เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
ข่าวในพระราชสำนัก กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Finance ก.ล.ต. จับมือแบงก์ชาติคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เปิดชำระเงินเรียลไทม์-ปิดช่องฟอกเงิน
Beyond ESG : Thailand Transition
50 ประชาชาติธุรกิจ Beyond ESG : Thailand Transition
ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
Finance ศุลกากร เก็บภาษีนำเข้าบาทแรกทะลุ 4 พันล้าน ชี้คนหันซื้อสินค้าในประเทศ
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
Economic ใช้จ่าย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เชียงใหม่พุ่ง 3.9 พันล้าน
คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
Tech คุยกับ ‘ดร.ต้า-วิโรจน์’ จากอดีตพนักงานเฟซบุ๊ก-ผู้ก่อตั้ง Skooldio สู่แม่ทัพ AI ไลน์แมน-วงใน
ดูทั้งหมด

ทิสโก้ ชี้หุ้นไทยซึมต่อ แนวรับสำคัญเดือน ส.ค.อยู่ที่ 1,500-1,510 จุด

02 ส.ค. 2564 | 13:29น.
เงินบาท-หุ้นไทย

เศรษฐกิจไทยเสี่ยงถดถอย 2 ปีซ้อน! บล.ทิสโก้  ชี้หุ้นไทยซึมต่อ แนวรับสำคัญเดือน ส.ค.อยู่ที่ 1,500-1,510 จุด

วันที่ 2 สิงหาคม 2564 นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า การระบาดในประเทศและการใช้มาตรการล็อกดาวน์ส่อแววยืดเยื้อ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังพุ่งขึ้นไม่หยุด ล่าสุดทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.8 หมื่นคนต่อวัน สร้างความกังวลมากขึ้นต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยนั้น

โดยในกรณีฐาน (Base Case) บล.ทิสโก้ประเมินว่าจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่จะขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1.5-1.8 หมื่นคนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนที่จะทรงตัวในช่วงกลางเดือนสิงหาคม และเริ่มมีสัญญาณการปรับตัวลดลงในช่วงปลายเดือนสิงหาคมส่งผลให้มาตรการล็อกดาวน์น่าจะเริ่มผ่อนคลายได้บางส่วนในเดือนกันยายนเป็นต้นไป  หากเป็นเช่นนี้เศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะไม่เติบโต หรือ +0% และคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,500-1,510 จุด

แต่ในกรณีแย่ (Worst Case) หากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ทะลุหลัก 20,000 คนต่อวัน และมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่ยืดเยื้อกินเวลานานจนถึงเดือนกันยายน มีความเสี่ยงสูงที่เศรษฐกิจไทยจะกลับสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ที่เศรษฐกิจไทยถดถอย 2 ปีซ้อน ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยจะมีโอกาสสูงที่จะปรับตัวหลุดระดับ 1,500 จุด

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ากรณีใด ๆ จะต้องติดตามการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งน่าจะช่วยลดทอนผลกระทบในด้านลบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงได้  

สำหรับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 2/2564 จากการรวบรวมประมาณการกำไรของตลาดโดยรวม (Bloomberg Consensus) จำนวน 164 บริษัท (คิดเป็น 82% ของมูลค่าตลาดรวม, ข้อมูล ณ วันที่ 30 กรกฎาคม) คาดว่าบริษัทจดทะเบียนไทยจะมีกำไรสุทธิรวม 2.02 แสนล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่อ่อนตัว -8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)  การเติบโตก้าวกระโดด YoY นำโดยกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ๆ เช่น ENERG, BANK, CONMAT, PETRO และ COMM จากฐานกำไรที่ต่ำปีที่แล้วจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบเพื่อควบคุมการระบาดรอบแรก และราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง  

ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดมีกำไรเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ คือ FOOD และ AGRI ซึ่งได้ประโยชน์จากการส่งออกที่ขยายตัวดีจากการเปิดเศรษฐกิจในต่างประเทศ และราคายางปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้ง HELTH ที่ได้ประโยชน์จากการระบาดทั้งการตรวจหาเชื้อและจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการควบคุมการระบาดรอบ 3 เช่น MEDIA, TRANS และ TOURISM ส่วนใหญ่ยังมีผลการดำเนินงานที่ไม่ดีอยู่

ภายหลังการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 บล.ทิสโก้คาดว่าจะเห็นการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนรอบใหม่ เพราะนอกจากจะสะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากการประกาศล็อกดาวน์แล้ว ยังเป็นผลจากคาดการณ์กำไรของตลาดในช่วงครึ่งปีแรกที่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 46% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2564 หรือยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของประมาณการทั้งปีนี้ ซึ่งอาจจะดูสูงเกินไปเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน

นายอภิชาติกล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยการเมืองในช่วง 2 เดือนข้างหน้านี้ แม้จะเข้มข้นไม่แพ้สถานการณ์ระบาดที่รุนแรงเลย และขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากที่ไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลเกี่ยวกับการควบคุมการระบาดและการบริหารจัดการวัคซีน แต่ บล.ทิสโก้มองว่ายังไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ โดยเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะช่วยกันประคับประคองให้ภารกิจสำคัญสำเร็จลุล่วงก่อน ทั้งสถานการณ์ระบาดที่ควบคุมได้, ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 นำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในเดือน ก.ย. และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ซึ่งในประเด็นหลังอาจต้องใช้เวลาจนถึงต้นปีหน้าเป็นอย่างน้อย เพราะนอกจากจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบการเลือกตั้งแล้ว จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ด้วย 

โดยสรุปบล.ทิสโก้มองว่าดัชนีหุ้นไทยในเดือนสิงหาคมยังมีแนวโน้มแกว่งซิกแซ็กลงไม่เปลี่ยนแปลง แนะนำกลยุทธ์การทยอยรับแบบ “แบ่งไม้ซื้อ” ให้ความสำคัญที่บริเวณ 1,500-1,510 จุด และในกรณีแย่อาจได้ซื้อลึกถึง 1,480 จุด  สำหรับประเด็นหุ้นน่าเลือกลงทุนในเดือนนี้จะเน้นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรจะออกมาดีมีปันผลจ่ายระหว่างกาล หุ้นเด่นที่แนะนำในเดือนสิงหาคม คือ BEC, BJC, HANA, JMT, MAKRO, RJH และ SPALI ด้านแนวรับสำคัญของดัชนีหุ้นไทยในเดือนนี้อยู่ที่ 1,500-1,510 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,480 จุด ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,560 – 1,580 จุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทย เศรษฐกิจ