เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

บาทแข็งค่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ Brexit

25 ต.ค. 2562 | 17:47น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (21/10) ที่ระดับ 30.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (18/10) ที่ระดับ 30.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ ท่ามกลางข่าวดีในประเด็นเจรจาการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ โดยนายชัวราบห์ กุปตา นักวิชาการอาวุโสประจำสถาบันการศึกษาจีน-สหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวชินหัวว่า การประชุมเจรจาทางการค้าระหว่างสองประเทศรอบล่าสุดในวันที่ 10-11 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น มีความคืบหน้าอย่างมากในหลายประเด็น เช่น การเกษตร การคุ้มครองสิทธิของทรัพย์สินทางปัญญา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และการถ่ายโอนเทคโนโลยี เป็นต้น โดยนายกุปตาได้กล่าวย้ำถึงการที่จีนเดินหน้าเปิดกว้างในภาคการเงินมากขึ้น

ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของบริษัทบริการด้านการเงินของจีนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่ได้เปิดเผยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไอเอชเอส มาร์กิต ได้เปิดเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ประจำเดือนตุลาคม โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากอยู่ที่ระดับ 5.0 ในเดือนกันยายน และสำหรับดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ก็ได้ปรับตัวอยู่ที่ระดับ 51.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 51.1 ในเดือนกันยายน เช่นกัน พร้อมทั้งเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้มีการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐประจำเดือนกันยายน ได้ปรับตัวลดลง 1.1% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 และลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงที่ระดับ 0.5% และสำหรับยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ ได้ปรับตัวลดลง 0.3% ในเดือนกันยายน ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงที่ระดับ 0.2%

แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังจับตาดูการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในอาทิตย์หน้าในวันที่ 29 และ 30 ตุลาคม โดย Fed Watch tool ของ CME Group ซึ่งเป็นมาตรวัดความน่าจะเป็นในการปรับอัตราดอกเบี้ยของเฟดได้บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสถึงร้อยละ 94.6 ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะจัดขึ้น

และสำหรับปัจจัยในประเทศของไทย เมื่อวันจันทร์ (21/10) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้มีการเปิดเผยตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนกันยายน โดยตัวเลขการส่งออกมีมูลค่า 20,481.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว -1.39% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 19,206.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว -4.24% โดยส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 1,275.2 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้มีการประเมินว่าในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปี 2562 การส่งออกของไทยมีความเป็นไปได้ที่จะติดลบใกล้เคียงระดับ 1% โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 4 การส่งออกจะขยายตัวได้ 0.1% ซึ่งปัจจัยที่ยังมีความท้าทายต่อการส่งออกไทยในปีนี้ ได้แก่ เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวจากปัจจัยเสี่ยงที่มาจากความผันผวนในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.17-30.32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (18/10) ที่ระดับ 30.17/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่เางินยูโรเปิดตลาดวันอังคาร (21/10) ที่ระดับ 1.1155/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/10) ที่ระดับ 1.1130/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ (Brexit) โดยในช่วงกลางสัปดาห์ สมาชิกสภาล่างของอังกฤษได้ลงมติไม่เห็นชอบต่อกำหนดการในการผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Brexit โดยกำหนดการดังกล่าวได้ให้เวลารัฐบาลเพียง 3 วันในการพิจารณา ซึ่งส่งผลให้ทางสหภาพยุโรปจะต้องพิจารณาการขยายเส้นตาย Brexit ออกไปจากเส้นตายเดิมในวันที่ 31 ตุลาคม ถึงแม้ว่าเมื่อคืนวันพุธ (23/10) สมาชิกสภาล่างของอังกฤษได้ลงมติเห็นชอบต่อร่างกฎหมายการถอนตัวของสหราชอาณาจักรจากสหภาพยุโรปแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ผู้แทนของสหภาพยุโรป (EU) ได้มีการเตรียมหารือในประเด็นระยะเวลาของการขยายเส้นตายการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่จะมีการนำเสนอต่ออังกฤษ ในขณะที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เรียกร้องให้รัฐสภาอังกฤษจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ โดยนายจอห์นสันยอมรับเป็นครั้งแรกว่า เขาไม่สามารถที่จะทำตามกำหนดเส้นตายเพื่อออกจากสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 31 ตุลาคม ตามที่ตั้งใจได้ พร้อมทั้งนายจอห์นสันได้ระบุว่า จะให้เวลารัฐสภามากขึ้นในการอภิปรายข้อตกลง Brexit หากรัฐสภาให้การสนับสนุนการเลือกตั้งวันที่ 12 ธันวาคมนี้

ทั้งนี้เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (24/10) ที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมนโยบายการเงินที่ผ่านมา โดยคงอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0.0% พร้อมทั้งคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% นอกจากนี้ ECB ระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไปหรือปรับลดลง จนกว่าจะมีสัญญาณบ่งชี้การปรับตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน ECB ย้ำว่าจะรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเดือนพฤศจิกายน โดย ECB จะซื้อพันธบัตรในวงเงิน 2 หมื่นล้านยูโร/เดือน และจะดำเนินโครงการ QE เป็นระยะเวลานานเท่าที่มีความจำเป็น ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1091-1.1179 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (18/10) ที่ระดับ 1.1120/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (21/10) ที่ระดับ 108.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรับ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตาดเมื่อวันศุกร์ (18/10) ที่ระดับ  108.60/62 เยน/ดอลลาร์ ทั้งนี้ค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จากความไม่แน่นอนตลาด โดยนักลงทุนยังคงจับตาดูการประชุมนโยบายทางการเงินของญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ในสัปดา์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวระหว่าง 108.23-108.72 เยน/
ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (18/10) ที่ระดับ 108.59/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