เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

Next Step ‘บิทคับ’ ต่อจิ๊กซอว์ ‘คริปโทฯ’ อีโคซิสเต็ม

05 ธ.ค. 2564 | 16:39น.
กระดานคริปโตฯไทย ลือหักภาษีจากกำไร 15% นักเทรดว่าอย่างไรบ้าง

นับเป็นตัวอย่างของสตาร์ตอัพดาวรุ่งที่มุ่งมั่นในทางของตนเองและสามารถปลุกปั้นธุรกิจโลกยุคใหม่ให้เติบโตได้อย่างน่าจับตา สำหรับ “บิทคับ” (Bitkub) แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ใช้เวลา 4 ปี กลายเป็นยูนิคอร์นตัวที่ 2 ของไทย

ด้วยมูลค่าบริษัททะลุ 35,000 ล้านบาท ทะยานขึ้นยานแม่ “เอสซีบีเอ็กซ์” (ถ้าปิดดีลเรียบร้อย)ล่าสุดขยับเชื่อมโลกออฟไลน์ด้วยการร่วมมือกับเดอะมอลล์กรุ๊ปสร้างอีโคซิสเต็มสินทรัพย์ดิจิทัล

…คนส่วนใหญ่อาจคุ้นเคยกับท้อป-จิรายุส ทรัพย์โสภา แต่แท้จริงแล้ว บิทคับมีผู้ร่วมก่อตั้ง 9 คน “ประชาชาติธุกิจ” พูดคุยกับ “สกลกรย์ สระกวี” 1 ในผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ดังนี้

Q : ดูแลส่วนไหนในบิทคับ

ช่วงแรกเป็นซีอีโอ ตอนหลังพอมีการวางโครงสร้างใหม่ ขยายบริษัทเพิ่มก็ขึ้นมาเป็นบอร์ด ดูแลภาพรวม 4 บริษัท มีบิทคับ ออนไลน์, บิทคับ เวนเจอร์ (ลงทุนในสตาร์ตอัพ, บิทคับ บล็อกเชน เทคโนโลยี (พัฒนาระบบบล็อกเชน

และเหรียญ Bitkub Coin (KUB), NFT (Non-Fungible Token), บิทคับ แล็ปส์ ทำบิทคับอะคาเดมี ธุรกิจการศึกษาด้านบล็อกเชน ให้ความรู้กับธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล

วิสัยทัศน์ของเราตั้งแต่วันแรกคือต้องการเป็นยูนิคอร์น ที่แยกตั้งบริษัท เพราะตามกฎ ก.ล.ต. บริษัทที่ทำเอ็กซ์เชนไม่ควรทำธุรกิจอื่น และควรมีรายได้เฉพาะเอ็กซ์เชน คือ บิทคับออนไลน์

ผมอยู่ในวงการคริปโทฯตั้งแต่ปี 2013 ตอนยังทำการีน่า ตอนนั้นทุกคนยังไม่รู้จักคำว่า คริปโทฯ แต่รู้จักบิตคอยน์ ออกจากการีน่าปี 2014 มาทำตรงนี้ เพราะอยากทำอะไรที่คนไทยสร้างขึ้นมาได้เองจริง ๆ ไม่ใช่เอาแพลตฟอร์มต่างชาติเข้ามาในไทย

ผู้ที่ร่วมก่อตั้ง บิทคับมี 9 คน เริ่มคุยกันเรื่องตั้งบริษัทปลายปี 2017 พอปี 2018 ก็ตั้งบริษัทด้วยเงินลงทุนส่วนตัวของผู้ร่วมก่อตั้ง และนักลงทุนกลุ่มแรกรวม ๆ แล้ว 30 ล้านบาท

Q : จาก 30 ล้าน สู่บริษัท 3 หมื่นล้าน

ต่อมาระดมเพิ่มอีก 60 ล้านบาท 120 ล้านบาท และ 300 ล้านบาท ต้นปี 2020 เงินส่วนนี้ไม่ได้ใช้ขยายธุรกิจ แต่นำมาเป็นกองทุนสำหรับเงินประกันตามระเบียบของ ก.ล.ต. เพื่อไว้ดูแลลูกค้าเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

