เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
งามจับใจ โอปอล-สุชาตา พาชุดไทยอวดโฉมกลางปารีส
Biz Movement งามจับใจ โอปอล-สุชาตา พาชุดไทยอวดโฉมกลางปารีส
นายกฯ ย้ำให้เวลาซักฟอก 3 วัน ลงมติ 30 ต.ค. กั๊กตอบกระแสดึง กธ. แบ่งกระทรวงริมน้ำ
Politics นายกฯ ย้ำให้เวลาซักฟอก 3 วัน ลงมติ 30 ต.ค. กั๊กตอบกระแสดึง กธ. แบ่งกระทรวงริมน้ำ
“ไทยแอร์เอเชีย” ดึง ลำไย ไหทองคำ-F.HERO จุดกระแสเที่ยวปลายปีทั่วไทยด้วย 134 เที่ยวบินต่อวัน
Business “ไทยแอร์เอเชีย” ดึง ลำไย ไหทองคำ-F.HERO จุดกระแสเที่ยวปลายปีทั่วไทยด้วย 134 เที่ยวบินต่อวัน
ลุ้น กนง. 28 ต.ค. ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดคงดอกเบี้ย 1% จับตาเงินเฟ้อขยับ-ศก.ชะลอ
Finance ลุ้น กนง. 28 ต.ค. ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดคงดอกเบี้ย 1% จับตาเงินเฟ้อขยับ-ศก.ชะลอ
คลังคลอด 3 มาตรการช่วยหลังน้ำลด 7 แบงก์รัฐพักชำระหนี้ หักค่าใช้จ่ายซ่อมบ้าน-รถ
Politics คลังคลอด 3 มาตรการช่วยหลังน้ำลด 7 แบงก์รัฐพักชำระหนี้ หักค่าใช้จ่ายซ่อมบ้าน-รถ
TTB โชว์กำไร 9 เดือน ถึงระดับ 1.16 หมื่นล้าน หนี้เสียลดเหลือ 2.88%
Finance TTB โชว์กำไร 9 เดือน ถึงระดับ 1.16 หมื่นล้าน หนี้เสียลดเหลือ 2.88%
เวที G30 ผู้ว่าแบงก์ชาติทั่วโลกถกโจทย์ใหม่ AI เปลี่ยนเศรษฐกิจโลก จับตา 3 ความเสี่ยง
Finance เวที G30 ผู้ว่าแบงก์ชาติทั่วโลกถกโจทย์ใหม่ AI เปลี่ยนเศรษฐกิจโลก จับตา 3 ความเสี่ยง
GRAND โต้ปมสัญญาเช่าโรงแรมเชอราตัน หัวหิน ยันพยายามเจรจา GROREIT
Finance GRAND โต้ปมสัญญาเช่าโรงแรมเชอราตัน หัวหิน ยันพยายามเจรจา GROREIT
เปิดร่างเกณฑ์คุม BNPL วงเงิน 2 หมื่น ดอกเบี้ย 15% ฟังความเห็นถึง 15 พ.ย.
Finance เปิดร่างเกณฑ์คุม BNPL วงเงิน 2 หมื่น ดอกเบี้ย 15% ฟังความเห็นถึง 15 พ.ย.
เมืองไทย แคปปิตอลกู้เงิน 60 ล้านดอลลาร์จากทุนแคนาดา ขยายสินเชื่อรายย่อย
Finance เมืองไทย แคปปิตอลกู้เงิน 60 ล้านดอลลาร์จากทุนแคนาดา ขยายสินเชื่อรายย่อย
ดูทั้งหมด

จาก Vincenzo ถึง “เด็กใหม่” พลังซีรีส์จาก Netflix “ใช้ปีศาจทำลายปีศาจ”

24 พ.ค. 2564 | 18:14น.
Oldboy บางคูวัด : เรื่อง

ถือเป็นช่วงเวลาเหนื่อยหนักจริง ๆ สำหรับคอซีรีส์ที่ปักหลักอยู่กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix เพราะหลังจากสิ้นสุดการรอคอยปิดจ็อบ EP สุดท้ายของเรื่องราวทนายมาเฟียสัญชาติเกาหลี แต่มีชื่ออิตาเลียนว่า Vincenzo-วินเชนโซ่ ทนายมาเฟีย

