เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต.ชู 3 นโยบายปลุกตลาดทุนไทย ดัน TISA-BOI to IPO-Tokenization เชื่อมเงินทุนโลก
Finance ก.ล.ต.ชู 3 นโยบายปลุกตลาดทุนไทย ดัน TISA-BOI to IPO-Tokenization เชื่อมเงินทุนโลก
‘ไทย-ลิกเตนสไตน์’ ดันความตกลง Thailand-EFTA พร้อมเว้นเก็บภาษีซ้อน
Politics ‘ไทย-ลิกเตนสไตน์’ ดันความตกลง Thailand-EFTA พร้อมเว้นเก็บภาษีซ้อน
สันติธาร ชู 3 แนวทาง เร่งไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว ลดพึ่งพานำเข้าพลังงาน
Economic สันติธาร ชู 3 แนวทาง เร่งไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว ลดพึ่งพานำเข้าพลังงาน
ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
Economic ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
News แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
148 วัน เควิน วอร์ช AI พลิกโฉมการเงินโลก บนเวที IMF
World 148 วัน เควิน วอร์ช AI พลิกโฉมการเงินโลก บนเวที IMF
จากดราม่าโกคาร์ทถึงครอบครัวดารา เปิดอาณาจักร ธุรกิจหมื่นล้าน ไฮโซ ‘น็อต-ชมพู่’
Biz Movement จากดราม่าโกคาร์ทถึงครอบครัวดารา เปิดอาณาจักร ธุรกิจหมื่นล้าน ไฮโซ ‘น็อต-ชมพู่’
“ศุภจี” ผนึก ICC ดัน SMEs ไทยครบวงจร ชู 3 แกน “ทักษะ-ทุน-ตลาด” เชื่อมการค้าโลก
Economic “ศุภจี” ผนึก ICC ดัน SMEs ไทยครบวงจร ชู 3 แกน “ทักษะ-ทุน-ตลาด” เชื่อมการค้าโลก
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ต.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

เปิด 4 ปัจจัยทำเศรษฐกิจไทยสะดุด ธปท. มั่นใจมาตรการยังรับมือไหว

11 ม.ค. 2565 | 19:13น.
โควิด

ธปท.เกาะติด 4 ปัจจัยความเสี่ยงทำเศรษฐกิจไทยสะดุด “โอมิครอน-เงินเฟ้อ-หนี้เสีย-เศรษฐกิจโลก” หลังประเมินจีดีพีกลับมาโตสู่ระดับก่อนโควิด-19 ในไตรมาส 1/66 เชื่อมาตรการเติมสภาพคล่อง-แก้หนี้เดิม-ปรับโครงสร้างหนี้ยั่งยืน” เพียงพอและสามารถรองรับการฟื้นตัวเศรษฐกิจและโอกาสสะดุดได้

วันที่ 11 มกราคม 2565 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน “Meet the Press” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ มองว่า การฟื้นตัวยังค่อยเป็นค่อยไป และการฟื้นตัวไม่เท่าเทียมกัน ในลักษณะ (K-shaped) โดยประเมินว่าเศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวได้เท่าก่อนโควิด-19 ภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 ภายใต้การระบาดของโอมิครอน จะจบเร็วภายในครึ่งแรกของปีนี้ และไม่ลามไปกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ ภายใต้บริบทการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบนี้ โจทย์หลักของธปท.คือ จะต้องทำหน้าที่ให้การฟื้นตัวไปได้ต่อเนื่องไม่สะดุด โดยธปท.จะต้องเข้าไปดูโอกาสที่จะสะดุดมาจากตรงไหน และประเมินความเสี่ยงโอกาสจะหลุดอย่างไร ซึ่งพบว่ามาจากความเสี่ยง 4 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

