เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
Real Estate กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
กทม. เปิดตัวเลขเยียวยาน้ำท่วม ‘ทางรัฐ’ ผ่านเกณฑ์ 8.8 หมื่นหลังคาเรือน ทะลุ 649 ล้าน
News กทม. เปิดตัวเลขเยียวยาน้ำท่วม ‘ทางรัฐ’ ผ่านเกณฑ์ 8.8 หมื่นหลังคาเรือน ทะลุ 649 ล้าน
ปักหมุดกรุงเทพฯ จัด S.Pellegrino Young Chef เอเชีย เฟ้นตัวแทนลุยรอบโลก 2027
Biz Movement ปักหมุดกรุงเทพฯ จัด S.Pellegrino Young Chef เอเชีย เฟ้นตัวแทนลุยรอบโลก 2027
ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
Business ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
Tech IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
News นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
เปิดหนังสือ สตง. จี้บอร์ด Thai PBS ดำเนินการ ผอ.-ชดใช้ 85.22 ล้าน
Politics เปิดหนังสือ สตง. จี้บอร์ด Thai PBS ดำเนินการ ผอ.-ชดใช้ 85.22 ล้าน
การเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน
News การเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน
นายกฯ เผย IMF-World Bank ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก
Politics นายกฯ เผย IMF-World Bank ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก
IMF-World Bank โอกาสเร่งโชว์ศักยภาพไทย เหตุ สหรัฐฯ ไม่ร่วมภารกิจภายใน
Politics IMF-World Bank โอกาสเร่งโชว์ศักยภาพไทย เหตุ สหรัฐฯ ไม่ร่วมภารกิจภายใน
ดูทั้งหมด

รู้จัก Long covid หายป่วยโควิดแล้วยังมีอาการเรื้อรัง ควรทำอย่างไร ?

17 ม.ค. 2565 | 11:28น.
รู้จัก "ลองโควิด" ภัยแฝงเรื้อรังหลังติดเชื้อโควิด-19

รู้จักภาวะ long covid อาการเรื้อรังในผู้ติดเชื้อโควิดที่รักษาหายแล้ว

วันที่ 5 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พญ.อรกมล อินกองงาม แพทย์ประจำศูนย์ Wellness โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ให้ความรู้เรื่องภาวะ “ลองโควิด” (LONG COVID) ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 รักษาหายแล้ว ระบุว่า เมื่อติดเชื้อโควิด-19 แต่ละคนย่อมมีความรุนแรงของโรคตอนแสดงอาการแตกต่างกันไป เช่นเดียวกับเมื่อหายจากการติดเชื้อ แต่ละคนก็จะมีการฟื้นฟูร่างกายที่ต่างกัน

บางคนหายจากการติดเชื้อแล้วก็กลับมาเป็นปกติเลย แต่บางคนแม้ว่าตอนติดเชื้อจะเป็นไม่หนัก แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่กลับสู่ภาวะสุขภาพที่เคยแข็งแรงตามปกติเสียที ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนแล้วก็ตาม ความรู้สึกนี้เอง เป็นหนึ่งในอาการของ “ลองโควิด” ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาแบบผู้ป่วยนอกประมาณ 35% และในผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องรักษาแบบผู้ป่วยในมากถึง 87%

อาการลองโควิด

พญ.อรกมลกล่าวอีกว่า ลองโควิดหรือ POST-COVID SYNDROME อาจมีอาการคล้าย ๆ เดิมที่เคยเป็นตอนที่ติดเชื้อโควิด-19  หรืออาจจะเป็นอาการใหม่ ที่ไม่เคยเป็นตอนที่ติดเชื้อเลย แน่นอนว่าผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักต้องนอนโรงพยาบาลนาน ๆ อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวมากกว่า แต่อาการ “ลองโควิด” นี้ ยังสามารถเกิดได้ในผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อย หรือแทบไม่มีอาการเลยก็ได้ โดยอาการที่เกิดขึ้นนั้นอาจยาวนานได้ถึง 3 เดือนขึ้นไป โดยอาการที่พบมักมีดังนี้

