เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
Business ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
Economic PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
Politics เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
9 พลังหญิง ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เบื้องหลังความสำเร็จบนเวที SKYRAX
Business 9 พลังหญิง ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เบื้องหลังความสำเร็จบนเวที SKYRAX
ภูเก็ตเปิดสถิติท่องเที่ยว 8 เดือนแรกโกย 3.5 แสนล้าน
Economic ภูเก็ตเปิดสถิติท่องเที่ยว 8 เดือนแรกโกย 3.5 แสนล้าน
กระทรวงเกษตรฯ ของบฯ 664 ล้าน แจกท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง
Economic กระทรวงเกษตรฯ ของบฯ 664 ล้าน แจกท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง
4 นักบินอวกาศ ยาน SpaceX กลับโลกแล้ว หลังใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศนาน 8 เดือน
News 4 นักบินอวกาศ ยาน SpaceX กลับโลกแล้ว หลังใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศนาน 8 เดือน
เปิดตัวหนังสือ ‘ชุดไทยแห่งยุคสมัย’ มรดกภูมิปัญญาผ้าไทย-ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากลที่ฝรั่งเศส
ข่าวในพระราชสำนัก เปิดตัวหนังสือ ‘ชุดไทยแห่งยุคสมัย’ มรดกภูมิปัญญาผ้าไทย-ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากลที่ฝรั่งเศส
สิทธิชาติ บุญมานนท์ อดีตผู้ประกาศข่าวพระราชสำนักช่อง 3 เสียชีวิต อายุ 81 ปี
News สิทธิชาติ บุญมานนท์ อดีตผู้ประกาศข่าวพระราชสำนักช่อง 3 เสียชีวิต อายุ 81 ปี
‘นาวี พิลเลย์’ คว้าโนเบลสันติภาพปี 2026 นักสิทธิ UN ต่อต้านฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในกาซา
World ‘นาวี พิลเลย์’ คว้าโนเบลสันติภาพปี 2026 นักสิทธิ UN ต่อต้านฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในกาซา
ดูทั้งหมด

กทม.สั่งข้าราชการสลับเวลา-ทำงานที่บ้าน ถึง 3 ม.ค.64 หนีโควิด

24 ธ.ค. 2563 | 11:53น.

หนีโควิด-19 ปลัด กทม.สั่งข้าราชการทุกหน่วยทำงานที่บ้าน-สลับเวลาถึง 3 ม.ค. 2564 โดยไม่กระทบการบริการ เร่งสำรวจบุคลากรพักที่สมุทรสาคร

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงการเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาครและบริเวณใกล้เคียง ได้สั่งการให้ข้าราชการและบุคลากรสังกัด กทม. ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2563 – 3 ม.ค. 2564

อย่างไรก็ดีเพื่อให้การปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งของหน่วยงานในสังกัด กทม.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้หน่วยงานสังกัด กทม. ดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง และการเหลื่อมเวลาทำงาน เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ของ กทม. ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นชอบเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2563 และแจ้งรายชื่อผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งไปยังส่วนราชการที่รับผิดชอบการบริหารทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานนั้น ๆ

โดยจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ประกอบด้วย งานที่ได้รับมอบหมาย เป้าหมายหรือผลผลิตที่คาดหวัง ระยะเวลาดำเนินการ เป็นรายวัน หรือรายสัปดาห์ วิธีการติดตามความก้าวหน้า และการรายงานผลการทำงาน ตามที่ได้รับมอบหมาย

สำหรับกรณีที่ข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ที่เข้าข่ายการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งของหน่วยงานตามที่กำหนดในข้อ มีลักษณะงานที่ไม่สามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณามอบหมายการปฏิบัติงานตามความเหมาะสม

รวมทั้งให้สำรวจจำนวนข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่พักอาศัยในจังหวัดสมุทรสาคร และผู้ที่เคยเดินทางไปยังสถานที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือมีความใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2563 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ กทม.จะรายงานผลการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง และข้อมูลอื่นต่อศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ภายในวันที่ 8 ม.ค. 2564 พิจารณารูปแบบการทำงานลดความแออัดตามแนวทางเมื่อเดือน มี.ค. 2563

แนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง และการเหลื่อมเวลาทำงาน ได้กำหนดขึ้นโดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคจากความแออัดของสถานที่ปฏิบัติงาน หรือจากสภาพการเดินทางไปกลับสถานที่ทำงาน

โดยต้องไม่กระทบหรือเกิดผลเสียหายต่อประสิทธิภาพประสิทธิผลในการบริหารราชการและการบริการประชาชน กล่าวคือต้องไม่ใช่งานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการให้บริการประชาชน เช่น งานทะเบียนราษฎร์ งานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข เป็นต้น และหน่วยงานสามารถกำหนดรูปแบบแนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งให้เหมาะสมกับบริบทสภาพการณ์การทำงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อความยืดหยุ่นคล่องตัวในการทำงาน

กรณีการเหลื่อมเวลาทำงานเพื่อลดความแออัดในสถานที่ทำงาน ให้แบ่งช่วงเวลาการทำงานออกเป็น 3 ช่วงเวลา คือ เริ่มทำงาน 07.30-15.30 น. หยุดพักกลางวัน 12.00-13.00 น. เริ่มทำงาน 08.30-16.30 น. หยุดพักกลางวัน 12.00-13.00 น. เริ่มทำงาน 09.30-17.30 น. หยุดพักกลางวัน 13.00-14.00 น.