เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
Finance เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
Economic น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

สายการเดินเรือโขกค่าฟีน้ำมัน ทุบซ้ำส่งออก-นำเข้าต้นทุนพุ่ง

15 พ.ย. 2564 | 08:37น.

ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 4 แสนล้านสะเทือน ส.ขนส่งตู้รายย่อย “TIFFA” ชี้ส่งออกปี’65 ฟื้น ดีมานด์ตู้คอนเทนเนอร์พุ่งเท่าก่อนโควิด สายเรือต่างชาติอ้างน้ำมันแพง โขก “ค่าเซอร์ชาร์จน้ำมัน” เพิ่มตู้ละ 2 พันเหรียญสหรัฐ ซ้ำเติมปัญหาเก่าตู้ขาด-ค่าระวางพุ่ง 300% เรือดีเลย์เทียบท่าต้องเผื่อเวลาขนส่งกระทบทั้งซัพพลายเชน จับตา “เครื่องมือแพทย์-ไฮเทค” ขึ้นราคา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาต้นทุนการขนส่งสินค้าทางเรือฉุดรั้งการส่งออกยังเป็นปัจจัยกระทบที่ต้องจับตามองต่อเนื่องถึงปี 2565 แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคมจะยื่นมือเข้าช่วยด้วยการอนุญาตให้เรือคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ความยาว 400 เมตรสามารถเข้าเทียบท่าในประเทศไทย เพื่อนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์เปล่ามาบรรเทาปัญหาขาดแคลนตู้ส่งออกในช่วงที่ผ่านมา

โดยมูลค่าขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ประเทศไทยตกปีละ 1.2 ล้านล้านบาท แยกเป็นการขนส่งระหว่างประเทศสัดส่วนสูงถึง 30-40% หรือ 3.6-4.8 แสนล้านบาท/ปี

ล่าสุด เทรนด์การขนส่งทางทะเลในปี 2565 ยังเต็มไปด้วยปัจจัยลบรอบด้าน โดยเฉพาะการประกาศปรับขึ้นค่าระวางเรือหรือค่าเฟรต (freight) ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ โดยบริษัทเรือต่างชาติมีการประกาศอัตราค่าระวางเรือในเส้นทางขนส่งหลักของโลกทุกปี และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ (surcharge) ซึ่งถือเป็นต้นทุนผันแปรที่จะเรียกเก็บในยุควิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งภายใต้สถานการณ์โควิดพบว่าเส้นทางขนส่งไทย-ยุโรปมีการเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จน้ำมันเพิ่ม 2,000 เหรียญสหรัฐ/ตู้

ค่าระวางเรือนิวไฮรอบ 100 ปี

นายวิฑูรย์ สันติบุญญรัตน์ นายกสมาคมผู้รับจัดการขนสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA-Thai International Freight Forwarders Association) ผู้ประกอบการรับจัดการขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ให้กับผู้ส่งออกรายย่อย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์โควิดส่งผลกระทบต่อการขึ้นค่าระวางเรือในช่วง 2 ปี (2563-2564) จะเห็นว่าค่าเฟรตมีการปรับขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 1/64 ไม่ต่ำกว่า 200-300% เช่น การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เส้นทางไทย-สหรัฐสำหรับตู้ 40 ฟุต (ตู้ FEU-forty equivalent unit) จากเดิม 5,000 เหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 15,000 เหรียญสหรัฐ

“ถือว่าสูงสุดในรอบ 1 ศตวรรษ ค่าขนส่งแพงแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคยปรับขึ้นถึง 100 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ก็ไม่ได้มีการปรับค่าเรือร้อนแรงขนาดนี้ คาดว่าปีนี้ปีหน้าค่าขนตู้ส่งออกยังได้รับผลกระทบโควิดรุนแรง ทั้งค่าระวางเรือแพง และการแย่งตู้เปล่าของผู้ส่งออกไทยกับจีน”

ทั้งนี้ แนวโน้มไตรมาส 4/64 ประเมินว่าความต้องการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ส่งออก-นำเข้าจะฟื้นตัวกลับไปเทียบเท่ากับยุคก่อนโควิดในปี 2562 และดีมานด์จะสูงขึ้นเป็นลำดับในปี 2565 เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าทั่วโลกทั้งสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งขณะนี้มีความเชื่อมั่นจากการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ทำให้สามารถกลับมาทำธุรกิจและใช้ชีวิตได้ตามปกติมากขึ้น จึงมีความต้องการสินค้าส่งออกจากไทยเพิ่มขึ้น ถือเป็นไฮซีซั่นของการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางอากาศ โดยเฉพาะดีมานด์ช่วงตรุษจีนในปลายเดือนมกราคม 2565

