เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไอแบงก์ เปิดตัวบัตร ‘ปัตตานี เอฟซี’ ใบแรก ชูสิทธิพิเศษ-ส่วนลดจากร้านค้าในพื้นที่
Finance ไอแบงก์ เปิดตัวบัตร ‘ปัตตานี เอฟซี’ ใบแรก ชูสิทธิพิเศษ-ส่วนลดจากร้านค้าในพื้นที่
แอสเซทไวส์ ซื้อหุ้นบ.ลูกชีวาทัย ผุด IROVY บูทีกคอนโด เปิดเกมเร็ว Shortcut ลดต้นทุน ย่นเวลา
Real Estate แอสเซทไวส์ ซื้อหุ้นบ.ลูกชีวาทัย ผุด IROVY บูทีกคอนโด เปิดเกมเร็ว Shortcut ลดต้นทุน ย่นเวลา
ที่ดินนิคมฮอตไม่หยุด ราคาพุ่ง 3% อสังหาฯหลังน้ำท่วม คนรวยแห่ซบภูเก็ต ซื้อบ้านหลังที่ 2
Real Estate ที่ดินนิคมฮอตไม่หยุด ราคาพุ่ง 3% อสังหาฯหลังน้ำท่วม คนรวยแห่ซบภูเก็ต ซื้อบ้านหลังที่ 2
นับคะแนนบอร์ดประกันสังคม 84% ยอดใช้สิทธิกระฉูด ‘นายจ้าง’ โต 630%—‘ผู้ประกันตน’ พุ่ง 420%
News นับคะแนนบอร์ดประกันสังคม 84% ยอดใช้สิทธิกระฉูด ‘นายจ้าง’ โต 630%—‘ผู้ประกันตน’ พุ่ง 420%
สคร.จัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2 แสนล้าน สูงกว่าเป้าเกิน 2 หมื่นล้าน
Finance สคร.จัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2 แสนล้าน สูงกว่าเป้าเกิน 2 หมื่นล้าน
GRAND เร่งแก้ปม ROH เสี่ยงเพิกถอน จ่อสละสิทธิ์เพิ่มทุน 163 ล้าน ดัน Free Float ผ่านเกณฑ์
Finance GRAND เร่งแก้ปม ROH เสี่ยงเพิกถอน จ่อสละสิทธิ์เพิ่มทุน 163 ล้าน ดัน Free Float ผ่านเกณฑ์
‘จุลพันธ์’ ยินดีบอร์ดประกันสังคมใหม่ ยันเลือกตั้งโปร่งใส พร้อมจับมือขับเคลื่อนกองทุน
News ‘จุลพันธ์’ ยินดีบอร์ดประกันสังคมใหม่ ยันเลือกตั้งโปร่งใส พร้อมจับมือขับเคลื่อนกองทุน
‘อีซูซุ’ นักขับมือทอง
Automotive ‘อีซูซุ’ นักขับมือทอง
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 67,250 บาท
เปิดพอร์ตประกันสังคม 3 ล้านล้าน โกยผลตอบแทน 5.7 หมื่นล้าน เปิด 10 หุ้นใหญ่ในพอร์ต
Finance เปิดพอร์ตประกันสังคม 3 ล้านล้าน โกยผลตอบแทน 5.7 หมื่นล้าน เปิด 10 หุ้นใหญ่ในพอร์ต
ดูทั้งหมด

BOI พลิกเกมดึงลงทุนอีวี หนุนตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วน

08 ส.ค. 2564 | 15:17น.

คลัง-บีโอไอ เร่งเครื่องดัน “ฮับ” รถยนต์ไฟฟ้า สรรพสามิตชงโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ พร้อมเข้าบอร์ดอีวี แย้มภาษีอีวีใหม่อาจไม่เป็น 0% หวั่นกระทบจัดเก็บรายได้ของรัฐ ด้านบีโอไอต่ออายุมาตรการส่งเสริมลงทุนรถอีวีอีก 3 ปี พร้อมเพิ่มส่งเสริมลงทุนผลิตชิ้นส่วน “แบตเตอรี่-แพลตฟอร์มช่วงล่าง”

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะทำให้นโยบายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ล่าช้าออกไปบ้าง แต่รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติก็ยังยืนยันที่จะเดินหน้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคต่อไป