ซีรีส์ฝีมือคนไทยอย่าง Girl From Nowhere-เด็กใหม่ ซีซั่น 2 ก็ออกมาอาละวาดฟาดไม่ยั้ง 8 EP กระแสปังจนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ยังไม่นับภาพ/แคแร็กเตอร์ของตัวละครหลัก “แนนโนะ” ถูกนำไปทำมีม อย่างแพร่หลายในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ทั้ง 2 เรื่องสร้างปรากฏการณ์ครองอันดับ 1 โปรแกรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มผู้ชม Netflix เมืองไทย ด้วยเนื้อหาที่สนุก เข้มข้น แฝงความรุนแรงในการต่อสู้ ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนปัญหาที่ผู้ชมร่วมรับรู้ได้ว่า ดำรงอยู่จริงในสังคม (ทั้งเกาหลีและไทย)

ที่สำคัญบั้นปลายของการเล่าเรื่องก็ดูจะมีจุดร่วมที่สร้างความสะใจให้กับผู้ชมได้ไม่แตกต่างกันมากนัก

Vincenzo-วินเชนโซ่ ทนายมาเฟีย

แกนหลักของเรื่องเล่าถึง วินเชนโซ่ กาซาโน (รับบทโดย ซงจุงกิ) ทนายหล่อหน้านิ่ง เนี้ยบ ชายหนุ่มเชื้อชาติเกาหลี ที่ไปเติบโตในครอบครัวมาเฟียที่อิตาลี ไต่เต้าจนได้รับตำแหน่ง “คอนซีลเยเร” (Consigliere) ทนายที่ปรึกษาหัวหน้าแก๊งมาเฟีย แต่สุดท้ายตัดสินใจหันหลังออกจากวงการมุ่งหน้ากลับมาที่โซล เกาหลี

เป้าหมายจริง ๆ คือ จะกลับมาเอาทองที่ซ่อนไว้ใต้ตึกเก่าชื่อ “คึมกาพลาซ่า” ซึ่งถ้าหารหัสเปิดห้องใต้ดิน หรือระเบิดตึกทิ้งเสีย ขนทองออกมาเรื่องก็คงจบง่าย ๆ

ทว่า กลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อยในอาคารดังกล่าว ก็กำลังถูกขับไล่ออกจากตึกโดยอิทธิพลของ “บาเบลกรุ๊ป” เครือธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีอำนาจมหาศาล

“คุณทนาย” วินเชนโซ่ เลยถูกดึงเข้าไปอยู่ในสงครามและจำต้องเลือกข้างแนวร่วมพันธมิตร คึมกาพลาซ่า ที่มีทนาย “ฮงยูชาน” แห่งสำนักงานกฎหมายฟางข้าวเป็นหัวหอกคนสำคัญ ขณะที่ลูกสาว ฮงชายอง (รับบทโดย จอนยอบิน) กลับเป็นทนายให้กับสำนักงานกฎหมายที่ทำงานรับใช้บาเบลกรุ๊ป (แต่สุดท้ายก็ย้ายค่ายมาร่วมกันลุยบาเบลกรุ๊ป)

ตลอดทั้ง 20 EP ที่ซีรีส์ดำเนินเรื่องไป ความสนุกสนานก็มาเต็มแบบครบรสประมาณโหด เลว ฮา มีทั้งแอ็กชั่น ดราม่า ตลก ซ่อนปม ชิงไหวชิงพริบ พลิกไปพลิกมา โดยเฉพาะการเดินเกมด้านกฎหมายและการใช้อิทธิพลของบาเบลกรุ๊ป ครอบคลุมทั้งอำนาจมืด อำนาจรัฐ ไปจนถึงกระบวนการยุติธรรม

และเมื่อยักษ์ใหญ่เลือกใช้วิธีการสุดเหี้ยม เพื่อเอาชนะ กำจัด กวาดล้าง ใครก็ตามที่ขวางหน้าด้วยความรุนแรง ด้วยเล่ห์เหลี่ยม ด้วยการติดสินบน ฯลฯ

