เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank – แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
Politics ‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank – แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
‘แอนนาเบล’ ชี้ 90% ธุรกิจเชียงใหม่เป็นกงสี  จุดเสี่ยง “ไม่แยกกระเป๋าเงิน”
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘แอนนาเบล’ ชี้ 90% ธุรกิจเชียงใหม่เป็นกงสี  จุดเสี่ยง “ไม่แยกกระเป๋าเงิน”
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
เงินจ่อเข้าหุ้นไทย 1 พันล้าน หลัง MSCI หั่นชั้นอินโดฯ โบรกฯ ชี้เป้า 10 หุ้นใหญ่ลุ้นโฟลว์ไหลเข้า
Finance เงินจ่อเข้าหุ้นไทย 1 พันล้าน หลัง MSCI หั่นชั้นอินโดฯ โบรกฯ ชี้เป้า 10 หุ้นใหญ่ลุ้นโฟลว์ไหลเข้า
ปิยะ ไม่ยุ่ง ‘คดีฮั้ว สว.’  หลังถูกต้าน ยันเป็นไปตามกฎหมาย
Politics ปิยะ ไม่ยุ่ง ‘คดีฮั้ว สว.’ หลังถูกต้าน ยันเป็นไปตามกฎหมาย
ร้านอาหารปารีสถูกปล้นเจ้าของหนีตาย สูญธุรกิจที่สร้างมาหลายปี
World ร้านอาหารปารีสถูกปล้นเจ้าของหนีตาย สูญธุรกิจที่สร้างมาหลายปี
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
บีโอไอ ไฟเขียว ‘โตโยต้า’ ลงทุนเพิ่ม 1.4 พันล้าน ขึ้นไลน์ผลิตรถปิกอัพไฮโดรเจนรายแรกในไทย
Economic บีโอไอ ไฟเขียว ‘โตโยต้า’ ลงทุนเพิ่ม 1.4 พันล้าน ขึ้นไลน์ผลิตรถปิกอัพไฮโดรเจนรายแรกในไทย
‘มาครง’ ประณามจลาจลปล้นสะดมทั่วฝรั่งเศส ผู้ฉวยโอกาสต้องชดใช้ความผิด
World ‘มาครง’ ประณามจลาจลปล้นสะดมทั่วฝรั่งเศส ผู้ฉวยโอกาสต้องชดใช้ความผิด
ราคาน้ำมันดิบได้แรงหนุนจากความเสี่ยงอุปทานตึงตัว หลังความตึงเครียดตะวันออกกลาง-รัสเซียรุนแรงขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบได้แรงหนุนจากความเสี่ยงอุปทานตึงตัว หลังความตึงเครียดตะวันออกกลาง-รัสเซียรุนแรงขึ้น
ดูทั้งหมด

รายงานพิเศษ : องครักษ์ ‘บิ๊กตู่’ คุ้ยข้อมูลลับ บล็อกวอร์รูม ‘ฝ่ายค้าน’ สู้ศึกไม่ไว้วางใจ

17 ก.พ. 2563 | 05:00น.

ศึกใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าไม่ว่าพรรคข้างรัฐบาล 19 พรรค+ตัวแปรพรรคเศรษฐกิจใหม่ 263 เสียง หรือ 6 พรรคฝ่ายค้าน 235 เสียงต้องเตรียมพร้อม คือศึกใหญ่อภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะระเบิดขึ้นในรอบ 7 ปี ในวันที่   24-26 ก.พ. หลังจากศึกซักฟอกเกิดขึ้นครั้งล่าสุดต้องย้อนกลับไปในยุคที่ฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างที่กำลังเผชิญมรสุม “นิรโทษกรรมสุดซอย” ในเดือน พ.ย. 2556

อัดอั้น 6 ปี ซักฟอก “บิ๊กตู่”

เที่ยวนี้พรรคฝ่ายค้านซึ่งมี “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 5 รัฐมนตรี ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

