เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
Meta ขานรับ ดีอี เพิ่มตรวจสอบ สแกนหน้า ก่อนซื้อโฆษณา
Tech Meta ขานรับ ดีอี เพิ่มตรวจสอบ สแกนหน้า ก่อนซื้อโฆษณา
เปิดอินไซต์ผู้บริโภค เมื่อเวชสำอางและวิตามินดันตลาดบิวตี้โต 1.6 แสนล้าน
Business เปิดอินไซต์ผู้บริโภค เมื่อเวชสำอางและวิตามินดันตลาดบิวตี้โต 1.6 แสนล้าน
‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
SD ‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Economic เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
Uncategorized ‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
Finance เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
Real Estate พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
Biz Movement MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
Business ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
ดูทั้งหมด

วิรัช : คุมหางเสือแก้รัฐธรรมนูญ “ม็อบราษฎรทำลายรัฐบาล-รัฐสภาไม่ได้”

30 พ.ย. 2563 | 10:00น.
วิรัช รัตนเศรษฐ
สัมภาษณ์พิเศษ
ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ

ปมร้อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นโครงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำลังเข้าสู่โค้งสำคัญ

เพราะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) 45 คน จาก ส.ส.รัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา เพื่อวางโครงสร้าง รูปร่าง-หน้าตาสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กำหนดวิธีการ ระยะเวลา ไปถึงการทำประชามติ

ภายหลังรัฐสภาลงมติรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้งร่างของพรรคร่วมรัฐบาล และร่างของพรรคฝ่ายค้าน กลับเตะร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์ที่ผ่านการเข้าชื่อของประชาชน 9 หมื่นชื่อจนพ้นทางเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “วิรัช รัตนเศรษฐ” ประธานวิปรัฐบาลในห้องทำงานหลังบัลลังก์ประธานรัฐสภาผู้ถูกรับเลือกให้เป็นประธาน กมธ. คุมเกม-คุมหางเสือการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ล้วงโฉมหน้าของ ส.ส.ร.ในอนาคตจะออกมารูปแบบไหน

ลุ้น ส.ว.โหวตรัฐธรรมนูญ

อันดับแรก “วิรัช” ในฐานะประธาน กมธ.ย้อนความหลังก่อนที่รัฐสภาจะรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ถึงช่วงที่ระทึกใจที่สุด ยากที่สุด

“ก่อนรับหลักการวาระแรกเป็นช่วงยากลำบากที่สุด ทำอย่างไรให้ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ผ่านขั้นรับหลักการ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนว่าต้องมี ส.ว.รับรอง 1 ใน 3 ทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนใจ ส.ว.จึงจำเป็นต้องตั้ง กมธ.ศึกษาก่อนรับหลักการ เสียดายที่ฝ่ายค้านไม่ร่วม ถ้าฝ่ายค้านร่วม กมธ.ก็จะได้พิจารณารับฟังความคิด ส.ว. แต่ถ้าไม่ตั้ง กมธ.ศึกษาก่อนรับหลักการเชื่อว่าไม่ได้โหวตเพราะถ้าโหวตจะแพ้ ส.ว.ไม่โหวตให้”

เพราะเราทำแนวทางให้สมาชิกไปตัดสินว่าจะเลือก A B C D สุดท้าย ส.ว.ก็โหวตอันนี้เอา อันนี้ไม่เอา เพราะเราทำแนวทางให้ ส.ว.ตัดสินใจ โชคดีที่แนวทางที่เราวางให้เขา ทำให้ ส.ว.เลือกร่างของรัฐบาล 160 เสียง เมื่อรวมกับ ส.ส.แล้วก็รวมเป็น 600 กว่าเสียง

“วันนั้นผมคิดว่าได้เสียงเกินครึ่ง แต่ไม่คิดว่าจะได้เสียง ส.ว.ถึง 160 เสียง แต่ถ้าเผื่อวันนั้นไม่มีการตั้ง กมธ.ก่อนรับหลักการ ถ้าโหวตตกแล้วจะเป็นอย่างไร บางคนบอกว่าเสียมากกว่าได้ วันนี้ผมบอกว่าได้มากกว่าเสีย ผมยอมเสียเวลามานั่งพิจารณา 1 เดือน”

เสียงส่วนใหญ่ตัดสินหน้าตา ส.ส.ร.

