เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.สัญจร อุดรฯ จับตา คลังชงขึ้นภาษีรถ EV – ของบ 5.8 พันล้าน ลุยรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท
Politics ครม.สัญจร อุดรฯ จับตา คลังชงขึ้นภาษีรถ EV – ของบ 5.8 พันล้าน ลุยรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท
ESTAR ปลื้ม “สตาร์วิว Mrt ติวานนท์” กวาดยอดขาย 200 ล้าน ขยายวันพรีเซล 7-8 พ.ย.นี้
Real Estate ESTAR ปลื้ม “สตาร์วิว Mrt ติวานนท์” กวาดยอดขาย 200 ล้าน ขยายวันพรีเซล 7-8 พ.ย.นี้
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับลง 1.95% อยู่ที่ 76,703 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับลง 1.95% อยู่ที่ 76,703 เหรียญสหรัฐ
สหพันธ์ขนส่งฯ อัดรัฐลดภาษี B20 “เกาไม่ถูกที่คัน” จ่อปักหลักประท้วง ย้ำปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ
Economic สหพันธ์ขนส่งฯ อัดรัฐลดภาษี B20 “เกาไม่ถูกที่คัน” จ่อปักหลักประท้วง ย้ำปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ
ราคาน้ำมันวันนี้ (3 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (3 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“ศุภจี“ ลงพื้นที่ครม.สัญจร อุดรฯ เยี่ยม Moc Market หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้
เศรษฐกิจภูมิภาค “ศุภจี“ ลงพื้นที่ครม.สัญจร อุดรฯ เยี่ยม Moc Market หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้
“ศุภจี” ลุยครม.สัญจรอุดรฯ หนุน “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 60%
เศรษฐกิจภูมิภาค “ศุภจี” ลุยครม.สัญจรอุดรฯ หนุน “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 60%
ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
Biz Movement ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
Biz Movement บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
Finance ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
ดูทั้งหมด

บาทเคลื่อนตัวในทิศทางอ่อนค่า หลังตลาดยังกังวลเรื่องโควิด

16 ก.ค. 2563 | 18:57น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/7) ที่ระดับ 31.61/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (15/7) ที่ระดับ 31.49/51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเทียบค่าเงินสกุลหลักในช่วงแรก โดยวานนี้ (15/7) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคานำเข้าสหรัฐเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 การปรับตัวขึ้นของดัชนีราคานำเข้าสหรัฐในครั้งนี้ ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาพลังงาน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคานำเข้าสหรัฐเดือนมิถุนายนหดตัวร้อยะ 3.8

ส่วนดัชนีราคานำเข้าพื้นฐานสหรัฐ ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานเดือนมิถุนายน ขยายตัวที่ร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบรายเดือน และหดตัวที่ร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบรายปี ด้านดัชนีราคาส่งออกสหรัฐ เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคาส่งออกสหรัฐหดตัวที่ร้อยละ 4.4

อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ถูกจำกัดด้วยการประกาศถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยบริษัท Moderna บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจากสหรัฐ เปิดเผยว่า วัคซีน mRNa-1273 สำหรับต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งทางบริษัทผลิตขึ้นนั้น สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยได้ดี โดยระบุว่าผลการทดลองขั้นต้นใช้วัคซีนต้านโควิด-19 กับผู้ป่วยจำนวน 45 คน พบว่าผู้ป่วยทั้งหมดมีการตอบสนองด้านภูมิคุ้มกันในระดับที่แข็งแกร่ง ผู้ป่วยสามารถผลิตแอนติบอดีที่เป็นกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีความสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน

ประกาศดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอาจฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และขายเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อกลับเข้าถือครองสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า โดยค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าจากความกังวลเรื่องสถานการณ์โควิดในประเทศ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.57-31.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.65/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/7) ที่ระดับ 1.1412/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (15/7) ที่ระดับ 1.1434/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงหลังจากแข็งค่าแตะระดับที่สูงที่สุดในรอบ 4 เดือนจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน โดยระหว่างวันสหภาพยุโรปเปิดเผยตัวเลขดุลการค้าของกลุ่มประเทศสมาชิกเดือน พฤษภาคมออกมาที่ 4,900 ล้านยูโร ซึ่งสูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

และค่ำวันนี้ (16/7) นักลงทุนจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางยุโรป ซึ่งคาดว่าจะยังไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่อาจใช้เป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกสำหรับครึ่งปีหลังของปี พ.ศ. 2563 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับตลาดและนักลงทุน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยุ่ในกรอบระหว่าง 1.1400-1.1420 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1404/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/7) ที่ระดับ 106.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (15/7) ที่ระดับ 106.91/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงทรงตัวเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนจับตาดูดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ประจำเดือนมิถุนายนของญี่ปุ่น ซึ่งทางญี่ปุ่นจะประกาศในวันพรุ่งนี้ (17/7) เพื่อเป็นตัวชี้วัดสถานะของเศรษฐกิจญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังทำการซื้อขายอย่างระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนของการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.90-107.10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.01/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐเดือนพฤษภาคม (16/7), อัตราการว่างงานสหราชอาณาจักรเดือนพฤษภาคม (15/7), ดุลการค้าสหภาพยุโรปเดือนพฤษภาคม (16/7), การประชุมธนาคารกลางยุโรป (16/7), ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนกรกฎาคม (16/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (16/7), ดัชนีภาคการผลิตเขตรัฐฟิลาเดลเฟียสหรัฐเดือนกรกฎาคม (16/7), ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่นเดือนมิถุนายน (17/7), ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรปเดือนมิถุนายน (17/7), จำนวนใบอนุญาตก่อสร้างสหรัฐเดือนมิถุนายน (17/7), จำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้างสหรัฐเดอนมิถุนายน (17/7), ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจสหรัฐ โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนกรกฎาคม (17/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.15/0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 1.80/3.15 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท