เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
ดูทั้งหมด

แนะรัฐนำมาตรการ “ชิมช้อปใช้-คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจการบริโภคในประเทศ

17 ก.ย. 2563 | 14:50น.

หอการค้า ชี้ จีดีพีไทยทั้งปี 2563 อยู่ในกรอบ ติดลบ 7.5-8.5% ขณะที่มาตรการ คนละครึ่ง รับกระตุ้นให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ดี พร้อมแนะรัฐนำมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ กลับมาใช้เพิ่มเพื่อกระตุ้นการจับใช้ของผู้บริโภค ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าจังหวัดปรับตัวดีขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ทั้งปี 2563 อยู่ที่ติดลบ 7.5% ถึง ติดลบ 8.5% โดยคาดว่าจีดีพีไทยไตรมาส 3 จะอยู่ที่ ติดลบ 8% ถึง ติดลบ 10% และไตรมาส 4 จะอยู่ที่ ติดลบ 6% ถึง ติดลบ 8%

ขณะที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เห็นชอบ สำหรับมาตรการรักษาระดับการบริโภคในประเทศ วงเงินรวม 51,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคนละครึ่ง 30,000 ล้านบาท และมาตรการเพิ่มค่าครองชีพในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 21,000 ล้านบาท คาดว่าจะส่งทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

ธนวรรธน์ พลวิชัย
ธนวรรธน์ พลวิชัย

 

โดยมาตรการดังกล่าวจะให้มีเงินหมุนเวียนในระบบอย่างน้อย 2-3 รอบ หรือคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 150,000 – 200,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยทำให้ตัวเลขจีดีพีเฉพาะไตรมาส 4 ติดลบลดลงประมาณ 2% – 3% แต่ทั้งนี้ ยังต้องติดตามมาตรการดังกล่าวประสบความสำเร็จและมีการใช้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบครบทั้ง 510,000 ล้านบาทหรือไม่

ขณะที่การชุมนุมใหญ่วันที่ 19 กันยายน 2563 นี้ ยังคงต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือบานปลายหรือส่งผลกระทบอย่างไรหรือไม่

ทั้งนี้ มองว่ามาตรการชิม ช้อป ใช้ รัฐบาลควรที่จะนำกลับมาใช้อีกครั้ง เพราะจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้ที่มีรายได้ระดับปานกลาง เพราะจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบในช่วงไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นได้อีกอย่างน้อย 30,000 – 50,000 ล้านบาท

ขณะที่การพิจารณามาตรการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการเร่งเดินหน้าโดยเร็ว เน้นเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูง และเป็นนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการท่องเที่ยว ซึ่งหากทำได้ก็จะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4

“หากคุมการแพร่ระบาดได้จะเป็นการทดสอบระบบป้องกันและมาตรการที่จะใช้กำกับดูแลของรัฐบาลด้วย”

ขณะที่การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด มองว่าจะส่งผลดีในภาพรวมต่อเศรษฐกิจโลก เพราะจะทำให้ไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ หรือ 0.50% ต่อไปได้อีกอย่างน้อย 1ปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพคล่องและการชำระหนี้ของภาคธุรกิจ และการออกตราสารหนี้เพื่อระดมทุนต่างๆ แต่ทั้งนี้ การที่ดอกเบี้ยสหรัฐฯอยู่ในระดับต่ำ จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ในกรอบ 31.00 – 31.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC CONFIDENCE INDEX) หรือ TCC-CI ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นจากภาคธุรกิจ และหอการค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวม 364 ตัวอย่าง ในเดือนสิงหารม 2563 พบว่า อยู่ที่ระดับ 32.6 เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2563 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 31.8

โดยปัจจัยบวกสำคัญที่มีผลกระทบสำคัญต่อดัชนีฯ ในเดือนสิงหาคม 2563 คือคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% ต่อปี, รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 5 เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ ที่ปิดไปชั่วคราวได้กลับมาเปิดกิจการได้ และประชาชนสามารถออกมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ, ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวลดลง 30 สตางค์/ลิตร

ส่วนปัจจัยลบที่กระทบ ได้แก่ 1. สภาพัฒน์เผย GDP ไตรมาส 2/63 หดตัว -12.2% จากผลของการส่งออกและการบริการที่ลดลง รวมทั้งการบริโภค การลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวลดลงเช่นกันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 2. ความกังวลต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนไปจากเดิม 3. ความกังวลต่อสถานการณ์การเมือง และการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชน ที่อาจส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเหมือนในอดีต เป็นต้น

ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจของจังหวัดประจำเดือนสิงหาคม 2563 พบว่าประเด็นเรื่องของการท่องเที่ยวค่าดัชนีอยู่ในระดับที่แย่ที่สุด เนื่องจากมาตรการท่องเที่ยวที่ผ่านมา ช่วยให้เกิดการเดินทางเพียงช่วงเสาร์อาทิตย์ ดังนั้นภาคเอกชนจึงต้องการให้มีช่วงวันหยุดที่ยาวขึ้น หรือ ส่งเสริมให้มีการจัดประชุมสัมมนาของหน่วยงานในต่างจังหวัด ขณะค่าดัชนีที่แย่รองลงมา คือ การจ้างงานในปัจจุบันที่หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น ก็อาจทำให้คนตกงานอย่างน้อย 1 ล้านคน

สำหรับข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีไปถึงภาครัฐเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา มีดังนี้ 1. รัฐบาลควรสนับสนุนให้เกิดการจัดสัมมนาในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย โดยเฉพาะในช่วงวันธรรมดา 2. ส่งเสริมให้เกิดการหยุดยาว เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ รวมทั้งมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวเพื่อการลดหย่อนภาษี

3. ออกมาตรการที่รัดกุมเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวจากต่างชาติ โดยเน้นการเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวรายได้สูง และเป็นนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดได้เป็นอย่างดี 4. ส่งเสริมให้เกิดการค้าชายแดนเพิ่มมากขึ้น เช่น การขนส่งสินค้าระหว่างกัน

5. เร่งเบิกจ่ายงบประมาณในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นการลงทุนและการใช้จ่าย และสร้างงานในพื้นที่ 6. จัดสรรดูแลแหล่งน้ำสำหรับเกษตร และการอุปโภคบริโภคให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง 7. สร้างความเชื่อมั่นภายในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการสร้างภาพลักษณ์ให้นักลงทุนต่างประเทศต้องการเข้ามาลงทุนกับประเทศไทยเพิ่มขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนละครึ่ง ชิม ช็อป ใช้