ท่าเรือแออัด-เพิ่มค่า THC

“เทรนด์การฟื้นตัวของดีมานด์ขนส่งทางเรือทำให้สร้างปัญหาต้นทุนค่าขนส่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผ่านมาผู้ส่งออกไทยเผชิญปัญหาขาดแคลนตู้เปล่าที่จะนำมาขนสินค้าส่งออกอยู่แล้วและยังแก้ไม่ตก ในช่วงไฮซีซั่นตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไปกำลังมีปัญหาใหม่งอกขึ้นมา เพราะสถานการณ์โควิดแม้รัฐบาลทุกประเทศในโลกมีนโยบายเปิดประเทศแต่ก็ยังมีมาตรการควบคุมโควิด ณ ท่าเรืออยู่ดี ทำให้เกิดปัญหาท่าเรือแออัด”

นายวิฑูรย์ยกตัวอย่าง LA Long Beach ซึ่งเป็นท่าเรือหลักในการขนส่งสินค้าป้อนตลาดแถบเวสต์โคสต์ของสหรัฐ พบว่าขณะนี้มีเรือจอดค้างรอเทียบท่า 50 ลำ ทำให้การรอคิวจากเดิมใช้เวลา 2-3 วันต้องเพิ่มเป็น 7-10 วัน เนื่องจากสหรัฐเพิ่งฟื้นจากสถานการณ์โควิด ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในท่าเรือ

โดยนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ต้องประกาศให้ท่าเรือ LA Long Beach ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องหยุด 7 วัน และประกาศเรียกเก็บค่า THC-terminal handling charge หรือค่าภาระหน้าท่าเพิ่มอีก 100 เหรียญสหรัฐ/ตู้/วัน หากมีการขนส่งสินค้าเข้า-ออกท่าช้าเกินเวลากำหนด วัตถุประสงค์เพื่อลดความแออัดหน้าท่าโดยตรง มีผลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

ซัพพลายเชนส่งออกสะเทือน

“นอกจากท่าเรือในสหรัฐแล้ว ทางฝั่งยุโรปที่เป็นท่าเรือหลักในอังกฤษ และประเทศในอียูต่างก็ประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน แต่ความรุนแรงจะแตกต่างกันไป ปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังและปรับตัวสำหรับผู้ส่งออกไทยคือท่าเรือปลายทางแออัดทำให้ตารางขนส่งทางเรือต้องเพิ่มเวลามากกว่าเดิม ซึ่งเท่ากับกระทบซัพพลายเชนสินค้าส่งออกทั้งระบบโดยอัตโนมัติ”

โดยผู้ส่งออกไทยต้องทำตั้งแต่การปรับแผนบริหารจัดการสต๊อก (inventory plan) เพราะปัญหาซัพพลายเชนไม่ใช่แค่ขนสินค้าเข้า-ออกที่ท่าเรือ กรณีสหรัฐแม้ในท่าเรือทำงาน 24 ชั่วโมง 7 วัน แต่ปัญหาขาดแรงงาน คนขับรถไม่มี ทำให้มีปัญหาการกระจายสินค้า (distribution) ส่งต่อไปตามมลรัฐต่าง ๆ ล่าช้าออกไป

ปัจจุบันตู้คอนเทนเนอร์ไทยไปสหรัฐมี 2 เส้นทางหลัก 1.ขนตู้ขึ้นเรือฟีดเดอร์จากท่าเรือแหลมฉบังไปถ่ายลำที่ท่าเรือหลักสิงคโปร์ โดยใช้เส้นทางเดินเรือสิงคโปร์-เกาหลี หรือญี่ปุ่น-แอลเอ 2.ขนตู้ขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง-ฮ่องกง-ไต้หวัน-เกาหลี หรือญี่ปุ่น-แอลเอ ถ้าหากเจอปัญหาท่าเรือแออัดทำให้เสียเวลาท่าเรือละ 3 วัน เท่ากับสินค้าส่งออกจากไทยกว่าจะถึงแอลเอต้องดีเลย์ 15-20 วัน ดังนั้น ผู้ซื้อ-ผู้ขายจำเป็นต้องตกลงเงื่อนไขการขนส่งสินค้าไปสหรัฐโดยบวกเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น จากเดิม 1 เดือนอาจต้องขยายเป็น 2 เดือน

“ที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพราะไม่คิดว่าโควิดจะลากยาว แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว”

อย่างไรก็ตาม การวางแผนส่งมอบสินค้าลงเรือขึ้นอยู่กับ “เทอมการขาย” ซึ่งมีอยู่ 2 ออปชั่นคือ 1.FOB-free on board (ค่าสินค้าไม่รวมระวางเรือ) กรณีนี้ผู้ส่งออกไทยส่งมอบสินค้าลงเรือ ค่าขนส่งผู้นำเข้ารับภาระไป 2.CNF หรือ C&F-cost & freight (ค่าสินค้ารวมค่าระวางเรือ) ปกติผู้ส่งออกรายใหญ่จะเลือกออปชั่นนี้เนื่องจากมีปริมาณขนส่งสินค้าสูง คุ้มค่าที่จะบริหารค่าขนส่งเอง ส่วนผู้ส่งออกรายย่อยมักจะเลือกใช้แบบ FOB เพราะปริมาณสินค้าต่อตู้มีน้อยกว่า