แม้รัฐบาลประยุทธ์ 2/1 บริหารประเทศมาแค่ 7 เดือน ก่อนที่ 6 พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ทั้ง 6 พรรคสุมหัวแล้วว่าจะลากไส้รัฐบาลประยุทธ์ไปถึงยุครัฐบาล คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ)

เพราะ 6 ปีที่ผ่านมาไร้การตรวจสอบ จึงมาตอบสอบสวนกันในปีที่ 7 วางน้ำหนักที่จะห้ำหั่น “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นพิเศษ

ฝ่ายค้านเฉลยข้อสอบอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วในญัตติที่ยื่นไปเพราะนายกรัฐมนตรีคือผู้รับผิดชอบสูงสุด และศูนย์รวมของปัญหาทั้งหมดมาจากตัว พล.อ.ประยุทธ์

ญัตติที่ฝ่ายค้านตั้งข้อหา “พล.อ.ประยุทธ์” อาทิ เป็นผู้ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง บริวารและพวกพ้อง เข้าข้างคนชั่วที่เป็นพวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ บริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความสามารถ ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง

มีการกระทำอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ใช้งบประมาณของรัฐสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเองและพรรคการเมืองโดยมิได้คำนึงถึงภาระด้านงบประมาณของประเทศ

ใบเสร็จมัด “บิ๊กป๊อก”

ฝ่ายค้านนอกจากพุ่งเป้าซักฟอกไปที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ยังทะลุไปยังขุมกำลัง 3 ป. ที่ค้ำยันรัฐบาลโดยเฉพาะ “พล.อ.อนุพงษ์” เจ้าของรหัส มท.1 ซึ่งมีฝ่ายค้านจองกฐินซักฟอกไว้หลายราย จากหลายพรรค ทั้งพรรคเพื่อไทย-พรรคอนาคตใหม่-พรรคประชาชาติ ต่างบอกว่ามีหลักฐานเอาผิดได้

แกนนำฝ่ายค้านรายหนึ่งคุยฟุ้งว่า มี “ใบเสร็จทุจริต” ของ พล.อ.อนุพงษ์มาโชว์ต่อผู้ชมทางบ้าน เพราะได้รับความร่วมมือจากคนในรัฐบาลทั้งข้าราชการ-ส.ส.นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ส่งข้อมูลมาให้ โดยเฉพาะเรื่องโครงการทุจริตเชิงนโยบายเกี่ยวกับประเด็นการกำจัดขยะ

เช่นเดียวกับ “พล.อ.ประวิตร” ที่ฝ่ายค้านยืนยันว่ามีหลักฐานที่เป็น “ใบเสร็จ” การจ้างบริษัทโฆษณารับงานของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งมีข้อมูลว่ามีการล็อกสเป็กให้บางบริษัทที่ผู้บริหารมีความสนิทสนมใกล้ชิด

วัดฝีมือฝ่ายค้าน-รัฐบาล

งานนี้ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” หัวหน้าพรรคประชาชาติ บอกว่า จะเป็น “บทพิสูจน์ฝีมือฝ่ายค้าน ส่วนอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องสร้างความเสียหายให้แก่บุคคลและรัฐบาล ถ้าไม่สร้างความเสียหายจะไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องวัดกัน”

ด้าน “ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ มั่นใจว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำให้รัฐบาลสะเทือนทั้งองคาพยพ 

“เราคิดว่าประชาชนเสื่อมศรัทธาได้แน่นอน และจะเป็นพลังที่เข้มแข็งกว่าการนั่งโหวตไม่ไว้วางใจในสภาด้วยซ้ำไป ซึ่งทำให้รัฐบาลสั่นสะเทือนได้ จะมีบางรัฐมนตรีได้คะแนนน้อยกว่าบางคนอาจจะเกิดขึ้น และผลจะนำไปสู่การปรับ ครม.”

