สื่อนอกรายงาน Zipmex เตรียมจ่ายคืนลูกค้า 0.03 เซนต์ ต่อหนี้ 1 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1.22 ต่อ 35 บาท ขณะที่ยอดหนี้รวมกันสูงถึง 3,000 ล้านบาท
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 คอยน์เทเลกราฟ รายงานว่า Zipmex กำลังเตรียมข้อเสนอชำระหนี้แก่ลูกค้าที่มีมูลค่ารวมกัน 97 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3000 ล้านบาท ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซิปเม็กซ์อาจเพิ่มยอดการชำระหนี้คืน จาก 3.35 เซนต์ หรือ 1.22 บาทต่อดอลลาร์ เป็น 29.35 เซนต์หรือราว 10 บาต่อดอลลาร์ โดยเงื่อนไข “ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัว”
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเจ้าหนี้รายใหญ่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบหนี้สินของบริษัทอย่างอิสระ
มาร์คัส ลิม ซีอีโอของซิปเม็กซ์ปฏิเสธที่จะยืนยันรายละเอียดที่อ้างถึงของโครงการปรับโครงสร้าง แต่กล่าวถึง “ความไม่ถูกต้อง” ในตัวเลขที่นักข่าวอ้างถึง
การถดถอยของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงปี 2565 ที่ผ่านมาส่งผลให้ Zipmex Asia ขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง จนต้องระงับการถอนเงิน และปิดบัญชีฝากสินทรัพย์ดิจิทัล Z Wallet ซึ่งยังมีลูกค้าจำนวนมากมีสินทรัพย์ตกค้างในนั้น โดยสินทรัพย์ดิจิทัลใน Z Wallet นั้น Zipmex ได้นำไปฝากถอนดอกเบี้ยที่แพลตฟอร์มกู้ยืมอื่น ๆ แต่แพลตฟอร์มเหล่านั้นล้มละลาย
รายงานจาก Zipmex Thailand ระบุว่า ได้ทำการฝากไว้ที่ Babel Finance และ Celsius มูลค่ากว่า 2,000ล้านบาท ทั้งสองแพลตฟอร์มประกาศล้มละลายไปแล้ว ลูกค้าที่ฝากเงินใน Z Wallet ยังไม่ได้คืน
จากนั้น Zipmex เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ในกระบวนการนี้ ทำให้สถานะของลูกค้าที่ฝากเงินใน Zipmex และยังถอนเงินไม่ได้กลายเป็น “เจ้าหนี้”