เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

คิดให้ไว…เปลี่ยนให้เร็ว กุญแจความสำเร็จ “รพ.สมิติเวช”

19 พ.ย. 2564 | 09:50น.
นพ.สุรพงษ์ ลูกหนุมารเจ้า รพ.สมิติเวช
สัมภาษณ์

 

ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศว่า “บีดีเอ็มเอส” หรือ “กรุงเทพดุสิตเวชการ” เป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ชั้นแนวหน้า ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มโรงพยาบาลทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ รพ.กรุงเทพ, รพ.สมิติเวช, รพ.พญาไท, รพ.เปาโล, รพ.บีเอ็นเอช และ รพ.รอยัล ในกัมพูชา

รวมทั้งสิ้นกว่า 49 สาขา 8,600 เตียง และติดอันดับ 1 ใน 5 ของผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนของโลก ในด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ขณะที่ รพ.สมิติเวช และ รพ.บีเอ็นเอชเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของเครือ โดยเฉพาะการจับกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เริ่มทยอยเข้ามาหลังภาครัฐเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “นพ.สุรพงษ์ ลูกหนุมารเจ้า” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและโครงการกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชและบีเอ็นเอช บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ในเครือ BDMS ถึงความท้าทายธุรกิจโรงพยาบาลในยุคโควิด-19 รวมถึงแนวทางในการปรับตัวเพื่อฝ่าวิกฤต เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไป ดังนี้

ดิจิทัลเฮลท์ S-curve ใหม่

นพ.สุรพงษ์เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการฉายภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนว่า วิกฤตการณ์โควิดทำให้ธุรกิจเฮลท์แคร์ต้องปรับตัวอย่างหนัก ตลาดกลุ่มเมดิคอลฮับ หรือกลุ่มคนไข้ที่เป็นลูกค้าชาวต่างประเทศหายไป จากข้อจำกัดด้านการเดินทางและความกังวลในด้านการติดเชื้อ ส่งผลให้ในช่วงเกิดการระบาดโควิดหนัก ทางกลุ่มสมิติเวชและบีเอ็นเอชต้องหันมาโฟกัสกลุ่มคนไทยและกลุ่มที่อยู่ในประเทศไทยแทน ขณะที่กลุ่ม fly in หรือคนไข้ชาวต่างประเทศยังไม่กลับมา

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีประกาศเปิดประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พ.ย. เป็นสัญญาณบวกเอื้อกลุ่มคนไข้จากต่างประเทศทั้งคนไข้เก่าและคนไข้ใหม่เริ่มกลับมาอีกครั้ง ปัจจัยหลักมาจากคนไข้ที่อั้นมานาน หลังจากช่วงการแพร่ระบาดอย่างหนักทำให้การเดินทางระหว่างประเทศหยุดชะงักลงทันที

ทว่า ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโรงพยาบาล คือ การดำเนินงานในรูปแบบ living with COVID-19 ดังนั้น เครือสมิติเวชและบีเอ็นเอชจึงเพิ่มโฟกัสไปที่การอยู่ร่วมกับโควิดอย่างปลอดภัย ผ่านการเตรียมการ 2 ประการ ได้แก่ 1.การสร้างมาตรการป้องกันโควิดอย่างรัดกุมในทุกมิติ เพื่อไม่ให้เกิดคลัสเตอร์การระบาดในสถานพยาบาล เพื่อทำให้ผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจในการใช้บริการ ที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้ให้พนักงานทุกรายฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบ 3 เข็ม ควบคู่กับการตรวจ ATK ทุก ๆ สัปดาห์

และ 2.ดิจิทัลเฮลท์ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันการรักษาไม่จำกัดอยู่เพียงการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น โควิดทำให้เกิดการดิสรัปชั่นธุรกิจเฮลท์แคร์ให้เคลื่อนสู่ความเป็นดิจิทัลเร็วขึ้น บริษัทนำบริการ virtual hospital ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ที่เปิดให้บริการมา 3-4 ปี เข้าใช้มากขึ้น

โดย virtual hospital เป็นอีกส่วนหนึ่งในการดึงลูกค้าเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มของเรามากขึ้น เพื่อเกิดการสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีการเปิดประเทศ ทำให้มีกลุ่มลูกค้า อาทิ เนปาล ติดต่อเข้ามาทันที เป็นเพราะเราคีฟช่องทางติดต่อลูกค้าไว้อยู่แล้ว ส่งผลให้ที่ผ่านมาช่องทางออนไลน์มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอยู่ที่ 200% ทำให้สัดส่วนรายได้ออนไลน์เพิ่มเป็น 15% จากเดิมที่อยู่ที่ราว 7%

ขณะที่บริษัทมีข้อได้เปรียบด้านการมีแพลตฟอร์มดิจิทัลเฮลท์เป็นของตนเอง จึงส่งเสริมแพลตฟอร์มของ รพ.ให้มีความเป็นออมนิแชนเนลเพิ่มขึ้น หรือผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ หรืออาจกล่าวได้ว่าอนาคตดิจิทัลเฮลท์จะเป็น S-curve ต่อไปของเรา

ปรับเปลี่ยนเร็วกุญแจสู้โควิด

นพ.สุรพงษ์ยังกล่าวถึงยุทธศาสตร์สำคัญในการฝ่าความท้าทายอย่างรอบด้านของธุรกิจ รพ. ทั้งการอยู่ร่วมกับโควิด และกำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังกลับมาไม่เต็มที่ว่า แต่ละโรงพยาบาลย่อมมีสมรภูมิตลาดที่แตกต่างกัน แต่หัวใจสำคัญคือการอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้ ผ่านการเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เร็ว ตามสถานการณ์ที่มีความผันผวนตลอดเวลาให้ทันท่วงที บนความท้าทายในสมมุติฐานอาจมีการระบาดระลอกที่ 5 ตามมา แม้จะมีการเปิดประเทศไปแล้วก็ตาม