แต่เมื่อเสียงรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ร่างผ่านขั้นรับหลักการ เส้นทางการแก้รัฐธรรมนูญยังต้องหาสูตรที่ “ลงตัว” ในชั้น กมธ.โดยเฉพาะโครงสร้างของ ส.ส.ร.

“เราต้องยึดร่างที่รับมาจากรัฐสภา เช่น ส.ส.ร. 150 คนมาจากการเลือกตั้ง สรรหา 50 คน ในขั้นการพิจารณาเกิดมีความเห็นต่างกัน บางคนบอกว่าต้องการเลือกตั้ง 200 คน สุดท้ายต้องมาชี้ขาดการที่ลงมติ นี่คือการชี้ขาดว่า กมธ.พิจารณาแล้ว เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่มีตรงนี้ ถ้าไม่เห็นด้วยก็สงวนคำแปรญัตติมาพูดในสภาอีกรอบ สุดท้ายถ้าสมาชิกรัฐสภาเห็นด้วยกับ กมธ.เสียงส่วนใหญ่ก็ต้องออกไปตามนั้น”

ส.ส.ร.ยังไม่ใช่จุดชี้ขาดอย่างเดียว ยังมีอีกหลายจุด แต่คงไม่ผิดไปจากร่างที่พิจารณาในวันที่ 17-18 พฤศจิกายน หลักการและเหตุผลเป็นไปตามนั้น อาจเปลี่ยนถ้อยคำบางคำที่คิดว่าไม่เหมาะสมก็ตัดออกหรือเพิ่ม

ส่วนโอกาสที่ ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้ง 100% ตามร่างไอลอว์ และ
ฝ่ายค้านมีโอกาสได้หรือไม่ “วิรัช” บอกว่า “ผมตอบแทนคนใน กมธ.ไม่ได้เพราะต้องลงมติ อยู่ที่เสียงส่วนใหญ่”

ถามค้าน “วิรัช” ว่าเสียงส่วนใหญ่ฝ่ายรัฐบาลกับ ส.ว.รวมกัน 32 เสียงมากกว่าฝ่ายค้านที่มีอยู่ 13 เสียง ถือว่าคุมเกมการร่างได้ไหม เขาตอบว่า

“ผมไม่คิดว่าเสียงของ ส.ว.จะให้เราหมด และเสียงฝ่ายรัฐบาลจะให้เราหมด อยู่ที่เหตุผลของแต่ละเรื่อง จากนี้ไปจะเป็นท่วงทำนองที่ต้องลงในรายละเอียด การรอมชอม คุยกัน แต่ทุกอย่างไม่ได้ 100% บางอย่างได้แค่ 80% แต่ถ้าไม่คุยกันอาจจะเหลือแค่ 50% ต้องรอมชอม คุยกันไป ตามประสบการณ์ที่เคยทำกฎหมายใหญ่ ๆ มาแล้ว บางครั้งก็ต้องคุยกันในรอบ นอกรอบ”

แล้วคิดว่าประเด็น ส.ส.ร.จะเป็นสายล่อฟ้าไหม ? วิรัชใช้สิทธิถามกลับ ระหว่าง ส.ส.ทั้งหมดกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ บัญชีรายชื่อมาจากไหน…ก็มาจากบัญชีพรรค เราลอกโมเดลจากปี 2540 ที่ว่าดี เอาล่ะ บางแห่งได้ผู้นำไร่อ้อยทั้งหมด บางแห่งได้ผู้นำไร่มันทั้งหมด แล้วเราจะเริ่มร่างกันตรงไหน ถ้าเผื่อใน 200 คนผ่านการเลือกตั้ง ไม่เคยร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญมาเลย แล้วเราจะเริ่มต้นกันอย่างไร เราไม่ได้ปรามาสเขานะ

“หรือต่อไปไม่ต้องมี ส.ส.บัญชีรายชื่อเลยไหม เลือกตั้ง ส.ส.ทั้งหมดเลย พรรคการเมืองไหนเสียหาย พรรคพลังประชารัฐไม่ได้เสีย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อประมาณ 14-15 คน พรรคที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมากสุดคือพรรคไหน… แล้วได้ ส.ส.เขตที่เลือกตั้งตรงจากประชาชนมาเท่าไหร่ ถ้าชอบแบบนี้ทำไมไม่ทำแบบนี้ ก็มีตรรกะให้ชวนคิด ถ้าเหตุผลต้องมาจากประชาชนทำไม ส.ส.ไม่มาจากเลือกตั้งทั้งหมดล่ะ”

ร่างพิมพ์เขียวให้ ส.ส.ร.