อนค.ถูกยุบ ส.ส.ก็อภิปรายได้

ทว่า ก่อนถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ฝ่ายค้าน ยังมีเรื่องระทึกใจในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาอนาคตของพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีเงินกู้ 191 ล้านบาท 21 ก.พ.ที่จะถึงนี้

“ภูมิธรรม เวชยชัย” ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ผลกระทบไม่กี่คน อาจมีกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่ถูกเพิกถอนสิทธิไม่สามารถอภิปรายได้ ในจำนวนนี้มีอยู่ 4-5 คน เขาก็สามารถเอาเนื้อหาไปให้คนอื่นอภิปรายได้อยู่แล้ว

“เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ที่จะอภิปรายได้ ขณะนั้นจะมีพรรคสังกัดหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา การอภิปรายจะอยู่ในโควตาพรรคฝ่ายค้านอยู่แล้ว” ภูมิธรรมกล่าว

ซักฟอกเวลาไพรมไทม์ 24 ชม.

อดีตพ่อบ้านเพื่อไทยประเมินผลซักฟอกรัฐบาลที่ไม่ใช่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำอีกต่อไป ว่าข้อมูลของฝ่ายค้านจะน็อกรัฐบาลได้ในสภาหรือไม่ 

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่จำเป็นต้องใช้เสียงในสภา ใช้เสียงประชาชนตัดสิน ถ้าอภิปรายดี ๆ ประชาชนตัดสินไม่ต้องยกมือก็ตายแล้ว ถ้าจะฆ่าให้ตายไม่จำเป็นต้องใช้เสียงในสภา”

“อภิปรายครั้งนี้ที่มีโซเชียลมีเดีย ต่างกับสมัยก่อนที่เทคโนโลยียังไม่เจริญ ต้องมานั่งดูหน้าจอทีวี ไพรมไทม์ที่แย่งกันโดยเฉพาะช่วงละครหลังข่าว แต่อภิปรายในยุคนี้ไพรมไทม์ตลอดเวลา เพราะพูดเสร็จสามารถตัดต่อและนำไปขยายได้เลย นี่คือไพรมไทม์ยิ่งกว่าไพรมไทม์”

“ผลทำให้ล้มรัฐบาลได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ผลทำให้ศรัทธาของรัฐบาลต่อประชาชนมากหรือน้อยลงแน่”

ฉายภาพวอร์รูมฝ่ายค้าน

“ภูมิธรรม” เล่าองค์ประกอบในวอร์รูมฝ่ายค้าน แบ่งเป็น 2 ส่วน ใน-นอกสภา แบ่งเป็นที่สภามีวอร์รูมหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรค 6 พรรค สำหรับดู-ประเมินสถานการณ์ในห้องประชุมสภามีวิปของพรรคร่วมฝ่ายค้านดูในหน้างานคอยทำหน้าที่ประสานกัน

และในระดับพรรคแต่ละพรรคก็มีวอร์รูมของตัวเอง “พรรคเพื่อไทย” มีคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคที่มี
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน จะเป็นวอร์รูมที่ประสานงานข้อมูลต่าง ๆ เชื่อมถึงกันและกัน แต่ละพรรคก็มีของเขา

ส่วน “ขุนพลอภิปราย” ภูมิธรรม บอกว่า มีบุคคลที่เข้าชื่ออภิปราย 30-40 คน ยังต้องผ่านการ “คัดตัว” ให้เหลือ 20++ แบ่งเป็นของพรรคเพื่อไทย 10++ และพรรคอนาคตใหม่ 10++ ส่วนพรรคอื่น ๆ พรรคละคน หรือสองคน

ส่วน “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ที่ประกาศแยกตัวจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ยังอภิปรายในโควตาของพรรคฝ่ายค้าน และเพื่อไทยดูแลประสานงาน ซึ่งจะอภิปรายในประเด็นเศรษฐกิจควบคู่กับมืออภิปรายด้านเศรษฐกิจของพรรคอีก 3-4 คน แต่จะไม่ได้อภิปรายเต็ม 4 ชั่วโมงอย่างที่ขอ เพราะต้องดูภาพรวมทั้งหมดและมาประสานกัน