โดยความเคลื่อนไหวล่าสุด ปรากฏกรมสรรพสามิตได้ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่ายรถยนต์รอคอยก่อนที่จะมีการตัดสินใจลงทุนผลิตรถยนต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ในขณะที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะขยายการส่งเสริมไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติมจากกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV-PHEV-HEV ที่กำหนดให้ต้องผลิตภายในเวลา 3 ปีนับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริมลงทุน

ภาษีใหม่อาจไม่เป็นร้อยละ 0

นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ได้เตรียมรายละเอียดเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะเสนอคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยจะประกาศมาตรการภาษีสนับสนุนรถไฟฟ้าอีวีได้ภายในปีนี้

“กรมสรรพสามิตได้พิจารณาโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องตัวรถยนต์-แบตเตอรี่ แต่จะต้องทำให้รถยนต์อยู่ร่วมกันได้ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ที่ยังใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ต้องบริหารจัดการเรื่องผลกระทบต่อรายได้รัฐให้สอดคล้องกัน และได้มีการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อให้โครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้าสอดคล้องกัน เพราะปัจจุบัน BOI ให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนคิดอัตราหลายรูปแบบ มีทั้งเก็บอัตราภาษี 2% และการคิดอัตราภาษี 0%” นายลวรณกล่าว

ด้านนายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิตกล่าวว่า ภายใน 1-2 เดือนนี้จะสามารถเสนอมาตรการภาษีสนับสนุนรถไฟฟ้าอีวีให้ ครม.พิจารณาได้ แต่การพิจารณาภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจะต้องไม่กระทบการจัดเก็บรายได้ของกรมด้วย ซึ่งแต่ละปีกรมมีรายได้จากการเก็บภาษีรถยนต์เฉลี่ยปีละ 100,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นภาษีจากรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันเพียง 0.01% เพราะประเทศไทยมีรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ในหลักร้อยคันเท่านั้น

“หากมีการออกมาตรการภาษีสนับสนุนรถไฟฟ้าอีวีแล้ว จะทำให้ภายในปี 2568 ไทยจะมีการใช้งานรถไฟฟ้าทุกประเภทรวม 225,000 คัน” โฆษกกรมสรรพสามิตกล่าว

ส่วนนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมจะเข้าดูเรื่องการลดอากรศุลกากรของยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนเพื่อใช้ในการทดสอบตลาด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาพิกัดอัตราภาษี ว่า สามารถช่วยสนับสนุนในส่วนใดได้บ้าง “จะต้องรอข้อสรุปจากกรมสรรพสามิตว่าจะสามารถลดอัตราภาษีสรรพสามิตเพื่อสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้สอดคล้องกันและจะต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุป” นายพชรกล่าว

ล่าสุด แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า ภาษีรถยนต์อีวีใหม่ที่รัฐบาลมีนโยบายจะส่งเสริมให้เกิดการผลิตในประเทศไทย จะเริ่มใช้ในปีงบประมาณ 2565 ส่วนโครงสร้างภาษีรถยนต์ทั้งระบบจะไปปรับเปลี่ยนในช่วงประมาณปี 2568-2569 หรือรอให้โครงสร้างปัจจุบันครบอายุก่อน “ตอนนี้ภาษีรถยนต์อีวีเป็นศูนย์อยู่ แต่ปี 2565 จะกลับไปที่ 2% โดยอัตราใหม่จะเป็นศูนย์ต่อไปอีกหรือไม่นั้น ก็ต้องพิจารณาโดยอาจจะไม่เป็นศูนย์และไม่ใช่อัตราเดียว เพราะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อรายได้รัฐด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

ชนินทร์ ขาวจันทร์

เพิ่มส่งเสริมชิ้นส่วนรถไฟฟ้า

นายชนินทร์ ขาวจันทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า BOI เตรียมนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการรถยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติให้พิจารณาแนวทางการส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มเติมจากเดิมที่ BOI กำหนดส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแผนงานรวม หรือ package ที่ออกประกาศไปในเดือนพฤศจิกายน 2563

“มาตรการใหม่ที่จะเสนอเพิ่มเติมเข้าไปอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ทำอย่างไรให้ต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าถูกลง โดยกำลังดูอยู่ว่า อาจจะมีเพิ่มมาตรการเกี่ยวกับภาษีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศได้หรือไม่เพราะดูจากสัดส่วนมูลค่าของรถ 40-50% คือค่าแบตเตอรี่และชิ้นส่วน ถ้าแบตเตอรี่ไม่ถูกก็จะลำบาก ทีนี้ในส่วนของแบตเตอรี่ BOI ก็ได้ออกมาตรการไปแล้วเพื่อให้วัตถุดิบที่จะนำมาใช้ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศลดลง และเรายังมองไปที่การส่งเสริมการลงทุนในส่วนของแพลตฟอร์ม (ช่วงล่าง-แบตเตอรี่-ล้อรถยนต์) รถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV ด้วย” นายชนินทร์กล่าว