“ที่คิดว่าหน้าตา ส.ส.ร.จะเป็นสายล่อฟ้า แต่ประเด็นนี้ไม่ใช่หรอก จะเป็นประเด็นที่หลังเลือกตั้ง ส.ส.ร.มาแล้ว มีอำนาจทำอย่างไร จะเว้นหมวด 1หมวด 2 โดยที่ ส.ส.ร.ไม่ได้มาแตะอย่างไร พระราชอำนาจอีก 38 มาตรา จะทำอย่างไรที่ไม่ให้ ส.ส.ร.มาแตะตรงนี้ ถ้าหากทำได้ก็ยิ่งดี”

เป็นบลูปรินต์ของ ส.ส.ร.ได้ไหม ? วิรัชตอบว่า ก็คิดว่าจะต้องเขียนอย่างนี้ ว่าควรจะต้องทำแบบนี้ แต่ตอนนี้ยังเป็นแนวคิดของผมแค่คนเดียว

จุดที่จะทำให้รัฐธรรมนูญตกหรือไม่ตก คือ หมวด 1 หมวด 2 พระราชอำนาจอีก 38 มาตรา อะไรที่มีบทเฉพาะกาลอยู่ก็คาบทเฉพาะกาลเอาไว้ วันนี้บทเฉพาะกาลผ่านมา 2 ปีแล้ว กว่าจะมีรัฐธรรมนูญก็ผ่านไป 3-4 ปี ก็เหลืออีก 1 ปี บางครั้งเราแก้เยอะแต่ไม่ได้ กับแก้พอดี ๆ แล้วผ่าน อันไหนว่าจะแก้ได้มากกว่ากัน บางครั้งน้ำครึ่งแก้วยังดีกว่าไม่มีเลยในแก้ว การแก้ได้ 4-5 ประเด็น ยังดีกว่าไม่ได้แก้สักประเด็น

อย่างไรก็ตาม “วิรัช” ให้ชวนติดตามในวาระที่ 3 อันเป็นด่านสุดท้ายที่ต้อง “ขอแรง” ส.ว.อีก 82 คนในการโหวตเช่นเดียวกับวาระแรก ถึงบอกว่าการทำงานต้องประสานทุกฝ่ายในจุดที่เพียงพอ เป็นเรื่องท้าทาย ก็เหมือนกับเด็กทำการบ้าน ให้เด็กลองทำมาก่อน อย่าเพิ่งไปลงโทษ ถ้าเด็กทำการบ้านมาดีแล้วก็ส่งครูใหม่”

ย้ำฟังเสียงนอกสภา

ถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องรับฟังเสียงภายนอกสภาหรือไม่ “วิรัช” ตอบให้คิดตามว่า ถ้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วฟังแต่เสียงข้างนอก ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้เป็นไปตามข้อบังคับหลักการของกฎหมายจะทำอย่างไร ผ่านมาเยอะแล้ว นั่ง ๆ อยู่หอบปืนวิ่งผ่านก็มี ปีนรั้วหนีก็มี นอนค้างสภาก็มี อย่างม็อบจะล้อมสภากี่วันก็ออกได้แล้วม็อบจะล้อมอะไร

แปลว่าปิดประตูไม่ฟังเสียงข้างนอกใช่หรือไม่ ? เขาตอบกลับว่า อะไรที่เป็นเหตุผลก็ต้องฟัง ที่ไม่เป็นเหตุผลจะฟังทำไม แก้ทั้งหมวด 1 หมวด 2 ปฏิรูปสถาบัน เราต้องฟังด้วยไหม…แต่ถ้าเป็นเรื่อง ส.ส.ร.เราก็ต้องฟัง แต่ขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่จะตัดสิน เพื่อสุดท้ายจะได้นำเสนอต่อรัฐสภา ถ้าสภาเห็นด้วยกับ ส.ส.ร.เลือกตั้ง 200 คน ก็เอาเลือกตั้ง 200 แต่ถ้าสภาไม่เอาก็เอาร่างเดิม แต่เรานำเสนอ

เมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกวางกรอบห้ามแก้หมวด 1 หมวด 2 และบทเฉพาะกาลอาจคงไว้ยังเหลืออะไรให้ ส.ส.ร.แก้ เขาตอบว่า “เยอะแยะเลย เช่น หมวดการเลือกตั้ง หมวดทั่วไปบางเรื่องที่ต้องแก้ ยังมีอีกหลายหมวด”

ไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญ

วิรัชนับนิ้วคำนวณระยะเวลาแก้รัฐธรรมนูญไว้คร่าว ๆ ว่า การพิจารณาจะเสร็จในชั้น กมธ.ราวกลางเดือนมกราคม

“สมมุตินัดสุดท้าย กมธ.ประชุมเสร็จวันที่ 14 มกราคม ก็ต้องส่งไปพิมพ์อีกสัปดาห์หนึ่งจะถึงประธานสภาอาจเป็นวันที่ 21 มกราคม และประธานยังมีอำนาจบรรจุวาระอีก 15 วัน มองดูแล้วจบในสมัยประชุมนี้ที่จะสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์แน่นอน พอเสร็จจากตรงนี้แล้วไม่ใช่หน้าที่ผมแล้ว”

ม็อบล้มรัฐบาลไม่ได้

ช่วงสุดท้ายก่อนการสนทนาจบลง ชวน “วิรัช” ในฐานะผู้คุมเสียงฝ่ายรัฐบาลประเมินว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันกับรัฐบาลหรือไม่ ในจังหวะที่ม็อบราษฎรรุกไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เขาตอบทีเล่นทีจริงว่า

“ไม่รู้…วันนี้ยังไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรในอนาคต นักการเมืองก็อยู่เขตเลือกตั้ง ลงพื้นที่บ่อย ๆ”

“ตั้งแต่ผมรับหน้าที่เป็นประธานวิป หลังเลือกตั้งจนถึงวันนี้ 1 ปีก็ผ่านไป นี่ผ่านไปปีครึ่ง ปีหน้าก็ 2 ปีแล้ว มีเหตุการณ์ระทึกตลอด หัวใจก็สูบฉีดตลอดช่วงที่บีบหัวใจที่สุด คือ เสียงสูสีกับฝ่ายค้าน”

“คิดแค่วันนี้ พรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า ปีต่อไป ถ้าเป็นอย่างนี้ก็อยู่อย่างนี้ เพราะรัฐบาลจะพ้นไปก็เพราะเสียงในสภาไม่ผ่านกฎหมายที่สำคัญ อาจเกิดความขัดข้องบางคนเห็นซ้าย บางคนเห็นขวา”

“ส่วนนอกสภาปี 2553 รุนแรงมากกว่านี้เยอะ ตอนนั้นตำรวจเอาไม่อยู่ ทหารต้องออกมา มีระเบิด พันเอกร่มเกล้า ธุวธรรม ยังเสียชีวิต ยังจำภาพเหตุการณ์เหล่านั้นได้หรือไม่ เสธ.แดงโดนยิงโดยสไนเปอร์ มีเสื้อแดงถูกยิง ขนาดนั้นหนักกว่าปัจจุบัน 10 เท่า ดังนั้น องค์กรภายนอกไม่สามารถทำลายสภาได้”

“หรือตอนสมัยสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ ที่ไม่ได้เข้าทำเนียบ แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค แต่สถานการณ์วันนี้มีการชุมนุมก็ปล่อยให้เขาเล่นไป”

แล้วกรณี 2 ธันวาคมที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาการที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังอาศัยอยู่บ้านพักราชการ เข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ อาจทำให้หล่นจากเก้าอี้นายกฯหรือไม่ ?

“ไม่เป็นประเด็นถึงขนาดนั้น ในใจของผมนะ แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล แต่หลังจากนี้จะมีอะไรอีกก็ไม่รู้ แต่เราพยายามทำให้ดีที่สุด”

ถามคำถามสุดท้ายว่า “พล.อ.ประยุทธ์” จะอยู่ได้หรือไม่ได้เพราะอะไรบ้าง ?

“อุ๊ย…ถามลึกอะไรขนาดนั้น ตอบไม่ได้หรอก” (หัวเราะ)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิรัช รัตนเศรษฐ