ฝั่งคุณทนายวินเชนโซ่ และแนวร่วมพันธมิตร คึมกาพลาซ่า ก็ใช้วิธี “เอาคืน” แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน แรงมาแรงกลับ เช่นเดียวกัน

จนถึงจุดหนึ่งเส้นแบ่ง ความดี-ความถูกต้อง ที่เคยคิดว่ามีอยู่ก็พร่าเลือน เพราะไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่ชั่วช้า หรือการเลือกใช้สไตล์การลงโทษแบบ “มาเฟีย” ก็กลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดชะตากรรมของแต่ละฝ่าย

Girl From Nowhere-เด็กใหม่

จริง ๆ แล้วซีรีส์เด็กใหม่ Girl From Nowhere ถูกส่งมาอาละวาดเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2561 นั่นคือ ครั้งแรกที่ผู้ชมได้รู้จักกับตัวละครที่มีมิติจัดจ้านอย่าง “แนนโนะ” (รับบทโดย คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล) ออกอากาศทางช่อง GMM25

หากเคยผ่านตากับความโหด เลือดสาด และแรง ประมาณนี้มาจากภาพยนตร์หรือซีรีส์จากญี่ปุ่นบ้างแล้วก็คงไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่สำหรับคนดูชาวไทยแล้ว ภาพที่ซีรีส์เด็กใหม่ เลือกมานำเสนอนั้น ฉีกกรอบ แหกขนบมากพอสมควร

ในแต่ละตอน (เด็กใหม่ ซีซั่น 1 จะเป็นแบบจบในตอน) จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสักแห่งหนึ่ง แล้วแนนโนะก็จะเป็นเด็กใหม่ที่มีที่มาที่ไปลึกลับ กล้า มั่นใจ และมีปฏิกิริยาที่แรง ตอบโต้ เอาคืนความรุนแรงด้วยความโหดเหนือระดับ ถึงเลือด ถึงชีวิตกันเลยทีเดียว เช่น ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง เด็กผู้หญิงจำนวนมากถูกครูหนุ่มที่แสนดี ดูเหมือนชีวิตจะสมบูรณ์แบบ ล่วงละเมิด ขืนใจมานับครั้งไม่ถ้วน

แต่เมื่อมาเจอกับแนนโนะ สถานการณ์ก็พลิกกลับ จากผู้ล่า กลายเป็นผู้ถูกล่า สุดท้ายได้รับบทเรียนที่เจ็บแสบและสาสม แต่ละตอนล้วนเปิดแง่มุมด้านมืดของโรงเรียน ระบบการศึกษา ปัญหาสังคม-ครอบครัว ที่ “ผู้หญิง” มักต้องตกเป็นเหยื่อ โดยมีแนนโนะกลายเป็นตัวแทนลุกขึ้นมาท้าทาย ต่อต้าน และล้มล้างสิ่งที่ถูกบีบให้จำยอม หรือจำนนกันมาโดยตลอด

จบ 13 EP ในซีซั่น 1 แล้วทีมผู้ผลิตทอดเวลามานานเกือบ 3 ปีจึงได้ฤกษ์ ปล่อยปฏิบัติการของแนนโนะในซีซั่น 2 ออกมาอีก 8 ตอนพร้อมกัน โดยสามารถตะลุยดูได้ใน Netflix นั่นแหละ

แน่นอนว่าซีซั่น 2 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2564 ก็ยิ่งทวีความเข้มข้นด้วยชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ว่าด้วยเรื่องของนักเรียนหนุ่ม “นักล่าแต้ม” ที่ต้องเผชิญการลงทัณฑ์แบบเหนือความคาดหมาย, “มินนี่ 4 ศพ” เมื่อเด็กหญิงขับรถด้วยความประมาท ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก (ผู้ชมดูแล้วก็จะคุ้น ๆ กับข่าวดังของสังคมไทยได้ไม่ยาก) หากด้วยอิทธิพล เส้นสาย และอำนาจเงินของผู้เป็นพ่อ ก็สามารถพลิกคดีไปในอีกทางหนึ่ง แต่ลงท้ายแนนโนะก็มีวิธีที่จะสะสางให้คนทำผิดต้องชดใช้ในแบบของเธอ