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ
  • ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม รู้สึกแน่น ๆ หน้าอก
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ สมองไม่สดชื่น ความจำไม่ดีเหมือนเดิม
  • ปวดตามข้อ รู้สึกจี๊ด ๆ ตามเนื้อตัว หรือปลายมือปลายเท้า
  • รู้สึกเหมือนยังมีไข้อยู่ตลอด
  • มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือมีผลกระทบทางจิตใจหลังเผชิญสถานการณ์รุนแรง (Post-Traumatic Stress Disorder)

สาเหตุของภาวะลองโควิด

เพราะการติดเชื้อโควิด-19 นั้น จะนำไปสู่กลไกการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและเกิดการอักเสบในร่างกาย เมื่อร่างกายของผู้ป่วยสามารถกำจัดเชื้อโรคแล้ว ไม่ว่าจะกำจัดได้เอง หรือต้องอาศัยยาต้านไวรัสช่วยก็ตาม แต่ภูมิคุ้มกันและการอักเสบอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง ประกอบกับภาวะทางร่างกายอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนหลังจากได้รับยากดภูมิเป็นเวลานาน

ผลข้างเคียงที่ได้รับจากยาที่จำเป็นต้องใช้รักษา ความเครียดทั้งทางกายทางใจที่ต้องเผชิญระหว่างเจ็บป่วย และยังอาจจะต้องเผชิญต่อไปหลังจากหายป่วยกลับมาบ้านได้แล้ว ทุกอย่างเหล่านี้เมื่อรวมกันแล้วก็ส่งผลให้การติดเชื้อโควิด-19 ไม่ได้หายเป็นปลิดทิ้งอย่างที่ควรเป็น

เมื่อหายจากโควิดแล้วควรทำอย่างไร ?

แม้จะหายดีกลับบ้านได้แล้ว ถ้าหากเกิดมีอาการผิดปกติชัดเจน เช่น ไข้สูง ไอมาก หอบเหนื่อย เจ็บแน่นหน้าอก หน้ามืดเป็นลม แขนขาอ่อนแรง ควรมาตรวจแยกโรคก่อนว่ามีภาวะเร่งด่วนที่ต้องดูแลรักษาทันทีหรือไม่ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย มีลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ หรือว่าอาจเป็นโรคที่เกิดขึ้นใหม่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 เลยก็ได้

ผู้ป่วยที่มีปอดอักเสบรุนแรง ต้องได้รับยาต้านไวรัส นอนโรงพยาบาลนาน ๆ ต้องได้รับออกซิเจน หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ ควรได้รับการดูแลต่อเนื่องจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินหายใจร่วมกับทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟู

ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือเพิ่งตรวจพบโรคประจำตัวใหม่ตอนเข้ารับการรักษาโควิด-19 เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ ก็ควรกลับเข้ามารับการประเมินสุขภาพให้ครบถ้วนอีกครั้งหนึ่ง และควรรับการรักษาโรคประจำตัวนั้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง หรือมีอาการเล็กน้อย เมื่อหายจากการติดเชื้อแล้วควรสังเกตอาการของตนเอง หากรู้สึกว่าร่างกายยังอ่อนเพลีย ฟื้นตัวได้ไม่เท่าเดิม อาจจะลองมาตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อเช็กผลเลือด เอกซเรย์ปอด ค่าตับ ค่าไต ค่าสารอักเสบต่าง ๆ รวมถึงระดับวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย

เพื่อวางแผนในการดูแลและฟื้นฟูตัวเองให้ร่างกายกลับมามีประสิทธิภาพดังเดิม ทำให้ร่างกายแข็งแรงยิ่งขึ้น ลดโอกาสป่วยง่ายและติดเชื้อซ้ำ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และอาจพิจารณาวิตามินเสริม ถ้าหากประเมินแล้วว่าอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

ผู้ป่วยที่มีความเครียด อ่อนล้า ปัญหาเรื่องการนอนที่สะสมมาตั้งแต่ตอนที่ติดเชื้อ สามารถติดต่อพูดคุยกับจิตแพทย์เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ค่อย ๆ กลับมาดีดังเดิมได้

หลังจากติดเชื้อโควิด-19 ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานต่อไวรัสโควิด-19 ขึ้นมา โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก ทำให้โอกาสติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำมีน้อยมาก แต่ภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาตินี้ ก็จะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างครบถ้วน วางแผนในการรับวัคซีนให้ครบหลังจากติดเชื้อแล้ว 3 เดือน

โดยปัจจุบันสามารถตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-19 หลังจากการติดเชื้อหรือฉีดวัคซีนได้แล้ว แม้จะยังไม่มีข้อตกลงถึงค่าที่ชัดเจนว่า ต้องสูงแค่ไหนถึงจะป้องกันการติดเชื้อได้จริง และค่าที่สูงก็ไม่อาจการันตีได้ว่าจะไม่ติดเชื้อซ้ำ แต่ก็อาจบอกแนวโน้มของการสร้างระดับภูมิคุ้มกันได้ในผู้ที่ต้องการทราบค่าภูมิคุ้นกันต่อโควิด-19 ของตนเอง

ทั้งนี้ ยังกล่าวต่อว่า อาการลองโควิด เป็นผลจากความผิดปกติภายในร่างกาย เนื่องจากร่างกายยังฟื้นฟูไม่เต็มที่ ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดจึงควรให้ความสำคัญกับการสังเกตอาการตนเอง พบแพทย์เพื่อประเมินสภาพร่างกาย และวางแผนการฟื้นฟูที่ถูกต้อง เนื่องจากอาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ระยะยาวและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง รวมถึงปล่อยนานเกินไป อาจเป็นอันตรายได้

กลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะลองโควิด

เว็บไซต์ โรงพยาบาลพญาไท เปิดเผยว่า จากผลการติดตามผู้ป่วยโควิด-19 ในเมืองเลสเตอร์ จำนวนกว่า 1,000 ราย พบว่า โอกาสเกิดภาวะลองโควิดจะเพิ่มสูงขึ้นในผู้ป่วยหญิงอายุ 40-60 ปี ที่มีโรคประจำตัว อย่างโรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคหอบหืด และโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ในขณะที่ตัวเลขสถิติจาก The COVID Symptom Study app พบว่า ภาวะลองโควิดสามารถส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่มีอายุ 18-49 ปี ได้ประมาณ 10% และเพิ่มสูงถึง 22% ในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และยังพบความเชื่อมโยงของความเสี่ยงที่สูงขึ้นในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว อย่างโรคหอบหืดอีกด้วย

สำหรับกลุ่มเสี่ยงในการเกิดภาวะลองโควิดนั้น ยังถือว่าเป็นเพียงการศึกษาวิจัยในระยะต้น ตัวเลขอายุ…ประเภทของโรคประจำตัว จึงอาจยังไม่ใช่คำตอบที่ยืนยันกลุ่มเสี่ยงได้เฉพาะเจาะจง และในขณะเดียวกัน ผู้ป่วยที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงสูงในผลการศึกษา ก็อาจมีโอกาสเผชิญกับภาวะลองโควิดนี้ได้

ส่งผลต่อระบบไต

วานนี้ (5 ก.ย.) นายแพทย์อนุตตร จิตตินันท์ ได้เปิดเผยข้อมูลการทำงานของระบบไตในผู้ป่วยโควิด-19 ที่หายแล้ว ผ่านทางเฟซบุ๊ก Anutra Chittinandana ระบุว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่หายป่วยแล้ว ควรติดตามการทำงานของไตอย่างต่อเนื่องนะครับ

มีรายงานก่อนการตีพิมพ์ (ahead of print) ข้อมูลที่น่าสนใจเรื่องผลกระทบต่อไตในผู้ป่วยโควิด-19 ระยะยาว (Kidney Outcomes in Long COVID) ลงใน Journal of the American Society of Nephrology เป็นการศึกษาเปรียบเทียบทหารผ่านศึกอเมริกันที่รอดชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 89,216 ราย เปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่เป็นโควิด-19 จำนวน 1,637,467 ราย ติดตามไป 6 เดือน

พบว่าการเกิดไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury, AKI), การลดลงของอัตราการกรองของไต (eGFR decline), โรคไตระยะสุดท้าย (End Stage Kidney Disease, ESKD) และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์สำคัญต่อไต (Major Adverse Kidney Events, MAKE) ซึ่งหมายถึง การลดลงของอัตราการกรองของไตมากกว่า 50% หรือ ESKD หรือเสียชีวิต เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยที่หายป่วยจากโควิด-19 โดยเฉพาะผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลและนอน ICU และเพิ่มขึ้นมากในผู้ป่วยที่มีปัญหา AKI ขณะที่ป่วยเป็นโควิด-19