หลังเปิดเทรดปลายปี 2019 ต้นปี 2020 เราก็เริ่มมีกำไรแล้ว

ปัจจุบัน มีนักลงทุนเปิดบัญชีกับเราราว 3 ล้านบัญชี เพิ่ม 1,000% จากเดือน เม.ย.ที่มี 1 ล้านบัญชี

Q : ที่มาของดีลกับ SCB

ดีลนี้เกิดขึ้น เพราะมี passion ตรงกันนั่นคือ ต้องการสร้างอีโคซิสเต็มคริปโทเคอร์เรนซีในไทยให้มีความแข็งแกร่ง เป็นดีลประวัติศาสตร์ที่สั่นสะเทือนทุกวงการ สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่า วิน-วินทุกฝ่าย

บิทคับมีความเชี่ยวชาญในโลกใหม่เรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่พาร์ตเนอร์ เชี่ยวชาญการเงินในโลกออฟไลน์ ทำให้ดีลนี้เป็นความหวังใหม่ของประเทศที่จะกระตุ้นให้ทุกรายพยายามสร้างอีโคซิสเต็มนี้ไปด้วยกัน

ปัจจุบันบริษัทใหญ่ ๆ ของไทยปรับตัวเร็วขึ้น จากเดิมที่เบอร์ 2 เบอร์ 3 ในแต่ละธุรกิจมักเคลื่อนตัวช้ามาก แต่ครั้งนี้บริษัทใหญ่เคลื่อนไหวเร็วมาก

เชื่อว่า จากนี้ไปทุกรายจะไม่ยอมพลาดโอกาสนี้อีกแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนให้การขยายธุรกิจ หรือพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น ไม่ว่าเทคโนโลยี หรือเทรนด์อะไรใหม่ ๆมา

โดยเฉพาะเมตาเวิร์ส สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไป บริษัทใหญ่ ๆ จะเข้าไปร่วมมือกับสตาร์ตอัพ หรือบริษัทเล็ก ๆที่มีความเชี่ยวชาญด้านนั้น ๆ และพัฒนาบริการโซลูชั่นใหม่ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสนี้ไปอีก

Q : แนวโน้มตลาดคริปโทเคอร์เรนซี

ปลายปีที่แล้ว ราคาบิตคอยน์อยู่ที่ 3 แสนกว่าบาท ตอนนี้พุ่งไปกว่า 2 ล้านบาทแล้ว ขณะที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกมีมูลค่า ประมาณ 2.59 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กว่า 42.06% มาจากบิตคอยน์ (ณ 22 พ.ย. 2564)

และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในตลาดโลก และไทย การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเป็นเทรนด์ จะไปถึงไหนคงไม่สามารถบอกได้

แต่เชื่อว่าจะโตขึ้นอีก ที่ผ่านมา บิทคับโตปีละ 1,000% ต่อไปอาจยากขึ้น แต่อย่างน้อยต้องโตได้เฉลี่ยปีละ 300-500% การเติบโตสะท้อนให้เห็นว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเทรนด์ที่กำลังมาจริง ๆ

Q : มุมมองเรื่องการแข่งขัน

การแข่งขันในกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลจะรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง แต่รายที่เข้ามาใหม่ต้องใช้เวลาสร้างอีโคซิสเต็มต่าง ๆ สิ่งที่เราจะพยายามทำจากนี้ไป

คือการทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลใหญ่ขึ้นด้วยการทำให้การซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีเป็นแมส ขยายฐานไปยังกลุ่มคนทั่วไป เพราะเมื่อตลาดใหญ่ขึ้น มูลค่าตลาดก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ในอนาคตแม้จะมีรายใหม่เพิ่มเข้ามา แต่บิทคับได้กลายเป็นแอปพลิเคชั่นเทรดคริปโทเคอร์เรนซีที่คนไทยคุ้นเคยแล้วจึงไม่กังวลการมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น แต่กังวลว่าจะทำอย่างไรให้ตลาดใหญ่ขึ้นมากกว่า

อีกเทรนด์ที่คาดว่าจะได้รับความนิยม คือตลาดอีสปอร์ต ในฐานะผู้ก่อตั้งการีน่า พบว่าตลาดนี้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 20,000-30,000 ล้านบาทในปัจจุบัน

เป็นโอกาสใหญ่ที่จะเปลี่ยนให้คนในอุตสาหกรรมนี้มาใช้คริปโทเคอร์เรนซีแลกเปลี่ยน ซื้อขาย