หรือในตอน “รับน้อง” ที่จัดหนัก จัดเต็มตั้งคำถามกับความรุนแรง วิถีความเชื่อที่ไร้เหตุผล อันนำไปสู่กรรมวิธี “เอาคืน” ที่สุดโหด บีบคั้น ชวนให้ขนหัวลุกไปจนจบตอนกันเลยทีเดียว

จุดร่วมที่สำคัญของซีรีส์สุดฮิตทั้ง 2 เรื่อง ตั้งอยู่บนฐานของ “ความสนุก” ความยอดเยี่ยมในการเขียนบท กระบวนการผลิตหรือโปรดักชั่นที่โดดเด่น บวกกับความสามารถของนักแสดงที่ทำให้ผู้ชมเชื่อและติดตามอย่างต่อเนื่องว่าจะพาเรื่องราวดำเนินไปถึงจุดไหน

อีกประการหนึ่งที่ไม่แตกต่างกันก็คือ เจตนาของผู้สร้าง/ผู้กำกับที่ต้องการตีแผ่ความบิดเบี้ยวของสังคม อันเกิดจากองค์ประกอบหรือโครงสร้างที่นำไปสู่ปัญหาสารพัดรูปแบบ

ใน Vincenzo นั้น ฉายภาพความเหลื่อมล้ำที่คนรวย กลุ่มทุนที่ใหญ่กว่า ล้วนมีโอกาสมากกว่า สามารถเข้าถึงความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย ยิ่งเมื่อผนวกเข้ากับโครงสร้างที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ยึดถือความถูกต้อง พร้อมที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน เมินเฉยกับคนเล็กคนน้อย กระทั่งระบบตำรวจและกระบวนการยุติธรรมก็สามารถ “ซื้อได้”

การเผชิญหน้ากันระหว่างคนตัวเล็กกับเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ จะกี่ครั้งก็มักได้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างออกไป

ทำให้ในที่สุดจึงต้องดึงเอา “มาเฟีย” มาจัดการกับกลุ่มธุรกิจอิทธิพลล้นฟ้า ด้วยวิธีการแบบ “ไม่เลือกวิธีการ” ทั้งบนดินและใต้ดิน แน่นอนว่าไม่ถูกต้องตามระบบกฎหมายด้วยเช่นกัน

และกลายเป็นคอนเซ็ปต์-สโลแกนสำคัญ “ใช้ปีศาจทำลายปีศาจ” ซึ่งอธิบายอย่างรวบรัดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเรื่องได้เป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับสถานะของ “แนนโนะ” ใน Girl From Nowhere-เด็กใหม่ ก็แทบไม่ต่างไปจาก “ปีศาจ” แบบที่ทนายวินเชนโซ่เป็น มีอำนาจ อิทธิฤทธิ์ ในการตอบโต้ ลงทัณฑ์ บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่กระทำเรื่องชั่วร้าย ด้วยวิธีการพิสดาร โหดร้าย รุนแรง ถึงเลือด ถึงชีวิตกันโดยตลอด

แน่นอนว่า FC หรือแฟน ๆ ของแนนโนะ และคุณทนายวินเชนโซ่ ย่อมสะใจ สาแก่ใจที่คนชั่ว คนเลวได้รับการลงโทษที่สาสมกับความผิด (โดยไม่ต้องรอการพิจารณาโทษตามกฎหมาย)

แต่หากจะพูดกันให้ถึงที่สุดแล้ว โครงสร้างที่บิดเบี้ยว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างการปกครอง โครงสร้างอำนาจรัฐ โครงสร้างทางกฎหมาย การศึกษา ลงไปจนถึงสถาบันครอบครัว ความคิด ความเชื่อส่วนบุคคล ก็ยังคงดำรงอยู่

ซีรีส์ทั้ง 2 เรื่องก็ดูจะไม่ตอบโจทย์ในปัญหาความเหลื่อมล้ำทุก ๆ ด้านจะลดลงได้อย่างไร

พร้อมกับเป็นคำถามเปิดปลายไว้ว่า เรายังต้องการทางออกแบบ “นอกระบบ” หรือต้องพึ่งพา “แนนโนะ” หรือ “วินเชนโซ่” ไปอีกนานแค่ไหนกันนะ…

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซีรีส์ NETFLIX