เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

จับตาโฉมหน้าใหม่ “ยูโรโซน 2.0” การประชุมสุดยอดผู้นำ 27 ชาติ

20 ธ.ค. 2560 | 20:48น.

การประชุมสุดยอดผู้นำ 27 ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ล้วนมีแต่เรื่องที่ทำให้ยิ้มไม่ออก ตั้งแต่เรื่อง “เบร็กซิต” ซึ่งจบ “เฟสแรก” แบบเหน็ดเหนื่อยกันทั้งสองฝ่าย แถมอนาคตยังเอาแน่นอนไม่ได้ สาเหตุสำคัญจากการเมืองภายในอังกฤษซึ่งกำลังเขย่าบัลลังก์นายกรัฐมนตรีของ “เทเรซา เมย์” มากขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงกรณี ผู้อพยพที่จนแล้วจนรอด ก็ยังหาฉันทามติไม่ได้

แต่บรรดาผู้นำอียู ก็เหมือนกับกำลังขึ้นขี่หลังเสือ ไม่เพียงหยุดไม่ได้หากยังต้องก้าวต่อไปข้างหน้า ท่ามกลางความแตกต่างทางความคิดระหว่างประเทศ การประชุมสุดยอดหนนี้ก็ยังมีข้อตกลงสำคัญ ๆ ออกมาให้เห็น อาทิ เรื่องของการรวมกำลังทหารของเกือบทั้งสหภาพฯเข้าด้วยกัน กลายเป็นกองทัพอียู ที่มีพลานุภาพมหาศาล

รวมทั้งความตกลงเบื้องต้นว่าด้วยการ “ปฏิรูปยูโรโซน” ที่บรรดาผู้นำของทั้ง 19 ชาติสมาชิก เห็นตรงกันในหลักการเบื้องต้นว่า “ต้องทำ” ให้ชาติที่ใช้เงินสกุลยูโรแข็งแกร่งมากขึ้น สามารถปกป้องตัวเองจากวิกฤตทางการเงินจากภายนอก และเข้มแข็งพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตขึ้นภายใน และเมื่อถึงห้วงคับขัน ยูโรโซน สามารถกลายเป็นหลักในการอุ้มชูเพื่อนบ้านในอียูได้ด้วย

นั่นเป็นเรื่องของหลักการ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นตรงกัน แต่พอขยับออกจากจุดดังกล่าว ความแตกต่างของทรรศนะก็แสดงออกมาให้เห็นในทันที โดยเฉพาะจากประเทศที่เป็นแกนหลักของอียูทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น “เอ็มมานูเอล มาครง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, นายกรัฐมนตรี “อังเกลา แมร์เคิล” จากเยอรมนี หรือ ประธานกรรมาธิการยุโรป อย่าง ฌ็อง-โคลด ยุงเคอร์ ต่างคนต่างคิดว่า การบูรณาการยูโรโซนให้ลึกซึ้งมากขึ้นนั้นควรเป็นไปในรูปแบบใด

แนวคิดเรื่องการปฏิรูปยูโรโซน ที่ผ่านมามักถูกสกัดด้วยประเด็นทางการเมือง บรรดาชาติร่ำรวยมั่งคั่ง อย่างเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ที่ไม่ยอมเอาด้วยกับแนวทางใด ๆ ที่จะส่งผลให้ตัวเองต้องแบกรับความเสี่ยงจากเพื่อนบ้านที่เต็มไปด้วยหนี้สิน อย่างเช่น ฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี หรือกรีซ

คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน นายกรัฐมนตรี “มาร์ก รุทเทอ” ของเนเธอร์แลนด์ ออกมาย้ำหลังการหารือเรื่องนี้ว่า อย่ามัวแต่พูดถึงเรื่องเงินกันเลย แต่ควรจะพูดถึงเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงเศรษฐกิจมากกว่า

เบื้องหลังคำพูดดังกล่าวก็คือ การเรียกร้องให้แต่ละประเทศที่ตกอยู่ในสภาพง่อนแง่นทางการเงินการคลัง “ปฏิรูปตัวเอง” ซึ่งจะเป็นการ “ปฏิรูปยูโรโซน” ไปในตัว การสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการธนาคารของยูโรโซน โดยใช้วิธีการกำหนดแผน “คุ้มครองเงินฝาก” ทั่วภาคพื้นอียู