อย่างไรก็ตามสำหรับชุดมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จะออกมาใหม่จะต้องให้มีสิทธิประโยชน์ไม่ด้อยไปกว่ามาตรการเดิม ซึ่งตอนนี้กำลังพิจารณาขอบเขตของแพลตฟอร์มนี้อยู่ว่าคือรถยนต์ประเภทหนึ่งเพราะแค่แพลตฟอร์มนี้ใส่ล้อสามารถนำไปวิ่งบนถนนได้แล้ว เพียงแต่ว่ามันเป็นแบบเปลือยไม่มีตัวถังครอบ จึงยังไปวิ่งบนถนนไม่ได้เหมือนรถยนต์จริง โดย BOI สามารถให้การส่งเสริมลงทุนตามกฎหมายที่กำหนดไว้

ส่วนมาตรการกระตุ้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยการปรับโครงสร้างภาษีต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาอยู่

“การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฮับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจะต้องดำเนินมาตรการแบบคู่ขนาน ส่วนหนึ่งต้องกระตุ้นตลาดในประเทศด้วยการผลักดันให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ให้หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้านำร่องก่อน อาทิ ไปรษณีย์ไทย-ขสมก.-การไฟฟ้าฯ ควบคู่ไปกับ การทำตลาดส่งออก เพราะตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นตลาดเฉพาะ (nich market) ซึ่งผู้ที่จะนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจะต้องเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณูปโภครองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เช่น มีการลงทุนสถานีชาร์จ

รายใหม่ “เกรท วอลล์-แอบโซลูท”

สำหรับการขอรับส่งเสริมการลงทุนรถอีวีในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน) ของปีนี้ยังคงมีจำนวน 8 โครงการ มูลค่าการลงทุน 1,265 ล้านบาท และได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 15 โครงการ มูลค่าการลงทุน 22,253 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นโครงการการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) มากที่สุด 7 โครงการ มูลค่า 13,693 ล้านบาท รองลงมาเป็นกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (PHEV) 2 โครงการ มูลค่า 4,910 ล้านบาท และกิจการ Traction Mortor 1 โครงการ มูลค่า 1,847 ล้านบาท

“ต้องยอมรับความจริงอยู่ข้อหนึ่งว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ออกมานั้นเป็นการต่ออายุมาตรการของเก่าที่หมดอายุไปก่อนแล้ว (เดือนธันวาคม 2561) ทาง BOI จึงต้องจัดแพ็กเกจขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้เราเป็นฮับ อีกทั้งยังมีสตาร์ตอัพรายใหม่เกิดขึ้นเพื่อผลิตรถไฟฟ้าอยู่ เราก็ควรจะเปิดรับ ดังนั้นจึงออกนโยบายใหม่เพื่อให้ครบทุกโหมดของยานพาหนะไฟฟ้า

ตอนนี้มีรายใหม่ที่เข้ามาแอปพลายตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ก็คือ เกรท วอลล์และแอบโซลูท รถโดยสารไฟฟ้า ส่วนเรือไฟฟ้าก็มีของอีเอ แต่อันนี้เค้าขอทำวิจัยและพัฒนามาก่อนได้ 8 ปี ไม่ต้องมาขอมาตรการใหม่ แค่เพียงแจ้งว่าจะต่อยอดเชิงพาณิชย์เท่านั้น

ส่วน 26 โครงการที่ยื่นขอส่งเสริมลงทุนปี 2562 ล่าสุดตอนนี้มีผู้ทำการตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV แล้ว 2 รายคือ FOMM กับ Tacano กระบะเล็ก ส่วน PHEV มี เบนซ์ บีเอ็มฯ มิตซูบิชิ และนิสสัน” นายชนินทร์กล่าว

ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเรื่อง นโยบายส่งเสริมการลงทุนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า กำหนดให้ กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่เป็นหลัก (Battery Electric Vehicles: BEV) จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และหากมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาก็สามารถได้รับสิทธิเพิ่ม

