เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจ “เยอรมนี” สะดุด ข่าวร้ายของ “ยูโรโซน”

21 ก.พ. 2563 | 10:15น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำนักงานสถิติแห่งรัฐของเยอรมนีแถลงออกมาเมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าทำไมหลายฝ่ายในประเทศถึงกำลังพูดกันถึงสภาวะเศรษฐกิจ “ถดถอย” กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลานี้

เพราะสถิติที่ผ่านมาไม่เพียงสะท้อนให้เห็นว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเยอรมนี เขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยูโรโซน 19 ประเทศ ชะงักงันโดยสิ้นเชิงในช่วงไตรมาสที่สี่ ไตรมาสสุดท้าย ที่ตัวเลขการเติบโตเป็นศูนย์

นั่นทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเยอรมนีขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.6% เมื่อเทียบกับ 1 ปีก่อนหน้านั้น

เมื่อมองภาพรวมของทั้งเขตยูโรโซนทั้งหมดในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ทำให้ใจชื้นมากขึ้นแต่อย่างใด เพราะในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวเพียง 0.1% เท่านั้นเอง

สืบเนื่องจากตัวเลขทั้งของเยอรมนีและของยูโรโซนดังกล่าวนั้น ถือเป็นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ในช่วงที่ยูโรโซนเผชิญกับวิกฤตหนี้ครั้งใหญ่ที่แทบทำให้เงินสกุลยูโรที่ใช้ร่วมกันถึงวาระจบสิ้นเลยทีเดียว

ภาวะชะงักงันในเยอรมนีในเวลานี้กลายเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญที่สุดสำหรับยูโรโซนและธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) ที่กำลังพยายามใช้มาตรการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อด้วยอัตราดอกเบี้ยติดลบและการพิมพ์ธนบัตรใหม่ออกมาระดมซื้อพันธบัตรกันอีกครั้ง

น่าสนใจทีเดียวที่เพียงมองย้อนกลับไปไม่กี่ปี เยอรมนีคือแชมป์อุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกของยูโรโซน ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ก็คือ อุตสาหกรรมที่เคยเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเผชิญปัญหารุมเร้าจนชะงักงัน ความคาดหวังเพียงอย่างเดียวในเวลานี้ก็คือ การบริโภคและภาคธุรกิจบริการ จะช่วยฉุดรั้งเศรษฐกิจของเยอรมนีให้หลุดพ้นออกมาจากภาวะถดถอย

ปัจจัยลบภายนอกประเทศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่แล้ว ตั้งแต่การชะลอตัวของการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นผลพวงมาจาก ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา และสร้างผลกระทบในทางลบต่อระบบห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ชิ้นส่วนเรื่อยไปจนถึงวัตถุดิบและเทคโนโลยีอย่างรุนแรง

ในเวลาเดียวกัน โครงสร้างของอุตสาหกรรมสำคัญอย่าง อุตสาหกรรมรถยนต์ ก็เปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงและเฉียบพลัน ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องทุ่มทุนมหาศาลลงไปเพื่อพัฒนารถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากกฎเกณฑ์ว่าด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพื่อให้ทันท่วงทีในการแข่งขันกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันในระดับโลก

ที่น่าสนใจก็คือ ทั้งเยอรมนีและยูโรโซนยังจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสะดุดหยุดชะงักทางการค้ากับคู่ค้าสำคัญอย่างอังกฤษ ซึ่งออกจากการเป็นสมาชิกอียูไปอย่างเป็นทางการเมื่อ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ทีมเจรจาเพื่อทำความตกลงทางการค้าของทั้งอียูและอังกฤษจำเป็นต้องหาทางทำความตกลงออกมาให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องจัดการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าซึ่งกันและกัน รวมทั้งเลี่ยงการเกิดอุปสรรคทางการค้าอื่น ๆ ระหว่างกันขึ้น ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลาที่มีอยู่จำกัดสั้น แต่ในเวลาเดียวกันประเด็นที่ต้องทำความตกลงกันนั้นซับซ้อนเหลือหลาย

นอกเหนือจากปัจจัยสำคัญเหล่านั้นแล้ว ยังมีปัจจัยลบที่คาดไม่ถึง แต่รุนแรงและเฉียบพลันในรูปของการแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 จากจีนทับซ้อนเข้ามาอีกต่างหาก

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อระบบห่วงโซ่ซัพพลายของทั้งโลกอย่างแน่นอน ซึ่งในเวลาเดียวกันก็จะส่งผลต่อการผลิตและการขยายตัวของทั้งเยอรมนีและยูโรโซนเช่นกัน อย่างน้อยก็ในระยะสั้น คือในไตรมาสแรกของปีนี้

ในเวลาเดียวกันนอกเหนือจากเยอรมนีแล้ว เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยูโรโซนอีก 2 ประเทศ อย่าง ฝรั่งเศส และ อิตาลี ก็ไม่ได้ตกอยู่ในสภาพดีกว่ากันแต่อย่างใด

ฝรั่งเศส เศรษฐกิจหมายเลข 2 ของยูโรโซนขยายตัวเป็นลบในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา แม้จะเพียงเล็กน้อยที่ 0.1% ก็ตาม ที่หนักหนาสาหัสกว่าก็คืออิตาลี ซึ่งเศรษฐกิจหดตัวลงในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วมากถึง 0.3%

เรื่องที่แถมพกเข้ามาสำหรับเยอรมนีก็คือ ภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ที่สุดในรอบ 6 ปีครั้งนี้ เกิดขึ้นในยามที่สถานการณ์ทางการเมืองก็กำลังวิกฤต

แองเกลา แมร์เคิล ประกาศตัววางมือทางการเมืองไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลยังหาคนมาเป็นผู้นำแทนยังไม่ได้

อย่าว่าแต่จะวางแผนแก้ปัญหาเศรษฐกิจเลย