นายกรัฐมนตรี “ลีโอ วารัดการ์” แห่งไอร์แลนด์ สนับสนุนแนวทางการจัดตั้ง “สหภาพการธนาคาร” แห่งยุโรป โดยอ้างว่าจะเป็นการป้องกันวิกฤตที่ได้ผลชะงัก “หากธนาคารในยุโรปหรือบางประเทศเกิดปัญหา เราจะยืนหยัดอยู่ด้วยกัน ให้การป้องกันเงินออมของประชาชนทุกคนทุกบาททุกสตางค์”

แน่นอน ประเทศอย่างเยอรมนีหรือเนเธอร์แลนด์ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ โดยอาศัยข้ออ้างสำคัญที่ว่า การค้ำประกันเงินฝากจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อความเสี่ยงในภาคธนาคาร “ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ” ระดับหนี้เสียต้องลด และต้องมีการปรับน้ำหนักความเสี่ยงของพันธบัตรรัฐบาลให้เกิดการพักชำระหนี้ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่

แนวความคิดปฏิรูปที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับ “ยกเครื่องยูโรโซน” มาจากผู้นำประเทศอย่างฝรั่งเศส, สเปน รวมถึงบรรดาแกนนำของสหภาพยุโรป อย่างเช่น โดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรป

ทัสก์ นำเสนอแนวคิดเปลี่ยนกองทุนเงินกู้ฉุกเฉิน หรืออีเอสเอ็มของยูโรโซน ให้อยู่ในรูปของกองทุนการเงินแห่งยุโรป (อีเอ็มเอฟ) ทำหน้าที่คล้ายกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของบรรดาธนาคารในยูโรโซน และปล่อยกู้ฉุกเฉินเมื่อเกิดวิกฤตร่วมกับคณะกรรมาธิการแห่งยุโรป ตัดการทำหน้าที่ของ ธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) และไอเอ็มเอฟออกไป ป้องกันการเกิดขัดแย้งกันขึ้นแบบเดียวที่เกิดขึ้นในกรณีปล่อยกู้ให้กับกรีซครั้งล่าสุด

“เอ็มมานูเอล มาครง” แห่งฝรั่งเศสนำเสนอยิ่งไปกว่านั้น นั่นคือ เสนอให้มีการจัดตั้ง “งบประมาณรวมยูโรโซน” เป็นมูลค่าหลายแสนล้านยูโร เสนอให้จัดตั้ง “กระทรวงการคลังแห่งยูโรโซน” แน่นอนต้องมี “รัฐมนตรีคลังยูโรโซน” ทำหน้าที่บริหารจัดการ, ก่อตั้งสำนักงานทำหน้าที่กำกับดูแลโดยรัฐมนตรีคลังดังกล่าว เพื่อทำหน้าที่ “ออกพันธบัตรยูโรโซน”,ให้ความช่วยเหลือด้านการลงทุนโครงการสาธารณะ และทำหน้าที่เป็นสถาบันหลักในการรับมือกับภาวะ “ช็อกทางเศรษฐกิจ” ในอนาคต

แน่นอนว่าโฉมหน้าที่แท้จริงของยูโรโซน เวอร์ชั่นใหม่ จะออกมาในรูปใด ต้องรอความสุกงอมและการประนีประนอมทางการเมืองเป็นสำคัญ ที่น่าสนใจคือ แม้แต่คนอย่าง แมร์เคิลก็ยังมีปัญหาการเมืองภายในว่าด้วยการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่ยังไม่ลงตัวและมีประเด็นว่า การปฏิรูปยูโรโซน เป็นเงื่อนไขสำคัญของการรวมตัวจัดตั้งรัฐบาลเยอรมนี

อนาคตของยูโรโซน จึงไม่เป็นเพียงอนาคตของเงินสกุลยูโร แต่อาจรวมไปถึงอนาคตของการรวมตัวเป็นสหภาพยุโรป และยังเป็นเครื่องบ่งชี้อนาคตของเยอรมนี จะทำอย่างไรถึงจะได้ส่วนผสมที่ลงตัว ผลักดันให้ทุกอย่างเคลื่อนไปข้างหน้าได้ โดยที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ถือเป็นความท้าทายมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อแมร์เคิลประกาศว่าจะ “เสนอแผนปฏิรูปร่วม” กับฝรั่งเศสเป็นแผนเดียวในเดือนมีนาคมปีหน้า เพื่อให้ที่ประชุมในเดือนมิถุนายนได้ตัดสินชี้ขาด

ยูโรโซน 2.0 จะออกมาในรูปไหน น่าจับตามองอย่างยิ่ง