“ประเด็นคือ สถานการณ์โควิดนอกจากค่าระวางแพงแล้ว ที่สำคัญมีการขาดแคลนตู้เปล่าอย่างรุนแรง ผู้นำเข้าประเทศปลายทางจึงตัดปัญหาโยนเผือกร้อน เลือกใช้ออปชั่น C&F ทำให้ผู้ส่งออกไทยต้องเป็นคนจัดการค่าระวางเรือรวมไปในราคาสินค้า เพราะฉะนั้น การวางแผนต้องแม่นยำทั้งเรื่องบริหารเวลา และควบคุมค่าใช้จ่ายพิเศษไม่ให้ต้นทุนสูงจนขายสินค้าแล้วไม่เหลือกำไร”

คิดค่าน้ำมัน 500-2,000 เหรียญ

นายวิฑูรย์กล่าวถึงการเรียกเก็บเซอร์ชาร์จ หรือค่าธรรมเนียมพิเศษด้วยว่า ล่าสุด บริษัทเรือประกาศเรียกเก็บเซอร์ชาร์จน้ำมัน โดยอ้างอิงต้นทุนตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเซอร์ชาร์จน้ำมันจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามแต่ละเส้นทาง อาทิ marine fuel recovery, peak season surcharge, bunker surcharge เป็นต้น โดยสายเรือยุโรปเรียกเก็บเซอร์ชาร์จเพิ่มตู้ละ 2,000 เหรียญสหรัฐ, บางสายเรือยุโรปเก็บเซอร์ชาร์จตู้ละ 520 เหรียญสหรัฐ บวกเพิ่มจากค่าเฟรตตู้ละ 18,000 เหรียญสหรัฐ ทำให้ต้องปรับขึ้นราคาสินค้าปลายทาง

“แนวโน้มปีหน้าต้องติดตามค่าเฟรตจะปรับขึ้นอีกเท่าไร ก่อนหน้านี้ TIFFA ได้เข้าไปหารือกับตัวแทนสถานทูตสหรัฐถึงแนวทางแก้ปัญหาค่าขนส่งทางเรือ แต่ต้องยอมรับว่าผู้ส่งออกและผู้นำเข้าไม่มีอำนาจต่อรองกับสายการเดินเรือเลย เพราะเป็นการแข่งขันเสรี โดยบริษัทเรือต่างชาติที่ให้บริการผู้ส่งออกไทย อาทิ บริษัท Maersk จากยุโรป, ซีเอ็มเอ, คอสโก้ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน, แพคลอย, เอ็มเอสซี, เอฟเวอร์กรีนของไต้หวัน, หยางมิง, OOCL ของฮ่องกง”

นำเข้าไฮเทค-การแพทย์อ่วม

นายวิฑูรย์กล่าวว่า การขนส่งสินค้าทางเรือในยุคโควิด ส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ส่งออกรายกลาง-รายย่อยที่ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าระวางแพง ค่าเซอร์ชาร์จต่าง ๆ ซึ่งทำให้ต้นทุนขนส่งสูงกว่ามูลค่าสินค้า หากไม่ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากรัฐบาลอาจต้องชะลอออร์เดอร์ส่งออกหรือต้องหยุดกิจการในที่สุด

“ค่าเฟรตแพงขึ้นกระทบ 2 ขา คือ ส่งออกและนำเข้า ฉะนั้น วัตถุดิบนำเข้าก็กระทบด้วยเช่นกัน ซึ่งสินค้าหมวดอุปกรณ์การแพทย์และสินค้าไฮเทคซึ่งมีการนำเข้าสูงคาดว่าจะมีการปรับราคาขึ้นแน่นอนเพราะต้นทุนขนส่งขาเข้าแพงขึ้น”

ลด VAT 0% อุ้มสภาพคล่อง

สำหรับข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อบรรเทาผลกระทบการขนส่งทางทะเล นายวิฑูรย์กล่าวว่า TIFFA ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังขอให้ยกเว้น VAT 7% เหลือ 0% เพื่อให้สามารถแข่งขันด้านราคา และส่งเสริมไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในอาเซียน โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าถ่ายลำโดยใช้ไทยเป็นฮับเพื่อส่งต่อไปประเทศที่ 3

“การลด VAT 0% สำหรับบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจะไม่กระทบต่อรายได้จัดเก็บภาษีของรัฐบาล เพราะผู้ส่งออกจ่าย VAT 7% ผ่านเฟรตฟอร์เวิร์ดเดอร์และให้เรานำส่งเป็นรายได้รัฐ จากนั้นผู้ส่งออกก็ไปยื่นเรื่องของคืน VAT 7% จากรัฐบาลในภายหลังอยู่แล้ว แต่การจ่าย VAT 7% ในครั้งแรกกลายเป็นเพิ่มต้นทุนค่าขนส่ง จากค่าเฟรต 15,000 เหรียญก็เพิ่มเป็น 16,000 เหรียญทันที ดังนั้น การลด VAT 0% จึงเป็นการช่วยสภาพคล่องให้กับผู้ส่งออกโดยตรง” นายวิฑูรย์กล่าว