เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาท​ทรงตัวที่​ 30.83 บาท/ดอลลาร์​ แกว่งตัวกรอบแคบ

20 ส.ค. 2562 | 08:29น.

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้​ (20​ ส.ค.)​ ที่ระดับ 30.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ​ ไม่เปลี่ยนแปลงจากสิ้นวันทำการก่อนหน้า​ สำหรับ​กรอบค่าเงินบาทวันนี้​ อยู่​ที่​ 30.80-30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

“แม้ว่าภาพตลาดการเงินโดยรวมจะอยู่ในโหมด Risk On แต่ไม่ถือเป็นบวกกับสินทรัพย์ในไทยมากนัก สินทรัพย์ปลอดภัยที่เคยได้รับแรงหนุนจากดอกเบี้ยต่ำ เริ่มเจอแรงต้านเมื่อนักลงทุนทยอยขายทำกำไรบอนด์ไทย ขณะที่ในฝั่งสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นไทยกลับไม่ได้รับความสนใจ และถูกนักลงทุนต่างชาติเทขายด้วย
ภาวะเช่นนี้จะทำให้เงินบาทซื้อขายในกรอบแคบแคบ แม้บาทจะอ่อนค่า ก็จะถูกกดด้วยแรงขายของผู้ส่งออกที่ระดับบ 30.90-31.00 บาทต่อดอลลาร์ ต้องรอให้ตลาดพลิกไปปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) ดอลลาร์จึงจะก็มีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อได้​” ดร.จิติพลกล่าว​

ทั้งนี้​ ในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น (Risk-On) หลังจากทางการสหรัฐฯ อนุญาตให้บริษัทหัวเว่ยเทคโนโลยีซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐฯได้อีก 90 วัน นักลงทุนจึงคลายความวิตกกับปัญหาสงครามการค้า นอกจากนี้จีนและเยอรมนีก็มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคลายความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจโลกลงอีกขั้น

ภาวะตลาดดังกล่าวส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นทั้งหมด ดัชนี S&P500  FTSE100 และ STOXX50 ปิดบวก 1.2% 1.0% และ 1.2% ตามลำดับ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวบวก 2.0% ปิดที่ระดับ 59.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ในทางกลับกัน สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven assets) เผชิญกับแรงเทขาย หลังเฟดพลิกมุมมอง ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯในปัจจุบันดีเกินกว่าที่เฟดจะต้องลดดอกเบี้ยต่อ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 5.1bps มาที่ระดับ 1.60% เงินเยนอ่อนค่าลง 0.2% และราคาทองคำดิ่งลง 1.1% สู่ระดับ 1,496 ดอลลาร์ต่อออนซ์

“สำหรับวันนี้ ต้องระวังความเสี่ยงการเมืองในอิตาลี เมื่อนายกรัฐมนตรี Giuseppe Conte ต้องเผชิญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ (Vote of No-Confidence) จากวุฒิสภาที่อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในปีนี้” ดร.จิติพล​กล่าว​