มั่นใจว่าเป็นเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2565 เราตั้งใจว่าจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนที่เล่นเกมกับคนที่เล่นคริปโทเคอร์เรนซีเข้าด้วย

Q : เป้าหมายในอนาคต

เป้าระยะยาว คือสร้างโปรดักต์โกลบอล ที่ผ่านมาคนไทยสมองไหลอยากไปทำงานบริษัทต่างประเทศ อย่างกูเกิล เฟซบุ๊ก ไม่ค่อยมีที่อยากทำงานกับบริษัทไทย แต่จากนี้ไปหลายอย่างจะเปลี่ยนไป เพราะเราพร้อมจ่ายเงินเดือนมากที่สุดสำหรับคนที่เก่งจริง ๆ

จะไม่มีคำว่าประหยัดที่สุดให้ได้เติบโต เราเชื่อว่าเราเป็นบริษัทโกลบอลได้ แต่ต้องให้เวลา มองไกลไปถึงการเข้าไปซื้อบริษัทต่างประเทศ จ้างคนต่างชาติมาทำงาน เพื่อสร้างรีจินอลคอมปะนี ที่ nominate ตลาดอื่น ๆ ได้ด้วย

ไทยเป็นประเทศที่ใช้คริปโทเคอร์เรนซีเร็วกว่าหลายประเทศ และเร็วกว่าจีนเรากำลังสร้างอีโคซิสเต็มที่ทำให้เกิด

คริปโทฯอีโคโนมิกในประเทศไทย อยากเป็นสตาร์ตอัพที่เป็นผู้นำในเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทย

Q : กำไรจากเทรดคริปโทฯต้องเสียภาษี

ตัวบิทคับไม่ได้มีหน้าที่ที่ต้องเก็บภาษีที่ผู้เทรดได้กำไรจากการเทรดให้รัฐ เราจะทำเฉพาะในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เท่านั้น จริง ๆ ก็อยากให้ยกเว้น

เพราะรู้ว่าเมื่อไรที่มีกฎหมายนี้ออกมา คนจะหนีออกนอกไปใช้ระบบที่เป็นเถื่อน ไปใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ความน่ากลัว คือเราไม่สามารถแทร็กกิ้ง อะไรได้เลย

ถ้าทุกคนหนีไปใช้ที่อื่นหมด นั่นหมายความว่าสิ่งที่เราสร้างมา ก็จะเหมือนเดิมที่แพลตฟอร์มต่างชาติเข้ามากำหนดตลาดในไทย

ไม่ได้หมายว่า ไม่ให้เสียภาษีแต่กำลังบอกว่าถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาแล้วคนย้ายไปใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็เชื่อว่าตลาดยังเติบโต และจะมีคนเข้ามามากขึ้น

Q : ดีล SCB 1.7 หมื่นล้าน ชีวิตเปลี่ยน

ยังเหมือนเดิมนะ (หัวเราะ) แต่การ ดีลกันต้องมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม แต่ยังบอกไม่ได้ การได้คนมาลงทุนด้วยทำให้เรามีความมั่นคง มีเป้าหมายใหญ่ ที่เราอยากจะทำด้วยกัน

Q : คำแนะนำถึงสตาร์ตอัพรุ่นน้อง

จะเป็นสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จได้ ทีม และคนสำคัญแทบจะที่สุด เช่นเดียวกับการได้รับโอกาส เมื่อไรที่ สร้างสตาร์ตอัพขึ้นมาหนึ่งอัน มีแพสชั่นแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่ก็จะประสบความสำเร็จได้ หาแพสชั่นให้เจอ หาสิ่งที่คิดคุณรักให้เจอ

เหมือนเราอยู่ในวงการคริปโทฯก็เพราะมีแพสชั่นในเรื่องนี้มาก ๆ ทำให้พวกเรามาถึงตรงนี้ได้ ดังนั้น แพสชั่นสำคัญ ทีมสำคัญ โอกาสก็สำคัญ หรือบางทีดวงก็สำคัญ ผมพูดกับทุกคนเสมอว่าการที่บิทคับมาถึงวันนี้ได้ เพราะได้รับโอกาส เป็นสตาร์ตอัพของคนไทยที่คนไทยให้การยอมรับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