แต่ถ้ามีขนาดการลงทุนน้อยกว่า 5,000 ล้านบาท จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี และจะได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหากดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น เริ่มผลิตรถยนต์ภายในปี 2565 มีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญเพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐาน มีปริมาณการผลิตจริงมากกว่า 10,000 คันต่อปี

และมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา และถ้ามีโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicles หรือ PHEV ด้วย จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี แต่ต้องผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย 3 ชิ้น

ส่วนสิทธิประโยชน์ของประเภทกิจการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าจะเพิ่มเติมรายการชิ้นส่วนสำคัญอีก 4 รายการ ได้แก่ 1) high voltage harness 2) reduction gear 3) battery cooling system และ 4) regenerative braking system พร้อมทั้งปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้จูงใจมากขึ้นสำหรับกิจการผลิตแบตเตอรี่ที่มีการลงทุนในขั้นตอนที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น โดยให้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่ไม่มีการผลิตในประเทศ ในอัตราร้อยละ 90 เป็นระยะเวลา 2 ปี ในกรณีที่มีขั้นตอนการผลิต module หรือ cell เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาค

อยู่ที่ภาษีสรรพสามิต

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทเอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอ็มจีได้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ไปแล้วจากเป้าหมายการเป็น “ฮับ” 3 ด้าน โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นฮับฐานการผลิตรถยนต์อีวี “ในอีก 2-3 ปีข้างหน้ามีความเป็นไปได้ว่า จะเริ่มเห็นรถยนต์อีวีโมเดลแรกจากโรงงานเอ็มจี ระยอง”

ส่วนบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า อัตราภาษีสรรพสามิตจะเป็นแรงจูงใจหลักที่ค่ายรถจะตัดสินใจลงทุน ตอนนี้เกือบทุกค่ายได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนผลิตรถอีวีอยู่แล้ว เหลือเพียงหาจังหวะที่เหมาะสม

และหากเป็นไปได้ก็อยากให้ภาครัฐโดยเฉพาะกรมสรรพสามิตหันกลับมาพิจารณาโครงสร้างการจัดเก็บภาษีรถยนต์อีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และรถยนต์ไฮบริด ให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน จากปัจจุบันที่ถูกจัดเก็บอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน

ก่อนหน้านี้ นายโมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เคยกล่าวว่า มิตซูบิชิใช้เงินกับโครงการรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริดไปมากกว่า 3,000 ล้านบาท มิตซูบิชิเป็นเจ้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่นโดยมีไอมีฟ ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก เพียงแต่ประเทศไทยระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในการรองรับรถยนต์ไฟฟ้ายังมีข้อจำกัด มิตซูบิชิจึงเลือกชิงธงปลั๊ก-อิน ไฮบริดก่อน “ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก”

ดึงกองทุน SME ประชารัฐช่วย

ด้าน รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาความยั่งยืนและหัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า ปี 2562 ที่ผ่านมา ยอดจดทะเบียนรถใหม่เป็น BEV มีแค่ 2,999 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% เทียบกับยานยนต์จดทะเบียนใหม่ทั้งหมด เเต่มีการเติบโตสูงมากกว่า 90% เมื่อเทียบกับในปี 2561

ก่อนหน้านี้บนเวทีเสวนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ ZEV@35 ยานยนต์ไฟฟ้า 100% ปี ค.ศ. 2035 จุดเปลี่ยนสำคัญอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งจัดโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย เเละบริษัทอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าคาดการณ์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอีก 20 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 140 ล้านคัน จากปี 2562 ที่มีแค่ 10 ล้านคันทั่วโลก

ส่วนประเทศไทยมีแนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าเเห่งชาติได้เสนอให้ตั้งเป้าหมายภายในปี 2573 จะมียอดจดทะเบียนใหม่ภายในประเทศที่เป็นยานยนต์ไร้มลพิษ หรือ Zero Emission Vehicle (ZEV) ในสัดส่วน 100% โดยเร่งผลักดันให้เพิ่มสัดส่วนเป็น 30% ก่อนภายใน 9 ปีจากนี้

ขณะที่นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) กล่าวว่า สมาคมได้ร่วมมือกับกองทุน SME ตามเเนวประชารัฐ เชิญชวนผู้ประกอบการด้านยานยนต์ไฟฟ้าเเละชิ้นส่วนเเจ้งขอรับการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อการขยายเเละพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า

โดยกองทุน SME ตามเเนวประชารัฐคือกองทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับ SMEs ที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและขีดความสามารถสูงขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บีโอไอ BOI รถอีวี