1.การระบาดของโอมิครอน ซึ่งธปท.ประเมินไว้ว่าจะมาเร็วและไปเร็ว และสามารถจบได้ภายในครึ่งปีแรก ทำให้โอกาสเศรษฐกิจสะดุดไม่มาก เพราะภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจตัวที่ช่วยเยอะจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งประเมินว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 5.6 ล้านคน แต่หากโอมิครอนยืดเยื้อและมีการกลายพันธุ์ ทำให้การฟื้นตัวของท่องเที่ยวที่คาดหวังโอกาสที่เศรษฐกิจสะดุดได้

โดยฐานะธปท.จะเตรียมรับมือและเตรียมเครื่องมือที่ให้สถาบันการเงินทำงานได้ปกติที่สุด ไม่มีการตึงตัวของภาพรวมทั้งในส่วนของดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เป็นสิ่งที่ธปท.ไม่ต้องการให้เกิด ซึ่งที่ผ่านมาการเติบโตสินเชื่อของระบบการเงินยังค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับในอดีต บริบทใหม่ และประเทศเพื่อนบ้าน

โดยปัจจุบันสินเชื่อขยายตัว 4-5% เมื่อเทียบอดีตเศรษฐกิจหดตัว สินเชื่อจะหดตัวตาม และเทียบกับเพื่อนบ้านถือว่ายังสูงกว่าสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย แม้ว่าไทยจะพึ่งพาการท่องเที่ยว และจีดีพีหดหนักกว่าก็ตาม

“แม้ว่าเราจะเห็นการเติบโต ไม่ใช่ว่าเรานิ่งเฉยหรือพอใจ เพราะการเติบโตยังไม่ไปในจุดที่เราต้องการ และหากดูมาตรการทางการเงินที่ ธปท.ออกไปก่อนหน้านี้ เช่น สินเชื่อซอฟต์โลน สินเชื่อฟื้นฟูที่มีการปล่อยกู้แล้ว 1.4 แสนล้านบาท หรือพักทรัพย์พักหนี้ที่กว่า 3.7 หมื่นล้านบาท และยังเหลือรูมอีกมาก หรือลูกกระสุน อย่างสินเชื่อฟื้นฟูที่เหลืออีก 1 แสนล้านบาท และพักทรัพย์พักหนี้ที่เหลือวงเงินช่วยเหลืออีกมาก พวกนี้เป็นการวางรากฐานของเครื่องมือต่างๆ เพื่อรองรับหากเกิดเหตุการณ์สะดุด”

และอีกอย่างที่สำคัญหากเกิดปัญหาสะดุด คือ การดูแลภาระหนี้เดิม ซึ่งหากเป็นมาตรการพักหนี้จะไม่ตอบโจทย์ ธปท.จึงออกมาตรการแก้หนี้ระยะยาว 3 ก.ย. 2564 รวมถึงมาตรการรวมหนี้ (Debt Consolidation) เป็นวิธีที่จะช่วยลดภาระหนี้ดอกเบี้ยสูง ซึ่งมาตรการเหล่านี้แม้ผลกระทบโอมิครอนจะลากยาว

โดย ธปท.ไม่ได้เน้นออกมาตรการถี่ๆ และบ่อยๆ แต่จะเน้นการติดตามประสิทธิผลของมาตรการให้เกิดขึ้นจริง ปัจจุบันจะเห็นว่าธนาคารได้ทยอยออก Product Program ออกมาบ้างแล้ว

2.อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในไทยในเชิงมหภาคไม่ได้สูงขึ้นเหมือนต่างประเทศ ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ โดยของเราเป็นการค่อยๆ ขึ้น และปีนี้ธปท.มองว่าจะอยู่ที่ 1.7% และปีหน้าจะอยู่ที่ 1.4% ซึ่งมองว่ายังยืนตามนี้ได้ ไม่มีสัญญาณที่จะต้องปรับขึ้น โดยดูจากราคาที่ยังไม่ได้ขึ้นในวงกว้าง ซึ่งปรับขึ้นเป็นจุดเฉพาะในราคาน้ำมัน-ราคาหมู

ดังนั้น โอกาสที่จะสะดุดจากตรงนี้ไม่มาก แม้ว่าจะเป็นประเด็นในต่างประเทศค่อนข้างเยอะ แต่หากเงินเฟ้อส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นในวงกว้างกระทบราคา และหลุดกรอบเงินเฟ้อที่ 3% ในแง่นโยบายก็มีไว้รองรับ

3. หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL Cliff มองว่า ตัวเลขยังคงคงต้องเพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มค่อยๆ เพิ่ม ไม่ได้เพิ่มแบบพุ่งหรือชันขึ้นรวดเร็ว โอกาสที่จะเห็น Cliff คงไม่เห็น หรือเพิ่มขึ้นจนสะดุดโอกาสน้อย และมาตรการรองรับการสะดุด คือ มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว 3 ก.ย. 64 ซึ่งตัวนี้เป็นจุดรองรับสำคัญที่วางไว้ และจะเป็นตัวช่วยได้มาก โดยธปท.ทำเป็นเป้าและคุยกับธนาคารรายธนาคาร

นอกจากนี้ ธปท.เตรียมออกมาตรการภายในเดือนนี้ คือ การร่วมทุนระหว่างธนาคารพาณิชย์และบริษัท บริหารสินทรัพย์ (JVAMC) เพื่อให้มั่นใจว่าลูกหนี้ที่มีปัญหาจะถูกดูแล ไม่ถูกทอดทิ้ง และให้โอกาสลูกหนี้ฟื้นกลับมาได้

“ท้ายที่สุดแม้จะเกิดขึ้นเอ็นพีแอลขึ้นมา สิ่งที่ธปท.กังวลจะสะดุดหรือเปล่า แต่สิ่งที่ธปท.มองว่าไม่สะดุดแม้เอ็นพีแอลเพิ่ม คือ ความแข็งแกร่งของแบงก์ ทั้งเรื่องเงินทุนของแบงก์ BIS ทุนสำรองที่แข็งแกร่ง ที่ทำให้ธปท.มั่นใจว่าสามารถรองรับตรงนี้ได้”

4.ปัจจัยโลก ซึ่งมี 2 เรื่องพูดบ่อย คือ 1.การดำเนินนโยบายการเงินโลก ธนาคารกลางรายใหญ่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็ว เพราะอัตราเงินเฟ้อสูง หากดูบริบทต่อผลกระทบต่อไทย มองว่า โอกาสที่จะเห็นเศรษฐกิจไทย สะดุดจากปัจจัยนี้น้อยมาก เนื่องจากหนี้ต่างประเทศน้อยเทียบประเทศอื่น เงินสำรองระหว่างประเทศยังแข็งแกร่ง

ซึ่งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวจากการท่องเที่ยว และความเปราะบางตลาดการเงินไทยต่อโลกน้อย เพราะนักลงทุนต่างชาติถือพันธบัตรสัดส่วนน้อยกว่าประเทศ แม้มีเงินไหลออกก็ไม่ได้มีผลกระทบแรงเหมือนที่อื่น

และ 2.เศรษฐกิจจีน ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะเติบโตด้วยหนี้ และเติบโตในภาคอสังหาริมทรัพย์ หากเศรษฐกิจชะลอตัวมีโอกาสที่ไทยจะสะดุดไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แม้ว่าไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก แต่การคาดการณ์นักท่องเที่ยวยังคงมาน้อยอยู่แล้ว

“มองไปข้างหน้า การฟื้นตัวยังไม่เข้มแข็งและยังเปราะบาง โจทย์ธปท.พยายามให้แน่ใจว่าการฟื้นตัวจะไม่สะดุด เราจึงต้องไปดูโอกาสการสะดุด ซึ่งมาจากไหนก็มาจาก 4 เรื่อง เราก็ได้เตรียมรับมือโอกาสที่จะสะดุด เช่น โอกาสไหนที่จะทำให้สะดุดเยอะ ก็หามาตรการรองรับ หรือบางจุดสะดุดไม่เยอะมาตรการที่มีเพียงพอ โดยเราประเมินสถานการณ์และทำมาตรการรองรับ โดยเน้นให้เกิดปประสิทธิภาพประสิทธิผลมากกว่าการออกมาตรการแบบจุดพลุ”