เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
ดูทั้งหมด

เล็งคุ้มครอง e-Money สูงสุด 5 ล้านบาท/คน/แบงก์

05 ต.ค. 2563 | 15:08น.
Mobile-Banking-อีมันนี่

ปัจจุบันการใช้งานกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

โดยจนถึงกลางปี 2563 พบว่า มีจำนวนผู้ใช้งานมากถึง 99.43 ล้านบัญชี จากต้นปี 2563 ที่มีผู้ใช้งาน 90.8 ล้านบัญชี เฉพาะช่วงสถานการณ์โควิด-19 ผู้ใช้บริการ e-Money ก็ยังเพิ่มขึ้นเดือนละกว่า 2 ล้านบัญชี

ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานข้อมูล e-Money จนถึง ณ วันที่ 31 ส.ค. 2563 ว่า มีผู้ประกอบการ e-Money ได้รับอนุญาตแล้วทั้งสิ้น 27 ราย เฉพาะในปี 2563 มีผู้ประกอบธุรกิจ e-Money เพิ่มขึ้น 2 ราย จากก่อนหน้านี้

ช่วงปี 2561-2562 มีผู้ประกอบธุรกิจรวม 25 ราย อาทิ True Money Wallet ที่ให้บริการโดย บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด, บัตรเติมเงิน SCB VIRTUAL Prepaid Card และบัตร PLANET SCB ของธนาคารไทยพาณิชย์, Dolfin Wallet โดยบริษัท เซ็นทรัล เจดี มันนี่ จำกัด, AirPay e-Wallet ให้บริการโดยบริษัท แอร์เพย์ (ประเทศไทย), บัตร rabbit LINE Play โดยบริษัท แรบบิท-ไลน์ เพย์ จำกัด, mPAY Wallet ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

ทั้งนี้ จากจำนวนบัญชี e-Money ก็เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. 2563 ที่มี 97.92 ล้านบัญชี มาอยู่ที่ 99.43 ล้านบัญชี ในเดือน มิ.ย. 2563 แบ่งเป็น บัญชี e-Money ของผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์) จำนวน 79.58 ล้านบัญชี และบัญชี e-Money ของธนาคารพาณิชย์ จำนวน 19.85 ล้านบัญชี

ส่วนมูลค่าเติมเงิน e-Money จนถึง ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2563 มียอดรวมทั้งสิ้น 25,779 ล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าเติมเงิน e-Money ของน็อนแบงก์ 23,250 ล้านบาท และมูลค่าเติมเงิน e-Money ของธนาคารพาณิชย์ 2,528 ล้านบาท และมูลค่าใช้จ่ายผ่าน e-Money ณ เดือน มิ.ย. 2563 อยู่ที่ 25,628 ล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าใช้จ่ายผ่าน e-Money ของน็อนแบงก์ 23,463 ล้านบาท และมูลค่าใช้จ่ายผ่าน e-Money ของธนาคารพาณิชย์ 2,165 ล้านบาท

“ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) บอกว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนจำนวนมากที่น่าจะห่างไกลแบงก์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เห็นการใช้งาน e-Money ที่เป็นธุรกิจของน็อนแบงก์เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันผู้ฝากเงินทั่วประเทศไทยมีอยู่ด้วยกันราว 80 ล้านบัญชี วงเงินรวม 14 ล้านล้านบาท ขณะที่ยอดการใช้ e-Money มีผู้ใช้งานถึง 99.43 ล้านบัญชี ซึ่งไม่ได้นับรวมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของรัฐบาล สะท้อนว่าการใช้ e-Money มีการเติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“การใช้งาน e-Money ที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการลดสาขาของแบงก์พาณิชย์ โดยจากปี 2558 แบงก์มีสาขาทั่วประเทศทั้งหมด 7,000 สาขา จากนั้นในปี 2562 ลดลงมาเหลือ 5,000 สาขา ดังนั้น โอกาสในการเติบโตของ e-Money จึงมีมากขึ้น โดยคาดว่า e-Money ในไทยมีโอกาสโตเพิ่มขึ้นได้อีก 50-60 ล้านบัญชี ซึ่งช่วงที่โควิด-19 รุนแรง คนไม่อยากใช้เงินสด ทำให้เกิดปัจจัยสนับสนุนเงินอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นด้วย” นายทรงพลกล่าว