โดยหลัก ๆ ต้องมีการคาดการณ์สถานการณ์หลายซีนาริโอ เช่น หากเกิดการแพร่ระบาดหนักต้องล็อกดาวน์และปิดประเทศอีกครั้ง กลยุทธ์หลักต้อง survival อยู่ให้ได้กับจำนวนคนไข้ที่มีจำกัด ขณะเดียวกันอาจต้องเข้าไปดูในเรื่องโรคที่เกี่ยวข้องกับโควิด เพื่อช่วยเหลือประชาชน เน้นมาตรการสร้างความปลอดภัยสูงสุดทั้งพนักงานและลูกค้า ถ้าสภาพตลาดเป็นเช่นนั้นทั้งเครือต้องปรับตัวหมด เพื่อให้ธุรกิจยังอยู่ได้

ขณะที่สเต็ปปัจจุบันภาพรวมโควิดดีขึ้นบ้างแต่ยังไม่หายไป ผนวกกับสภาพเศรษฐกิจเพิ่งเปิด จึงอาจไม่ดีนัก แต่ละ รพ.ต้องปรับเปลี่ยนตามตลาดของตนเอง และหากช่วงใดโควิดระบาดหนัก คนไข้ไม่สามารถเดินทางมาได้ ต้องกลายร่างไปเป็นออนไลน์แทนทั้งหมดให้ได้

ขณะเดียวกันอีกประการสำคัญคือเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป กลยุทธ์เดิมของเครือสมิติเวชและบีเอ็นเอชจะมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าโกลบอล อาทิ ยุโรป อเมริกา เอเชีย ในลักษณะ medical tourism แต่ขณะนี้กลุ่มที่เข้ามามาก ได้แก่ กลุ่ม business tourism ส่วนหนึ่งมาจากการย้ายที่ทำงานจากบางประเทศมาอยู่ประเทศไทยในระยะยาว เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น โดยเป็นกลุ่มที่ต้องการความมั่นใจด้านการรักษาพยาบาลในประเทศไทย

และอีกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำงานในรูปแบบ work from anywhere ต้องการด้านการส่งเสริมสุขภาพและภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง หากเราทำได้ดีผู้บริโภคกลุ่มนี้จะกลายเป็นตลาดใหม่ของธุรกิจ รพ. ดังนั้น จากนี้ไปคิดว่าบริษัทจะเน้นไปทางกลุ่ม region อาทิ ภูมิภาคเอเชีย มากกว่ามองตลาดโกลบอล ซึ่งยังไม่กลับมาเร็ว ๆ นี้ ส่วนการจับลูกค้ากลุ่ม business tourism หลัก ๆ เป็นลูกค้ากลุ่มที่ติดต่อหา รพ.เองในรูปแบบ B2B เนื่องจาก รพ.สมิติเวช และ รพ.บีเอ็นเอชเป็นแบรนด์ที่ติดตลาดอยู่แล้ว และมีฐานลูกค้าต่างประเทศที่มีการบอกต่อกันค่อนข้างสูง

ที่สำคัญคือ การมุ่งเน้นเรื่องการสร้างคุณค่าของเครือ รพ.สมิติเวช และ รพ.บีเอ็นเอชให้ชัดเจน ภายใต้แนวคิดทำอย่างไรให้คนไม่ป่วย รับกระแสการใส่ใจเรื่องสุขภาพ โดยโฟกัสไปที่การส่งเสริมสุขภาพ ควบคู่การมองเรื่องสังคมสูงวัย สุดท้ายคือเรื่องสังคมสูงวัย เชื่อว่าทุกคนจะพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมาเราเปิดศูนย์ผู้สูงอายุไปแล้ว ทำมาสักประมาณ 3-4 ปี ซึ่งเติบโตค่อนข้างดี เป็นการรองรับเทรนด์ในอนาคต

รพ.ยุคเน็กต์นอร์มอล

พร้อมกันนี้ นพ.สุรพงษ์ยังคาดการณ์ภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลจากนี้ไปว่า ในภาพรวมน่าจะดีขึ้น จากการฉีดวัคซีนกันไปพอสมควร โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โอกาสที่จะกลับไปเหมือน 2-3 เดือนที่แล้ว ที่เตียงไม่มีก็จะน้อยลง สิ่งที่เราเตรียมการ คือ การพร้อมปรับตัวตลอดเวลา โดยคิดเป็น multi scenario ไว้ เร็วที่สุด ถ้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ต้องปรับไปปรับมา หลัก ๆ ตอนนี้เราคิดว่าจะต้องทำอย่างไรให้คนไม่ป่วย เพราะตอนนี้คน health concern มาก

อีกสิ่งหนึ่งที่มองก็คือ มองที่จะเป็น regeneralization ตลาดของเราตอนนี้ในช่วงเปิดประเทศใหม่ ๆ จนถึงระยะปีหน้าลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเป็น region อยู่ ลูกค้าที่อยู่อเมริกา ยุโรป ตอนนี้อาจจะยังไม่เข้า โดยคาดว่ากลุ่ม region จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มเข้ามาใช้บริการในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2564 นี้ เครือ รพ.สมิติเวชและบีเอ็นเอชตั้งเป้าการเติบโตด้านรายได้ของทั้งเครืออยู่ที่ 7% ซึ่งคาดว่าทำได้แน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมิติเวช โรงพยาบาล