อัตราการกรองของไตที่ลดลงในช่วง 30 วัน ในผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่ได้นอน รพ. -3.26 (-3.58, -2.94), นอน รพ. -5.20 (-6.24, -4.16) และนอนใน ICU -7.69 (-8.27, -7.12) mL/min/1.73sq.m. เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นโควิด-19

อาการอาจยาวนานถึงหนึ่งปี

วันที่ 28 สิงหาคม 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The Lancet ซึ่งวิจัยเรื่องภาวะเรื้อรังหลังติดเชื้อโควิดผ่านทางเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า อัพเดตเรื่อง “Long COVID”

มีการศึกษาระยะยาว 12 เดือน ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The Lancet วันที่ 28 สิงหาคม 2021
ติดตามผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในประเทศจีน จำนวน 1,276 คน โดยทำการสอบถาม ตรวจร่างกาย และตรวจทางห้องปฏิบัติการ ณ 6 เดือน และ 12 เดือน และทำการเปรียบเทียบกับกลุ่มคนปกติที่ไม่ได้เป็นโควิด-19
อายุเฉลี่ย 59 ปี (ค่ามัธยฐาน) โดยมีตั้งแต่อายุ 49-67 ปี เพศชายมากกว่าหญิงเล็กน้อย (53% vs 47%)
ณ 6 เดือน มีคนที่ยังมีอาการคงค้างอย่างน้อย 1 อย่าง สูงถึง 68% และยังคงมีอาการคงค้างอยู่ ณ 12 เดือน ถึง 49%

แม้จะติดตามไปถึง 12 เดือน ก็ยังพบว่า มีคนที่มีอาการเหนื่อยหรือหายใจลำบากกว่าปกติ สูงถึง 30% และมีอาการเครียดหรือซึมเศร้าราวหนึ่งในสี่

ทั้งนี้ คนที่เคยป่วยระดับปานกลาง แม้รักษาหายแล้ว ก็พบว่ามีคนที่ยังคงมีปัญหาผิดปกติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนออกซิเจนของปอด มากถึง 30% ในขณะที่หากเคยป่วยวิกฤต จะพบได้ถึง 54% เพศหญิงจะมีโอกาสที่มีอาการคงค้างประเภทอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง เครียด ซึมเศร้า และความผิดปกติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนออกซิเจนของปอด มากกว่าเพศชาย ตั้งแต่ 1.43-2.97 เท่า

งานวิจัยข้างต้น ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาระยะยาวของการติดเชื้อโรคโควิด-19 ว่า พบได้บ่อยถึงราวครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย และอาการคงค้างนั้นยาวนานไปเป็นปี และอาจนานกว่านั้นหากมีการติดตามต่อไป
สอดคล้องกับในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีการสำรวจเมื่อ 4 กรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ป่วยโควิดที่มีอาการคงค้างอย่างน้อย 945,000 คน โดยเป็นเด็กอายุ 2-16 ปี ราว 34,000 คน

ทั้งยังพบอาการทางจิตเวช เครียด ซึมเศร้า, ระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ฯลฯ สำหรับไทยเรา สถานการณ์การระบาดที่รุนแรง จนมีจำนวนติดเชื้อกว่าล้านคน ตายไปกว่าหมื่นคน คาดว่าจะมีจำนวนคนที่มีอาการคงค้าง หรือ Long COVID จำนวนมาก ที่กำลังประสบภาวะนี้ ระบบสาธารณสุขของประเทศจำเป็นต้องมีการจัดระบบบริการดูแลรักษา และติดตามประเมินในระยะยาว เพราะเรื่องนี้ย่อมบั่นทอนสถานะสุขภาพของประชาชน และส่งผลต่อผลิตภาพโดยรวมของประเทศ

ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ลดโอกาสเสี่ยง

วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา King’s College London เปิดเผยงานวิจัยว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิดครบ นอกจากจะช่วยลดโอกาสติดเชื้อและความรุนแรงของโรค อีกทั้งยังลดโอกาสเกิดภาวะลองโควิดได้เกือบ 50% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Infectious Diseases พบว่า ในกรณีที่ไม่น่าจะติดเชื้อโควิด-19 หลังจากฉีดวัคซีนซ้ำ 2 ครั้ง ความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระยะยาวลดลงเกือบครึ่ง นอกจากนี้ยังมีการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลน้อยลง (มีโอกาสน้อยกว่า 73%) และมีอาการเฉียบพลันลดลง (31%) ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนครบถ้วน

นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมาจากแอปพลิเคชั่น UK Zoe Covid Study ซึ่งติดตามอาการ การฉีดวัคซีน และการตรวจหาเชื้อโควิดที่ประชาชนรายงานเข้ามาระหว่างเดือนธันวาคม 2020 ถึง เดือนกรกฎาคม 2021 แอปนี้ได้ติดตามข้อมูลสุขภาพของผู้ใหญ่มากกว่า 1.2 ล้านคน ที่ได้รับเชื้อโควิด 1 ครั้ง และ 971,504 คน ที่ได้รับเชื้อโควิด 2 ครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว

พบว่า จากจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนต้านครบถ้วนแล้ว 592 คน และให้ข้อมูลต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือน มีผู้ที่มีอาการ Long covid จำนวน 31 คนหรือคิดเป็น 5% ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนต้านโควิดเลย มีอาการ Long covid ประมาณ 11% ขณะที่ผู้ป่วยโควิด ที่มีอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย ก็สามารถมีอาการ Long covid ได้เช่นกัน

ดร.แคลร์ สตีฟ หัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า หากมองในแง่ของภาระที่ผู้ป่วยต้องดูแลตัวเองจากอาการ Long covid ผลการศึกษานี้เป็นข่าวดี ที่พบว่าการฉีดวัคซีน 2 เข็ม สามารถลดความเสี่ยงการเกิด Long covid ได้

กระทบความจำ-เหนื่อยล้า

วันที่ 17 มกราคม 2565 รศ.นพ.ธีระ ได้กล่าวถึงอาการ Long COVID ระบุว่า งานวิจัยล่าสุดโดย Ceban F และคณะ ทำการทบทวนข้อมูลวิชาการอย่างเป็นระบบ และวิเคราะห์อภิมานเพื่อตอบคำถามว่า คนที่ป่วยเป็นโควิด-19 แล้วมีอาการคงค้าง หรือ Long COVID นั้น จะมีอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย (fatique) และมีปัญหาด้านความจำ (cognitive impairment) มากน้อยเพียงใด ? และนานเพียงใด ?

ผลการศึกษาจากงานวิจัยกว่า 80 ชิ้น พบว่า คนที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 จะมีโอกาสเป็น Long COVID โดยมีอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ถึง 1 ใน 3 และมีปัญหาด้านความจำ ราว 1 ใน 5 ผู้หญิงพบอาการ Long COVID ดังกล่าว มากกว่าผู้ชายราว 1.5 เท่า ผู้ใหญ่พบอาการ Long COVID ดังกล่าว มากกว่าเด็ก 3 เท่า

ผู้ป่วยที่มีอาการ Long COVID ดังกล่าว 1 ใน 3 มีอาการที่ติดตามน้อยกว่า 6 เดือน อีก 1 ใน 3 ก็พบได้ยาวนานกว่า 6 เดือน โดยยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด เนื่องจากข้อจำกัดในการติดตามผลของแต่ละงานวิจัย

ที่สำคัญคือ อาการ Long COVID นั้น พบว่าเกิดได้ในคนที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ทั้งที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (non-hospitalized) และที่ป่วยจนต้องรักษาในโรงพยาบาล (hospitalized)

ทั้งนี้ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ทีมวิจัยทบทวนบ่งชี้ว่า มีการตรวจพบสารเคมีในเลือด ที่บ่งถึงกระบวนการอักเสบอย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนที่เป็น Long COVID ซึ่งน่าจะมีส่วนอธิบายอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น และอาจสะท้อนถึงโอกาสที่จะทำให้เกิดปัญหาในระบบต่าง ๆ ของร่างกายในระยะยาวได้

ด้วยข้อมูลวิชาการที่มีในปัจจุบัน ย้ำว่า ควรป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากเสมอสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เลี่ยงที่แออัด ระบายอากาศไม่ดี งดปาร์ตี้สังสรรค์กับคนอื่น พบคนน้อยลงสั้นลง อยู่ห่าง ๆ

หากไม่สบายคล้ายหวัด เจ็บคอ ไอ ไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ ควรรีบตรวจหาโควิดด้วย

“ไม่ติดเชื้อ ย่อมดีที่สุด”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้ติดเชื้อโควิด-19