ทั้งนี้ ในต่างประเทศก็มีการใช้ e-Money กันแพร่หลายมาก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงสาขาแบงก์ ขณะที่ในประเทศไทย ภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้ทางสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่ปกติ ทำหน้าที่คุ้มครองเงินฝากเฉพาะผู้ฝากเงินผ่านธนาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว จึงมีแนวคิดที่จะขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุม e-Money ด้วย

โดยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก มีแนวทางที่จะขยายการคุ้มครองเงินฝากไปยัง e-Money ต่าง ๆ ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดกิจการตามกฎหมายใหม่ของ ธปท. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางที่จะดำเนินการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงต้นปี 2564

“ลำพัง e-Money ไม่ได้มีความเสี่ยงมาก เมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ เพราะ ธปท.มีการออกกฎหมายเพื่อป้องกันความเสี่ยงของ e-Money ไว้ค่อนข้างมาก อย่างการกำหนดทุนจดทะเบียนถึง 100 ล้านบาท เมื่อเปิดธุรกิจ e-Money รวมถึงตีกรอบไว้ว่า เงินที่ผู้ใช้บริการเติมเข้าไปในกระเป๋าเงิน ผู้ประกอบการ e-Money จะนำไปปล่อยกู้ หรือทำอย่างอื่นไม่ได้ โดยต้องนำเงินทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ธนาคารเท่านั้น” นายทรงพลกล่าว

อย่างไรก็ดี การนำเงิน e-Money ที่ผู้ใช้บริการเติมเข้าไปไปฝากแบงก์ หากแบงก์เกิดปัญหาก็จะกระทบกับผู้ใช้บริการ e-Money ดังนั้น จึงมีแนวคิดกันว่า ควรมีการคุ้มครองในจุดนี้ด้วย

ทั้งนี้ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก จะศึกษาแนวทางการคุ้มครอง e-Money จากหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งพบว่ามีอยู่ 2 ประเทศที่น่าสนใจ คือ ไต้หวัน และแอฟริกา โดยแนวทางของไต้หวันนั้นจะเป็นการคุ้มครอง e-Money ที่บริษัทผู้ให้บริการจะต้องระบุธนาคารที่จะนำเงินที่ได้รับฝากจากผู้ใช้บริการไปฝากไว้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน หากแบงก์ดังกล่าวมีปัญหาก็จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมมาถึง e-Money ที่นำเงินไปฝากไว้ด้วย

ส่วนของแอฟริกานั้น จะคุ้มครอง e-Money โดยอัตโนมัติ เพราะแอฟริกามีสาขาแบงก์น้อย และประชาชนยังเข้าถึงสถาบันการเงินได้ไม่มาก

อย่างไรก็ดี เบื้องต้น สถาบันคุ้มครองเงินฝากมองว่าอาจจะใช้แนวทางของไต้หวันเป็นต้นแบบ โดยจะคุ้มครองเงินฝากในบัญชีธนาคารปกติ กับบัญชี e-Money รวมกันในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อ 1 รายผู้ฝากต่อธนาคาร ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในปัจจุบัน แต่ในปี 2564 ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2564 เป็นต้นไป จะปรับลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาทต่อ 1 รายผู้ฝากต่อธนาคาร

“แนวทางในการคุ้มครอง e-Money มีอยู่หลายวิธีการ เราจะเลือกวิธีการที่น่าจะทำได้เร็วที่สุด โดยปัจจุบันเราใช้หลักสากลในการคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งคุ้มครองประชาชนส่วนใหญ่ เราไม่สามารถจะคุ้มครองโดยไม่จำกัดจำนวนเงินได้ ถ้าเราคุ้มครองไม่จำกัดจำนวนเงิน สถาบันคุ้มครองเงินฝากต้องมีเงินกองทุนจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าคนที่มีเงินมาก ๆ ก็ได้รับคำแนะนำในการไปลงทุนเรื่องอื่น ๆ ด้วย ไม่ได้นำเงินมาฝากไว้ทั้งหมด เพราะการฝากเงินให้ผลตอบแทนน้อย” นายทรงพลกล่าว

สุดท้ายแล้ว แนวทางการขยายความคุ้มครอง e-Money ตามแนวคิดของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หากทำได้สำเร็จก็น่าจะทำให้ประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนมากขึ้น แม้จะคุ้มครองแบบมีข้อจำกัดก็ตาม