เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แอสเซทไวส์ ขยายพอร์ตแนวราบ “โฮมออฟฟิศพรีเมียม-บ้านแบรนด์ใหม่” บนมิกซ์ยูส “ไวส์ พาร์ค รังสิต”
Real Estate แอสเซทไวส์ ขยายพอร์ตแนวราบ “โฮมออฟฟิศพรีเมียม-บ้านแบรนด์ใหม่” บนมิกซ์ยูส “ไวส์ พาร์ค รังสิต”
20 สมาคมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ยื่นหนังสือถึง ‘ศุภจี’ รอบ 3 จี้เร่งถก นบขพ.รับมือราคาพุ่ง
Economic 20 สมาคมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ยื่นหนังสือถึง ‘ศุภจี’ รอบ 3 จี้เร่งถก นบขพ.รับมือราคาพุ่ง
DELTA หลุดแนวรับ 198 บาท จับตาด่านต่อไป 188 บาท โบรกฯ เตือนเสี่ยงร่วงลึก
Finance DELTA หลุดแนวรับ 198 บาท จับตาด่านต่อไป 188 บาท โบรกฯ เตือนเสี่ยงร่วงลึก
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,550 บาท
สงครามไซเบอร์ แฮกเกอร์โจมตีตู้แช่ซูเปอร์ฯ 7 ประเทศยุโรป เร่งอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา
World สงครามไซเบอร์ แฮกเกอร์โจมตีตู้แช่ซูเปอร์ฯ 7 ประเทศยุโรป เร่งอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา
ด่วน ! รัฐบาล เคาะปรับโครงสร้าง ‘ภาษีรถ EV นำเข้า’ เป็น 35%
Economic ด่วน ! รัฐบาล เคาะปรับโครงสร้าง ‘ภาษีรถ EV นำเข้า’ เป็น 35%
ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
Finance ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
Politics นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
Economic ‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่า หลังดัชนีราคาผู้บริโภคต่ำสุดในรอบ 10 ปี

13 พ.ค. 2563 | 18:58น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/5) ที่ระดับ 32.06/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (12/5) ที่ระดับ 32.12/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้ปรับตัวอ่อนค่าลง หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมากระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ประจำเดือนเมษายน ปรับตัวลดลง 0.8% ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 0.7% โดยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ประจำเดือนเมษายนดังกล่าว ถือเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 และเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 หลังจากลดลง 0.4% ในเดือนมีนาคม

พร้อมทั้ง นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ได้ระบุในการกล่าวสุนทรพจน์ในวันอังคารที่ผ่านมาว่า ธุรกิจต่าง ๆ ของสหรัฐจะประสบกับภาวะล้มละลายครั้งใหญ่ และมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย หากการชัตดาวน์เศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไป

ทางด้านนายนีล แคชคารี ประธานเฟด สาขามินนีอาโปลีส ก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากผลกระทบของโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ขณะที่นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟด สาขาดัลลัส กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะต้องได้รับการกระตุ้นด้านการคลังมากขึ้น หากอัตราการว่างงานยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ประธานเฟดทั้ง 3 คนดังกล่าว ได้แสดงความคิดเห็นที่คล้ายกันว่า เฟดไม่มีแนวโน้มที่ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบเป็นเครื่องมือในการจัดการกับภาวะเศรษฐกิจในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่นายบูลลาร์ดระบุว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะใช้การซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ เป็นเครื่องมือในการจัดการกับภาวะเศรษฐกิจมากกว่า ทั้งนี้นักลงทุนยังคงจับตารอดูการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้เวลาประมาณ 20.00 น.ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์คาดว่า นายพาวเวลจะแสดงความเห็นเกี่ยวกับมุมมองเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมทั้งการดำเนินนโยบายของเฟด และคาดว่านายพาวเวลจะไม่กล่าวสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับติดลบ แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐจะได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยติดลบก็ตาม

โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแข็งค่า หลังจากได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์การระบาดไวรัสโควิด-19 ในไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งจากรายงานประจำวันพุธ (13/5) พบว่าประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยระหว่าง 32.05-32.11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.01/03 บาท/ดอลลาร์

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้านี้ (13/5) ที่ระดับ 1.0851/54 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (12/5) ที่ระดับ 1.0819/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการปรับตัวอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งยังได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของกลุ่มยูโรโซนประจำเดือนมีนาคมที่ออกมาปรับตัวลดลง 11.3% ซึ่งปรับตัวลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงระดับ 12.3% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0831-1.0859 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0835/39

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/5) ที่ระดับ 107.19/20 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/5) ที่ระดับ 107.48/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผยยอดดุลบัญชีเดินสะพัดประจำเดือนมีนาคมอยู่ที่เกินดุล 1.97 ล้านล้านเยน (1.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการทำสถิติเกินดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 69 และรายงานเบื้องต้นของกระทรวงการคลังระบุว่า ยอดเกินดุลการค้าสินค้าที่ 1.031 แสนล้านเยนในเดือนมีนาคม ขณะที่ยอดเกินดุลการค้าด้านการบริการอยู่ที่ 7.2 หมื่นล้านเยน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.96107.26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.02/05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ, คำกล่าวสุนทรพจน์ของนายพาวเวลล์ (Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (13/5), ตัวเลขการจ้างงานของออสเตรเลีย, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนี, ตัวเลขจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (14/5), ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Prelim GDP) ของกลุ่มประเทศยุโรป, ดัชนียอดขายปลีกของสหรัฐ และตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมของสหรัฐ (15/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.6/+0.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.22/0.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