อนค.วาง 15 ขุนพลอภิปราย

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ พรรคใหญ่ในฝ่ายค้าน “ศิริกัญญา” บอกถึงการเตรียมพร้อมว่า 

“วางตัวผู้อภิปราย 15 คน เต็มที่ โดยแต่ละคนจะมีทีมของตัวเอง และมีทีมงานตรงกลางซึ่งเป็นทีมนโยบายเข้าไปซัพพอร์ตข้อมูล ตรวจเช็กข้อมูลการตรวจสอบ ส่วนใหญ่จะเป็นทีมย่อยของผู้อภิปราย” 

แต่อนาคตใหม่จะได้อภิปรายครบ 15 คนตามเป้าหรือไม่ อยู่ที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องเงินกู้ 191 ล้าน ที่จะลงมติ 21 ก.พ.นี้

ฝ่ายค้านเก็บตัวที่พัทยา

ด้านซีกพรรคพลังประชารัฐ เตรียม “เก็บตัว” รับศึกอภิปราย 22-23 ก.พ.ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี งานนี้ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เจ้าของพื้นที่ในฐานะประธาน ส.ส.พลังประชารัฐ ประกาศก้องว่า เขาและ “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ร่วมกันจัดวาง “องครักษ์” พิทักษ์ 6 รัฐมนตรี

ทำหน้าที่วางตัว ส.ส.เป็นองครักษ์สู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยจะประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลวางตัวบุคคลและคีย์แมนของพรรค โดยมอบหมายให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานวิป ไปพิจารณาบุคคล ซึ่งคนที่จะมาทำหน้าที่ต้องแม่นข้อบังคับการประชุมและข้อกฎหมาย มีคุณวุฒิสูงและมีความน่าเชื่อถือ 

อาทิ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ สามารถชี้แจงบนหลักข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจได้ เชื่อว่านายกฯและรัฐมนตรี รวม 6 คน ที่ถูกอภิปรายสามารถชี้แจงได้และมีข้อมูลหักล้างได้

ใช้ “งูเห่า” คุ้ยข้อมูลลับฝ่ายค้าน

ขณะที่ “ภารกิจใต้ดิน” นอกสภา เป็นหน้าที่ของ “แรมโบ้อีสาน” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุมภารกิจตั้งวอร์รูมนอกสภา

มิสชั่นของ “แรมโบ้อีสาน” ดึงอดีตเด็กเก่าเพื่อไทย-พลังประชาชน-ลูกน้องเก่าทักษิณ ชินวัตร ที่แปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายรัฐบาล มาร่วมขบวนการ ชื่อชั้นแต่ละคนรู้ไส้รู้พุงเพื่อนฝ่ายค้านเป็นอย่างดี

อาทิ “อำนวย คลังผา” อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย, เสี่ยลาว “พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ” อดีต รมช.เกษตรฯในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “สิทธิชัย จรูญเนตร” อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเคยเป็นอดีตแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวินแห่งพรรคภูมิใจไทย  

“สุภรณ์” โวว่า “เรามีข้อมูลมากมายว่าฝ่ายค้านบางพรรคการเมืองในอดีตที่ผ่านมาได้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างไร ประเทศชาติเสียหายย่อยยับเพราะการโกงกินของนักการเมืองบางคนอย่างไร ดังนั้น ทางทีมวอร์รูมนอกสภาเราขอส่งสัญญาณถึงฝ่ายค้านว่า อย่าพยายามสร้างหลักฐานเท็จ ใส่ร้ายป้ายสีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 5 ท่าน”

“อย่าขุดคุ้ยเรื่องอดีตที่ไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ถ้ายังใช้วาทกรรมใส่ความอันเป็นเท็จและอภิปรายนอกญัตติ เราจะเปิดโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้นอกสภาทันที”

งานนี้ฝ่ายค้านลั่นว่า “เอาจริง” จะไม่ซักฟอกแค่ “พิธีกรรม” ส่วนรัฐบาลก็ไม่ประมาทปิดห้องซ้อมรับมือกันเต็มที่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กตู่ ฝ่ายค้าน รัฐบาล