่านมา (13/8) ประกาศออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกรกฎาคมเมื่อเทียบรายเดือน และดัชนีราคาผู้บริโภคขั้นพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ดีนายไรอัน สวีท นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Moody’s Analytics ได้กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในระยะหลังไม่ได้ทำให้ธนาคารกลาง (Fed) ปรับลดการคาดการณ์ลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า จากเครื่องมือ Fed Watch tool ของ CME Group บ่งชี้ว่าโอกาสสูงที่ธนาคารสหรัฐจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.78-30.85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.81/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (14/8) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1173/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (13/8) ที่ระดับ 1.204/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าหลังจากผลสำรวจของสถาบัน ZEW ลดต่ำลงเกินกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ในวันอังคาร (13/8) ที่ผ่านมา โดยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของนักลงทุนชาวเยอรมนีลดลงสู่ระดับ -44.1 ในเดือนสิงหาคม จาก -24.5 ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ -28.5 อีกทั้งสำนักงานสถิติของรัฐบาลกลางเยอรมนีรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของเยอรมนีในวันนี้ (14/8) ลดลง 0.1% ในไตรมาส 2 จากเดิมที่เพิ่มขึ้น 0.4% ในไตรมาส 1 โดยนักลงทุนหลายรายคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในเยอรมนีอาจหดตัวลงในไตรมาส 3 เช่นกัน เนื่องจากภาคการส่งออกได้รับแรงกดดันจากสงครามทางการค้า และความไม่แน่นอนเรื่องการแยกตัวของสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป (Brexit) และประเด็นทางด้านการเมืองในประเทศอิตาลี ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 11163-1.1184 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1172/75 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (14/8) เปิดตลาดที่ระดับ 106.35/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (13/8) ที่ระดับ 105.13/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนอ่อนค่าตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนเริ่มเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากสหรัฐได้ชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคม โดยก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนยังคงไม่คืบหน้า ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.23-106.77
เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.43/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ของสหรัฐเดือนสิงหาคม (15/8) ดัชนียอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคม (15/8) รายงานอนุญาตก่อสร้างของสหรัฐเดือนกรกฎาคม (16/8) ดุลการค้าของยูโรโซนในเดือนมิถุนายน (16/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.4/-2.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.1/-0.05 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